ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2564

จับตา 25 ส.ค. นี้ ‘คดียิ่งลักษณ์’ อาจฉายเดี่ยว

2.13K 124
จับตา 25 ส.ค. นี้ ‘คดียิ่งลักษณ์’ อาจฉายเดี่ยว

จับตา 25 ส.ค นี้ คดีบุญทรงกับพวก ในคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี มีโอกาสที่จะเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปมีมากกว่า คดียิ่งลักษณ์ ในคดีจำนำข้าว เนื่องจากจำเลยมีหลายคน หากจำเลยมาศาลไม่ครบ ศาลอาจต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี   ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่ระงับยับยั้งเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว และคดีีที่อัยการเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์  อดีต รมว. พาณิชย์ กับพวก รวม 28 คน (แต่หนีคดี 2 คน ปัจจุบันจำเลยจึงเหลือ 26 คน)  ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ พร้อมกันทั้งสองคดี เนื่องจากทั้งสองคดีมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกันนั้น   

แหล่งข่าวซึ่งเป็นอดีตผู้พิพากษา ระบุว่า  แม้ว่าทั้งสองคดีศาลจะนัดอ่านคำพิพากษาคดีพร้อมกัน แต่เมื่อถึงวันนัดอ่านคำพิพากษา โอกาสที่คดีนายบุญทรงกับพวก จะเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปมีมากกว่า คดี น.ส. ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากจำเลยในคดีนายบุญทรง มีหลายคน ขณะที่คดีของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ จำเลยมีเพียงคนเดียว  พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542  มาตรา 32  ระบุว่าในกรณีที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา แต่จำเลยไม่มาฟังคำพิพากษา ให้ศาลเลื่อนการอ่านไปและออกหมายจับจำเลยมาฟังคำพิพากษาและเมื่อได้ออกหมายจับแล้ว ไม่ได้ตัวจำเลยมาภายใน 1 เดือน นับแต่วันออกหมายจับให้ศาลอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้และให้ถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาแล้ว   ดังนั้นในทางปฏิบัติที่ผ่านมาในคดีที่มีจำเลยหลายคน หากจำเลยมาไม่ครบในวันนัดอ่านคำพิพากษาแม้เพียงคนเดียว ศาลก็จะออกหมายจับจำเลยคนที่ไม่มาฟังคำพิพากษาแล้วเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไป  1 เดือน แล้วค่อยนัดอ่านคำพิพากษาครั้งที่ 2  ซึ่งเมื่อถึงวันนัดอ่านคำพิพากษาครั้งที่ 2 ศาลก็จะอ่านคำพิพากษาเลยแม้ว่าจะมีจำเลยมาไม่ครบในวันนัดอ่านคำพิพากษาก็ตาม โดยศาลจะออกหมายจับจำเลยที่ไม่มาฟังคำพิพากษา เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำตัวมาฟังคำพิพากษาต่อไป  เท่าที่ผมอยู่ในวงการยุติธรรมมานานหลายสิบปี ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นที่ศาลอ่านคำพิพากษาเลยในนัดฟังคำพิพากษาครั้งแรกในกรณีที่จำเลยมาไม่ครบ  ส่วนคดีคุณยิ่งลักษณ์ ถ้า คุณยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นจำเลย มาศาลในวันนัดฟังคำพิพากษา ก็ไม่มีเหตุที่ต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไป แม้ว่าทั้งสองคดีหลักฐานจะเชื่อมโยงกันก็ตาม'

แหล่งข่าว ยังกล่าวถึง คดีจำนำข้าวของ  น.ส. ยิ่งลักษณ์  ว่า ในเรื่องเจตนาพิเศษ เป็นเรื่องสำคัญ  ซึ่งเจตนาพิเศษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ที่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ โดนฟ้องก็คือ  ได้ละเว้นกระทำ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือโดยทุจริต  ซึ่งอาจเป็นประเด็นชี้ขาดคดีนี้ได้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้  น.ส. ยิ่งลักษณ์  ได้ต่อสู้คดีว่า ไม่ได้มีเจตนาพิเศษ ในการปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตหรือทำให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว โดย น.ส. ยิ่งลักษณ์ อ้างถึงกรณีที่ี่ ป.ป.ช. และ สตง. มีหนังสือท้วงติงมายังรัฐบาลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ว่า ปปช.และ สตง.ไม่มีอำนาจที่จะสั่งให้ฝ่ายบริหารยับยั้งหรือยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวได้ แต่อย่างไรก็ตาม  น.ส. ยิ่งลักษณ์ ไม่เคยละเลยเพิกเฉยในการกำกับและติดตามการปฏิบัติตาม ที่ ป.ป.ช. สตง.ท้วงติง โดยได้ส่งข้อเสนอแนะดังกล่าวให้คณะกรรมการ กขช. และหน่วยงานปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติแต่งตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริตในการรับจำนำข้าวฯ และก่อนหน้านั้นได้มีคำสั่ง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นประธาน ดังนั้น การที่ น.ส. ยิ่งลักษณ์  ส่งเรื่องโดยตรงไปยัง กขช. และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงไม่มีเรื่องใดที่ละเลย และเมื่อส่งเรื่องไปแล้ว คณะกรรมการและหน่วยงานต่างๆ ย่อมต้องเป็นผู้รับผิดชอบหากมีเรื่องใดเห็นค้านก็จะต้องนำเสนอกลับมาตามสายงานบังคับบัญชา แต่ปรากฏว่าไม่มีหน่วยงานใดเห็นค้านและเสนอให้ยกเลิก หรือยุติโครงการรับจำนำข้าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีได้ป้องกันความเสียหาย มีการปรับลดวงเงินรับจำนำจากไม่จำกัด เป็นจำกัดวงเงินการรับจำนำ

 ส่วนในประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่า ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในการระบายข้าวจีทูจีนั้น น.ส. ยิ่งลักษณ์ ได้ต่อสู้ว่า ไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในการระบายข้าว การระบายข้าว เป็นงานในระดับปฏิบัติที่มีคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว ,รมว.พาณิชย์ ,กรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้รับผิดชอบ เป็นวิธีการที่ดำเนินการมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งนี้ในสมัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นรัฐบาล คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดหลักเกณฑ์ และมาตรการในการป้องกันการทุจริตในการระบายข้าวให้เข้มงวดมากขึ้น โดยให้ผู้รับผิดชอบปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ ขั้นตอนซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า ถ้า ตนปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต หรืองดเว้นไม่ป้องกันการทุจริตหรือไม่ป้องกันความเสียหายตามที่โจทก์กล่าวหา หรือ หากตนมีเจตนาทุจริตหรือสมยอมให้ทุจริตแล้ว ตนและคณะรัฐมนตรี จะสร้างหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดมากขึ้นดังกล่าวทำไม

นอกจากนี้ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือน พ.ย. 2555 ตนได้สั่งการให้ รมว.พาณิชย์ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นที่มีการอภิปราย เรื่องการทำสัญญาซื้อขายแบบจีทูจี แต่ผลการตรวจสอบกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ได้รายงานว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการระบายข้าวและรายงานว่าเป็นการดำเนินการอย่างถูกต้อง แล้วจะถือว่าตนปกปิดการระบายข้าวเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้หนึ่งผู้ใดตามที่โจทก์กล่าวหาได้อย่างไร แสดงให้เห็นว่าตนไม่ได้มีเจตนาพิเศษ ที่จะปกปิดข้อมูลในการระบายข้าวแบบจีทูจี และเป็นการแสดงว่า ตนไม่ได้สมยอม ให้ผู้ใดกระทำการทุจริตในการระบายข้าว หรือมีการกระทำที่ปกป้องผู้หนึ่งผู้ใด ตามข้อกล่าวหาของโจทก์


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend