ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2564

"อภิสิทธิ์"ชี้ "ยิ่งลักษณ์" ควรหยุดจำนำข้าว เหมือนยุติกองทุนน้ำมัน

10.87K 926
อภิสิทธิ์ชี้ยิ่งลักษณ์ควรหยุดจำนำข้าวเหมือนยุติกองทุนน้ำมัน

"มาร์ค" ชี้ "ปู" ควรหยุดจำนำข้าว เหมือนยุติกองทุนน้ำมัน ย้ำมีหลายฝ่ายท้วงติงแล้ว ขอให้เป็นดุลพินิจของ "ศาล" ว่ามีพฤติกรรมปล่อยปละละเลยหรือไม่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ "ต้องถาม" ทางสถานีโทรทัศน์ฟ้าวันใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะนัดผู้เกี่ยวข้องในคดีการทุจริตจำนำข้าว ฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค. นี้ ว่า เมื่อทางพรรคเพื่อไทยประกาศเป็นนโยบายหาเสียงแล้วก็เริ่มแถลงนโยบายต่อสภา ทั้งทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และทางพวกตนก็ชี้ให้เห็นว่ามันเกิดปัญหาแน่ เพราะนอกจากจะเป็นปัญหาเรื่องการเปิดช่องทุจริตแล้ว เมื่อรัฐบาลมีสต็อคข้าวมากๆ จะทำลายตลาดข้าว ทำลายโอกาสของข้าวไทยในการแข่งขันด้านการส่งออก จะกระทบต่อแรงจูงใจของเกษตรกรที่จะต้องดูแลเรื่องคุณภาพข้าว ตรงนี้คือจุดเริ่มต้นของที่มาของคดีว่าน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ "มีการเตือนจากหลายฝ่าย ทีนี้เอาละเขาบอกว่าเขาหาเสียงมาแล้ว เขาต้องทำ ตรงนี้ก็พอมีน้ำหนักนะครับว่า หาเสียงมาแล้วต้องทำ เดี๋ยวจะหาว่าไปหลอกลวงประชาชนอีก พอเริ่มทำ ก็ปรากฏว่ามันก็มีข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตอยู่หลายขั้นตอน ให้เครดิตคุณหมอวรงค์กับ ส.ส. อีกหลายคน ก็ไปเก็บข้อมูลมาว่า มีปัญหาเรื่องการโกงตาชั่ง ความชื้น เรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็มีการอภิปรายในสภา ตั้งกระทู้ถามบ้าง เสนอเป็นญัตติบ้าง รัฐบาลก็ต้องถือว่ารับรู้รับทราบ ถ้าจะมาแก้ตัวบอกไม่มาสภา ไม่รู้ มันก็ไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นหน้าที่" นายอภิสิทธิ์กล่าว นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า เมื่อโครงการมีการดำเนินการได้สักพักหนึ่ง ก็มาถึงขั้นตอนของการเก็บข้าวในสต็อก ก็มีการนำเสนอข้อมูลต่ออีกว่ามีการทุจริตในเรื่องการเวียนข้าว ต่อมาถึงขั้นตอนการระบายข้าว ก็มีการเอาข้อมูลมาเสนออีกว่าที่ระบายข้าวไปนี้ มีปัญหาว่าที่อ้างว่าขายกันรัฐต่อรัฐนั้นของจริงหรือเปล่า แล้วหนักที่สุดก็คือว่า เริ่มมีข้อมูลที่เราใช้นำเสนอต่อสภาว่า มันมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจมาทำธุรกิจหากิน พูดง่ายๆ คือการทุจริตกับโครงการนี้ ส่วนตัวการทุจริตจริงๆ ก็เป็นการฟ้องอีกคดีหนึ่งก็คือกรณีของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวก รวม 28 คน แล้วก็ต่อมาก็มีทั้งกระทรวงการคลัง สตง. ที่ตรวจสอบแล้วพบความเสียหายในโครงการ เขาก็บอกว่าตั้งแต่ปี 54 ซึ่งเริ่มต้นโครงการไล่มาจนถึงปี 2555 ไล่มาจนถึงปี 2556 มันมีการชี้ให้เห็นถึงความเสียหายที่รัฐบาลจำเป็นจะต้องระงับยับยั้ง แต่ไม่ปรากฏว่ามีการเอาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ แต่กลับปล่อยปละจนกระทั่งความเสียหายนี้ออกมาหลายแสนล้านบาท "ผมก็เห็นนโยบายอื่นของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เองก็มีการหยุด ตอนแรกกองทุนน้ำมันจะมาช่วยอุ้มคนที่ใช้เบนซิน ก็หยุด แถลงแล้วทำแล้วก็หยุด แม้กระทั่งโครงการจำนำข้าวเอง ก็มีการออกมติคณะรัฐมนตรีมาลดราคาที่จะรับจำนำมีช่วงนึงด้วย เพราะฉะนั้นมันก็เปลี่ยนแปลงได้ ที่สำคัญก็คืออย่างนี้ครับ การไม่ทำตามนโยบายที่แถลงต่อสภา มันเป็นความรับผิดชอบต่อสภา แต่กรณีนี้สภาได้เป็นคนท้วงว่าอย่าทำต่อนะ มันกำลังจะเกิดปัญหานะ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเขาไม่ทำตามนโยบายที่แถลงต่อสภา เขาสามารถยกเลิก แล้วมาแถลงต่อสภาได้เลยว่าที่ต้องหยุดนี้เพราะมันเกิดความเสียหาย เกิดการทุจริตขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ก็จึงเป็นเรื่องที่เป็นดุลพินิจของศาลที่จะวินิจฉัยว่าพฤติกรรมแบบนี้ถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ในฐานะผู้นำรัฐบาล" นายอภิสิทธิ์กล่าว


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend