ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2564

ยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญที่สุดคือสถาบันพระมหากษัตริย์

98 0
ยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญที่สุดคือสถาบันพระมหากษัตริย์

"ประยุทธ์" ชี้ยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญที่สุดคือสถาบันพระมหากษัตริย์ เผยทรงพระเมตตาไม่อยากให้ถูกลงโทษเรื่องหมิ่นสถาบัน ระบุวันนี้ทุกคนทำตัวเป็นตำรวจกันหมด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาการเตรียมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า การจัดสรรงบประมาณจะต้องมีมิติด้านความมั่นคงด้วย ขอให้หน่วยงานต่างๆนำไปคิด ว่าแต่ละพื้นที่ทั้งระดับภาคและระดับจังหวัด วางภาระกิจของตัวเองอย่างไร ให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยทั้งหมดได้เขียนไว้ในกรอบยุทธศาสตร์ชาติแล้ว และคิดว่ากรอบที่วางไว้ไม่มีอะไรผิด เป็นสิ่งที่ควรทำให้เป็นบรรทัดฐาน เพื่อเป็นแนวทางในการเดินต่อไปข้างหน้า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่จะกำกับดูแลในช่วง 5 ปีแรก เชื่อว่าช่วง 5 ปีแรกทุกอย่างจะเข้าที่ โดยประเทศเริ่มมั่นคงและมีทิศทาง ทั้งนี้การดำเนินการต่างๆต้องสร้างความเข้าใจร่วมกับประชาชนอย่าคิดเองอย่างเดียวไม่เช่นนั้นจะถูกประชาชนต่อต้าน หากรัฐไม่ร่วมมือกับประชาชนสิ่งที่จะทำก็จะไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะจัดสรรงบประมาณอย่างไรก็ตาม     พลเอกประยุทธ์กล่าวต่อว่ายุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญที่สุดคือสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งถือเป็นองค์กรสำคัญเป็นหนึ่งในหลักของประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งที่เราต้องเคารพเทิดทูนและรักษาไว้ยิ่งชีวิตสำหรับเราเป็นข้าราชการ เป็นรัฐมนตรี ต้องเพิ่มประชาชนเข้าไปให้อยู่ในใจ เพราะเราปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ประวัติศาสตร์ชาติไทยมีมาเกือบ 1000 ปีมีพระมหากษัตริย์มาตลอด ฉะนั้นหน้าที่ของพวกเรา สิ่งแรกจะต้องเชิดชูสถาบันด้วยความจงรักภักดีปกป้องรักษาพระบรมเดชานุภาพไม่ได้เราต้องหนักแน่นวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเยอะ

 

    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว และวันนี้จะเปิดวีดีทัศน์ ที่อยู่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานให้มาเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อจะให้เห็นว่าพระองค์ทรงใช้คำว่าสืบสานรักษาและต่อยอดภูพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ทรงทำอะไรไว้และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พระองค์ทรงสืบทอดสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 นายทรงทำไว้พวกเราทุกคนต้องสานต่อสิ่งเหล่านี้ ตามแนวทางที่ส่งพระราชทานไว้ซึ่งไม่ได้มีอะไรผิดเลยทั่วโลกยังได้นำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ขณะเดียวกันบนเวทีสหประชาชาติและทุกการประชุมก็ได้นำแนวทางดังกล่าวไปถ่ายทอดทุกครั้งซึ่งทุกคนก็ยอมรับ วันนี้รัฐบาลได้สรุปออกมาแล้วว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อะไรบ้างซึ่งมีถึง 8-9 กิจกรรม ซึ่งไม่ใช่เฉพาะด้านการเกษตรเพียงอย่างเดียว     "เรื่องการตรวจสอบกระทำความผิด อะไรก็แล้วแต่ผู้ที่เผยแพร่สิ่งที่ไม่เหมาะสมวันนี้สถาบันทรงพระเมตตาทรงรับสั่งเสมอว่าไม่อยากให้ประชาชนต้องถูกลงโทษด้วยเรื่องเหล่านี้ซึ่งประชาชนบางคนก็รู้กฎหมาย แต่ก็พยายามจะทำอยู่เหมือนพยายามที่จะต่อต้านกฎหมายซึ่งก็คือกฎหมายฉบับหนึ่งเหมือนฉบับอื่นๆ และพระองค์ท่านได้ทรงพระราชทานอภัยโทษ นิรโทษกรรมมาโดยตลอดแต่ก็ยังมีคนพยายามจะทำอยู่ผมก็ไม่เข้าใจ ว่าสถาบันไปทำอะไรให้เดือดร้อน ผมพยายามจะคิดแบบที่เขาคิด แต่ก็คิดไม่ออก คิดไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้นไม่เข้าใจเหมือนกัน ฉะนั้นให้นึกถึงว่าพระองค์ท่านทรงมีพระเมตตามาตลอดพระองค์ท่านไม่อยากให้มีการลงโทษอะไรต่างๆ ซึ่งกฎหมายนี้พระองค์ท่านไม่ได้เป็นคนออกแต่ทุกรัฐบาลเป็นคนออกกฎหมายนี้มา เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอให้เข้าใจด้วยพระองค์ท่านใช้กฎหมายไม่ได้ พระองค์ท่านพระราชทานอำนาจทั้ง 3 อำนาจมาให้รัฐบาลเป็นผู้บริหาร เราก็ต้องปกป้องพระองค์ท่าน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เราต้องสร้างความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจรวมทั้งเร่งขยายผลโครงการตามแนวพระราชดำริ ตามหลักการทรงงานของพระองค์ท่านทุกพระองค์     พล.อ.ประยุทธ กล่าวอีกว่า เรื่องการปฏิรูปกลไกการบริหารประเทศเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางการเมืองให้สามารถขจัดคอร์รัปชั่นมีกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่นวันนี้สังคมเปลี่ยนแปลงเยอะระบบโซเชี่ยลมีเดีย กว้างขวางใครจะเขียนหรือนึกอะไรก็ได้แต่อยู่ที่เราว่าจะเชื่อแค่ไหน เรามีหลักคิดหลักการของตัวเองในการอ่าน เสพ และเชื่อหรือไม่นั่นคือความแตกต่างคนที่พัฒนากับคนที่ยังไม่พัฒนา ต้องให้เขาพัฒนาไปด้วยกันโดยมีหลักคิดพื้นฐานที่ไม่สร้างความขัดแย้ง ไม่ทำให้เกิดปัญหา      "วันนี้ข่าวในโซเชียลมีเดีย หรือข่าวทุกช่องทุกคนทำหน้าที่เป็นตำรวจกันหมดโอเคถือว่าดี แต่อย่าไปตัดสินเอง วันนี้จากการตามเป็นตำรวจ เป็นเจ้าหน้าที่เองแล้วยังไปเป็นศาลตัดสินทุกอย่างอันนั้นผิดอันนี่โน้น อันนี้ใช่หรือไม่ใช่ สรุปเลยทำให้ปั่นป่วนกันไปทั้งหมด ที่ประชาชนมาเฝ้าระวังถือเป็นเรื่องเดียวต้องขอบคุณแต่ก็ขอให้แจ้งมาตามช่องทางเพื่อนำไปสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เกิดการตัดสินตามกระบวนการยุติธรรมผมไม่เคยไปก้าวล่วงสักคำที่ผ่านมาหน้าที่ของรัฐบาลคือนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมส่วนจะติดตัวถูกไปสู้กันที่ศาลซึ่งก็มีทนายสามารถอุทธรณ์ได้ มันรังแกกันไม่ได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งซึ่งหน้าเข้าใจแต่ยังไม่พอใจที่สุดอย่างที่ตนบอก มันมีการจุดชนวนติดเชื้อต่างๆขึ้นมาอีกมากมายทุกวันตื่นเช้ามาก็เจอแล้ว เปิดโทรทัศน์ก็เจอบางเรื่องมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องนำมาขยายความหรือต้องนำมาสร้างความขัดแย้งเพิ่มแต่ก็ไปกันใหญ่โตแล้วที่เราจะทำในวันนี้ไม่ได้รับความสนใจ เพราะเป็นเรื่องที่ไกลตัวประชาชนมากเกินไป หันไปสนใจเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งอยู่ทุกวันถ้าเป็นต้นไม้เขาเรียกว่าสนใจแต่กระพี้ ซึ่งเป็นแค่เปลือกนอกของต้นไม้โดยไม่สนใจว่าเนื้อไม้คือต้นไม้จากอะไร กระพี้พอโตขึ้นไปด้วยสมัยกลายเป็นปุ๋ย ไม่ต้องสนใจแก่นของมันประโยชน์ของต้นไม้ด้วย เช่นเดียวกับการปลูกต้นไม้รักษาป่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความรู้ให้มาก ต้องเข้าใจว่าประเทศประกอบด้วยแผ่นดิน พื้นน้ำ อากาศ และคน จึงเรียกว่าประเทศ ถ้าทั้ง 3 อย่างไม่เข้มแข็ง ประเทศนั้นก็อ่อนแอ อยู่ม่ได้ แต่วันนี้ประเทศไทยยังแข็งแรงอยู่

 

    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การขจัดปัญหาคอรัปชั่นที่สื่อรายงานข่าวว่า แก้ปัญหาได้ดีการทุจริตคอรัปชั่นไม่เพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ลดลงมันดีหรือเปล่าตนไม่รู้ เรื่องการแก้ปัญหาคอรัปชั่นถ้าจะให้ได้ 100% อยู่ที่ผู้ให้และผู้รับอยู่ที่เจ้าหน้าที่เรียกหรือเจ้าหน้าที่ไม่เรียกก็ดันเสนอให้เขาและต้องการอำนวยความสะดวก ต้องงการทำสัญญาเข้ามา พอเข้าไม่ได้ก็ไปฟ้องคนที่ได้ซึ่งก็เป็นแบบนี้มาตลอด จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องหาทางแก้ปัญหาว่าจะทำอย่างไรจะโทษกันไปมาคงแก้ไม่ได้ ไม่ได้โทษข้าราชการโดยกลุ่มธุรกิจ เพราะวันนี้กลุ่มธุรกิจดีๆที่มาร่วม พลังประชารัฐ ถึง 12 กลุ่มก็ถูกต้านกันไปมาจนเสียหายหมด


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend