ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2564

มติยกฟ้อง คดีสลายม็อบ พธม. 8 ต่อ 1 ทนายรอคัดคำพิพากษาเต็มเสนอ ป.ป.ช.

1.51K 129
มติยกฟ้องคดีสลายม็อบ พธม.8 ต่อ 1ทนายรอคัดคำพิพากษาเต็มเสนอ ป.ป.ช.

ทนาย ป.ป.ช. รอคัดคำพิพากษาเต็มยกฟ้องคดีสลายม็อบ พธม.ปี 51-คำวินิจฉัยส่วนตนองค์คณะ 9 คน ให้ ป.ป.ช.ตัดสินใจอุทธรณ์หรือไม่ตาม รธน.ใหม่ต้องยื่นใน 30 วัน แต่ลุ้นใช้หลักอาญาขยายอุทธรณ์ ขณะที่มติศาลยกฟ้องไม่เอกฉันท์ 8 ต่อ 1

แหล่งข่าวทีมทนายความ รับมอบอำนาจจาก ป.ป.ช. ยื่นฟ้องคดีสลายม็อบ พธม. เปิดเผยภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษายกฟ้องถึงการจะใช้สิทธิอุทธรณ์คดีตามรัฐธรรมนูญใหม่ ปี 2560 หรือไม่ว่า ในการพิจารณาจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ต้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโจทก์ เป็นผู้ตัดสินใจ โดยระหว่างนี้ขอคัดคำพิพากษากลางฉบับเต็มขององค์คณะฯ เพื่อดูรายละเอียดในประเด็นที่ศาลหยิบยกมา ประกอบกับคำวินิจฉัยส่วนตนของผู้พิพากษาองค์คณะทั้ง 9 คนว่าแต่ละท่านพิจารณาพยานหลักฐานอย่างไร เพื่อรวบรวมเสนอให้ ป.ป.ช.ตัดสินใจ

โดยคดีนี้ ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้อง 2 ประเด็นคือการปฏิบัติหน้าที่มิชอบที่สั่งสลายการชุมนุมกระทั่งมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตซึ่งมองว่ารัฐบาลก็ต้องควบคุมดูแลเมื่อมีเหตุบาดเจ็บ-เสียชีวิต แลประเด็นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบที่เมื่อช่วงเช้ารู้แล้วว่ามีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ก็ไม่ยับยั้งด้วยวิธีการอื่นใดนอกเหนือการสลายชุมนุมด้วยการยิงแก๊สน้ำตาโดยการไต่สวนก็นำเสนอภาพเหตุการณ์ประกอบการพิจารณา ซึ่งเรื่องเจตนาพิเศษนั้นแม้ไม่ได้จะทำให้เกิดการสูญเสียแต่เมื่อเกิดแล้วก็ต้องระงับยับยั้ง

เมื่อถามว่า ตามรัฐธรรมนูญใหม่ กำหนดให้ยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันจะทันเวลาหรือไม่ ทนายความของฝ่าย ป.ป.ช. กล่าวว่า ถ้าจะอุทธรณ์ ก็ต้องพยายามดำเนินการในเวลารวดเร็ว แต่ก็จะตรวจสอบดูด้วยว่าจะสามารถขอขยายเวลาจากรัฐธรรมนูญฯ กำหนดได้หรือไม่โดยอิงจากหลักคดีอาญาตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญาที่สามารถยื่นขยายเวลาได้ เรื่องนี้ก็ต้องตีความกฎหมาย

ขณะที่ศาสตราจารย์พิเศษ ภัทรศักดิ์ วรรณแสง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กล่าวว่า ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฯ ใหม่ กำหนดเวลายื่นอุทธรณ์ไว้ 30 วัน แต่เรื่องจะขยายอุทธรณ์ได้หรือไม่เวลานี้เมื่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังไม่ได้ประกาศใช้ ก็ต้องดูจากกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ประมวลวิธีพิจารณาคดีอาญาที่ใช้ในหลักคดีอาญาทั่วไปและข้อบังคับประธานศาลฎีกาในส่วนเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำพิพากษาขององค์คณะฯ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่พิพากษายกฟ้องในวันนี้ เป็นการลงมติขององค์คณะฯ เสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 โดยนายธนสิทธิ์ นิลกำแหง เจ้าของสำนวนและองค์คณะผู้พิพากษาอีก 7 คน เป็นเสียงข้างมาก ส่วนองค์คณะเสียงข้างน้อย คือ นายปริญญา ดีผดุง อย่างไรดีสำหรับคำวินิจฉัยส่วนตัวของผู้พิพากษาแต่ละคน ศาลฎีกาฯจะทยอยลงเผยแพร่ในเว็บไซต์ศาลฎีกาฯ ต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend