ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ตร.ออกหมายจับแก๊งนายพลอุ้มรีดเพิ่มอีก2ราย

86 0
ตร.ออกหมายจับแก๊งนายพลอุ้มรีดเพิ่มอีก2ราย

ตร.ออกหมายจับแก๊งนายพลอุ้มรีดนักธุรกิจสายการบินชาวจีนเพิ่มเติมอีก2 หลังจับกุมไปแล้วรวม10รายขณะที่“จ่ายักษ์”สารภาพทำหน้าที่จัดหาและคุ้มกัน ได้ค่าจ้างแค่3หมื่นบาท

          จากกรณีกลุ่มคนร้าย จำนวน 9 คน บุกเข้าไปในบริษัทคันต้า กรุ๊ป ไทยแลนด์ จำกัด  พร้อมกับควบคุมตัว นายสุรชัย แซ่ย่าง และนายทรงศักดิ์ วิโรจน์ถาวรกิจ ผู้จัดการ ไปรีดเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัว ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ผ่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งนำมาสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา 10 ราย อาทิ พล.ต.จรูญ อำภา   นายทหารสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย , พ.ต.ต.ณัฐกฤษต์ ยุทยา สว.(สอบสวน) กก.5 บก.ปอศ. , ส่วนอีก 8 รายเป็นทหารและพลเรือน ซึ่งถูกควบคุมได้แล้ว 9 ราย เหลือเพียง 1 รายที่ยังหลบหนีอยู่  

                  

          ล่าสุดที่ สน.โคกคราม เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2560 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. , พ.ต.อ.นิติธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. , พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. , พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.กองบังคับการสายตรวจ , พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โคกคราม , พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รอง ผกก.สส.(ฝ่ายสืบสวน) สน.โคกคราม และตำรวจ บก.สปพ. ได้ทำการจับกุมนายอุทิศ ก่อแก้ว หรือ “จ่ายักษ์” อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1813/2560 ในฐานความผิดข้อหาร่วมกันบุกรุกในเคหสถานและร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยสามารถจับกุมได้ที่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ขณะกำลังที่จะหลบหนี ทั้งนี้ จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายอุทิศ ให้การรับสารภาพว่า เป็นสารวัตรทหารนอกราชการ โดยทำหน้าที่เป็นคนจัดหา และประสานหาคนมาร่วมแก๊งอุ้มรีดดังกล่าว โดยได้รับเงินค่าจ้าง จำนวน 30,000 บาท

                  

          พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสามารถจับกุมนายอุทิศได้ เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม พร้อมกับ น.ส.อารีรัตน์ ชมเชี่ยวชาญ แฟนสาว ซึ่งได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่เดียวกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ออกหมายจับทั้ง 10 รายได้ครบถ้วนแล้ว และล่าสุดได้มีการออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 2 ราย คือผู้ชายหมวกเขียว 1 รายทราบชื่อแล้ว และอีก 1 รายทำหน้าที่เป็นคนขับรถ ซึ่งอยากจะฝากไปถึงผู้ที่ยังหลบหนีอยู่ว่า ให้เข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็ว แต่ถ้าไม่มามอบตัวก็ไม่เป็นไร เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ในที่สุด

                 

          ทางด้าน นายอุทิศ ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการจ้างวานจาก พ.ต.ต.ณัฐกฤษต์ ยุทยา พนักงานสอบสวน กก.5 ปอศ. โดยประสานผ่านมาทาง นายโอภาส ศรียา ให้ไปเชิญตัวนักธุรกิจชาวจีนพาไปพบกับ พล.ต.จรูญ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านดอนเมืองเท่านั้น และไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ทั้งนี้ สำหรับการเชิญตัวดังกล่าว จะให้เหตุผลกับชาวจีน ได้บัตรประชาชนปลอม และไม่ทราบรายละเอียดอื่นๆ หลังจากเสร็จงานก็จะได้รับเงินค่าจ้างจำนวน 30,000 ซึ่งจะนำไปแบ่งให้กับ นายฐิติกร ชื่นอุรา หรือจ่าต้อย จำนวน 15,000 บาท อย่างไรก็ตาม ตนขอยืนยันว่าเพิ่งเคยก่อเหตุดังกล่าว

                     

          รายงานข่าวแจ้งว่า นายอุทิศ ในอดีตเคยเป็นทหารยศ ส.อ. สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งนายอุทิศเป็นลูกน้องเก่าของพล.ต.จรูญ จึงได้ติดตามมาทำงานกับทางพล.ต.จรูญ ให้มาทำหน้าที่คุ้มกัน และจัดหาทีมคุ้มกัน โดยนายอุทิศ ได้ติดต่อกับนายฐิติกร และให้นายฐิติกร เป็นคนจัดหาลูกน้องอีกทอดหนึ่ง  ทั้งนี้ จากการสอบปากคำนายอุทิศ ทราบว่า ภายหลังจากการเชิญตัวนักธุรกิจชาวจีน ครั้งแรกได้เงินมาจำนวน 1,000,000 บาท แต่ยังไม่ได้ส่งให้พล.ต.จรูญ ต่อมาในวันที่ 17 กรกฎาคม  นักธุรกิจชาวจีนได้โอนเงินเข้ามาในบัญชีอีก  1,000,000 บาท โดย นายโก๊ะ เต็ก ชวน ชาวสิงคโปร์ ซึ่งทำหน้าที่ล่ามได้หักเงินไป จำนวน 400,000 บาท จึงเหลือส่งมอบให้พล.ต.จรูญเพียง 1,600,000 บาท จากนั้นนายอุทิศ ก็ได้เงินส่วนแบ่งจำนวน 30,000 บาท ก่อนจะนำไปแจกจ่ายให้การนายฐิติกร จำนวน 15,000 บาท อย่างไรก็ตาม นายอุทิศ ได้มีหนังสือคำสั่งให้ออกจากราชการเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend