ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564

"ปธ.ป.ป.ช." รับ เป็นจุดอ่อนในชีวิต ใกล้ชิด "วงษ์สุวรรณ"

40 0
 ปธ.ป.ป.ช. รับ เป็นจุดอ่อนในชีวิต ใกล้ชิด วงษ์สุวรรณ

"ประธานป.ป.ช." เชื่อพิจารณาอุทธรณ์ คดีสลายพันธมิตรฯ ทันใน 30 วัน ไม่กดดันถูกจับตา รับเป็นจุดอ่อนในชีวิต ใกล้ชิด "ตระกูลวงษ์สุวรรณ" เลือกไม่ได้ ชี้ ให้ดูการกระทำ

 พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช.กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7ต.ค.51 ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการคัดลอกคำพิพากษาคดีดังกล่าวจากศาลฎีกาฯ โดยกำลังติดตามอยู่ ปกติการคัดลอกคำพิพากษากลางใช้เวลา 1 – 2 สัปดาห์ มั่นใจว่า ป.ป.ช.จะพิจารณาอุทธรณ์ได้ทันภายในกรอบเวลา 30 วัน โดยผลการพิจารณาจะต้องตอบสังคมได้

                 

    "เรียนตรงๆ ถ้าไปถามนักกฎหมายวันนี้ต่างต้องทำแบบป.ป.ช.คือ รอการวิเคราะห์ข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ ไม่ใช่บอกว่า จะทำนู่นจะทำนี่ มันไม่ได้ กฎหมายมันต้องชัด แล้วเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเขาก็รู้ว่า เดดไลน์มันเมื่อไหร่ ถ้าปล่อยให้เลยจะไม่มีคำแก้ตัวทันที ผมยืนยันว่า ทันตามกรอบ 30 วัน ในเมื่อกฎหมายเขียนไว้อย่างนั้นเราต้องทำให้ทัน ถ้าเราทำไม่ทัน มันเหมือนกับแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ชก"พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว

 

                ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตจากกลุ่มพันธมิตรฯ ถึงท่าทีของป.ป.ช.ไม่ค่อยอยากดำเนินการอุทธรณ์ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คาดคะเนกันไป แต่เราต้องทำตามหน้าที่ หลักเกณฑ์ที่จะพิจารณาว่า จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่นั้นต้องไปดูประเด็นที่ป.ป.ช.ชุดก่อนมีมติชี้มูลความผิดก่อนส่งฟ้อง และอีกหลายเรื่องในคำพิพากษา ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง โดยคำพิพากษากลางและคำพิพากษาของตุลาการแต่ละคนจึงมีความสำคัญ นอกจากนี้ ยังต้องนำหลักฐานที่กลุ่มพันธมิตรฯ ยื่นเข้ามาพิจารณาด้วย

                 

     เมื่อถามว่า ป.ป.ช.จำเป็นต้องยื่นอุทธรณ์เพื่อให้สิ้นข้อครหาหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เชื่อว่า ป.ป.ช.จะนำทั้งข้อเท็จจริง และเรื่องต่างๆ มาพิจารณา แล้วออกเป็นมติของคณะกรรมการป.ป.ช.

 

                เมื่อข้อถามว่า กดดันหรือไม่ ที่ถูกจับตามองถึงสายพันธ์ที่ใกล้ชิดกับตระกูลวงษ์สุวรรณ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ไม่กดดัน เพราะเป็นหน้าที่ ทุกอย่างต้องทำตามข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน ถึงแม้ตนจะไม่ได้อยู่กระบวนการของคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดที่ชี้มูลความผิด แต่เมื่อเป็นเรื่องของป.ป.ช.ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบบ 

                 

    เมื่อถามย้ำว่า สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ตัวประธานป.ป.ช.ดูเหมือนจะเกรงใจจำเลยบางคนในคดีนี้เป็นพิเศษ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า "มันคงปฏิเสธไม่ได้ เป็นธรรมดา มันเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่การงาน มันอาจจะเป็นจุดอ่อนของชีวิต มันเลือกไม่ได้ แต่การกระทำของเราจะเป็นอย่างไรนั้นต่างหาก"

 

                เมื่อถามว่า ประธานป.ป.ช.จะเข้าร่วมพิจารณาว่า จะอุทธรณ์หรือไม่ เพราะถูกครหาว่า มีส่วนได้ส่วนเสีย พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ต้องพิจารณาทั้งหมดว่า จะเป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ องค์กรจะเป็นอย่างไร คิดอยู่ทุกวัน ต้องเอาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ตัวเองไม่เป็นไรเพราะพร้อม เนื่องจากเป็นภาระหน้าที่และความรับผิดชอบ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจใดๆ

                 

    เมื่อถามว่า ติดใจหรือไม่ เพราะคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ขัดแย้งกับคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ประธานป.ป.ช. กล่าวว่า มันมองกันคนละมุม ในเรื่องของอาญามันต้องมีเจตนาพิเศษจริงๆ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายผู้อื่น ไม่เช่นนั้นจะต้องยกประโยชน์ หลักกฎหมายอาญาเป็นอย่างนั้น   


เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend