ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564

แจ้งข้อหา ผอ.รร.ฆ่าแม่เด็ก 7 ขวบ ยังให้การปฎิเสธ

4.43K 269
แจ้งข้อหา ผอ.รร.ฆ่าแม่เด็ก 7 ขวบยังให้การปฎิเสธ

ตรัง ผอ.รร. มอบตัวคดีฆ่าสาวใหญ่ ยังให้การปฎิเสธ ด้านครอบครัว กล่าวรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะผอ.เป็นญาติกันด้วย

จากกรณีคนร้ายฆาตกรรมฆ่าทุบหัวและรัดคอนางสาวลัดดา จินดาแก้ว หรือตุ๊ อายุ 33 ปี ชาวบ้าน ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง เสียชีวิตคาห้องน้ำของโรงเรียนบ้านหนองคล้า หมู่ที่ 7 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ ขณะพาลูกชายวัย 7 ขวบ ไปเล่นฟุตบอลและเครื่องเล่นที่สนามหญ้าของโรงเรียน ระหว่างรอลูกได้เดินไปเข้าห้องน้ำหลังโรงเรียน แล้วถูกคนร้ายลงมือทำร้ายทุบศีรษะและรัดคอจนเสียชีวิต จนลูกชายเล่นบอลเสร็จเห็นแม่หายตัวไปไม่มารับกลับบ้าน จึงร้องไห้ตามหา จนชาวบ้านและนักการภารโรงช่วยกันตามหา และพบกลายเป็นศพหน้าห้องน้ำของโรงเรียนดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อกลางดึกวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมานายวินิจ อัครสุวรรณกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองคล้า ได้เข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่่ตำรวจ สภ.เขาวิเศษ จ.ตรัง ในคดีพัวพันฆ่าน.ส.ลัดดา ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานระบุนายวินิจ เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว โดยเบื้องต้นทราบว่ามีหลักฐานกล้องวงจรปิดจับภาพรถของผอ.วิ่งเข้าออกโรงเรียนในช่วงเกิดเหตุ ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แต่จากการสอบสวนผู้ต้องหายังให้การปฎิเสธ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ให้รายละเอียดมากนัก เนื่องจากต้องการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้สอบสวน และรอส่งศาลวันนี้เลย ซึ่งรายละเอียดของคดีคาดว่าพล.ต.ต.สมพงษ์ ทองใบ ผบก.ภ.จ.ว.ตรัง จะแถลงข่าวเร็วๆนี้

ขณะที่โรงเรียนบ้านหนองคล้า สถานที่เกิดเหตุ บรรยากาศกลับเงียบเชียบ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวผู้อำนวยการโรงเรียนก่อคดีฆ่าไว้ได้ บรรดาครู ต่างปิดปากเงียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนที่บ้านเลขที่ 203 หมู่ที่ 21 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ซึ่งเป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลศพของผู้เสียชีวิต ญาติๆได้จับกลุ่มพูดคุยเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว ซึ่งต่างก็สลดกับความจริงที่ปรากฏขึ้น ต่างก็ไม่นึกว่าผอ.ร.ร. จะเป็นคนลงมือก่อเหตุดังกล่าว และยืนยันขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหารายนี้ และขอบคุณที่คลี่คลายคดีได้

นายอภิชัย อภิบาล อายุ 32 ปี สามีของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า รู้สึกสลดใจมากกับความจริงที่ปรากฏ สะเทือนใจ เพราะคนร้ายเป็นถึง ผอ. ร.ร. มีการศึกษาและก่อเหตุในสถานที่ตัวเองดูแลอยู่ ไม่คิดว่าจะโหดเหี้ยมขนาดนี้ หลังจากนี้ขอให้ตำรวจดำเนินการให้ถึงที่สุด เพราะคดีนี้สะเทือนขวัญ กระทบกับจิตใจทุกคนในครอบครัว และต้องขอขอบคุณที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคลี่คลายคดีได้อย่างรวดเร็ว แต่ขอให้คัดค้านการประกันตัว เพราะไม่ใช่คดีชิงทรัพย์ธรรมดา แต่เป็นการฆกรรม

นางสายพิณ จินดาแก้ว อายุ 60 ปี ป้าสะใภ้ของผู้ตาย อยู่บ้าน 191 ม.21 กล่าวว่า ผอ. เป็นญาติห่างๆกับครอบครัว แต่มาลงมือฆ่ากัน เป็นถึงผู้นำคน ทุกคนไม่เคยคิดว่าคนร้ายคือผอ. ฝากตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และขอให้คัดค้านการประกันตัว

นางสาวศิริพร จินดาแก้ว (พี่สาว)เสื้อสีดำล้วน อายุ 37 ปี 203 ม.21 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง กล่าวทั้งน้ำตาว่า เสียใจที่สุดกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องสาว ยิ่งพอรู้ความจริงยิ่งสะเทือนใจมาก พูดแทบไม่ออก จุกที่ใจ แต่ก็เชื่อในความยุติธรรมที่เกิดขึ้นแล้วว่ามีจริง หลังจากนี้ขอให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด ขออย่าให้ประกันตัว

ด้านนายจำลอง จินดาแก้ว พ่อผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ดีใจที่ตำรวจจับไม่ผิดคนแล้ว เชื่อว่าไม่จับแพะแน่นอน ส่วนตัวเชื่อว่าใครทำดีได้ดี ใครทำชั่วก็สนองตัวเขาแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายวินิจ ได้แล้วจากนั้นคุมตัวส่งฝากขังที่ศาลจ.ตรัง และล่าสุดเวลา 17.00น. ทางญาติได้ยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอยื่นประกันตัวนายวินิจ ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของศาล  

พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองใบ ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวว่า หลังจากที่นายวินิจ อัครสุวรรณกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองคล้า ผู้ต้องหาเข้าให้การมอบตัว ทางเจ้าหน้าที่รับตัวไว้สอบสวนคดี และให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบและดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนกระบวนการสอบสวนไป ซึ่งได้นำตัวผู้หาไปฝากขังไว้กับศาล ให้เดินเรื่องประกันตัวในชั้นศาลต่อไป สำหรับคดีนี้ยังไม่ได้ออกหมายจับ ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวก่อนแสดงข้อกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่ก็แจ้งข้อกล่าวหากลับไป ทางเจ้าหน้าที่ได้มาทราบตัวผู้ต้องหาในตอนหลัง ทางด้านการสืบสวนก็ทราบผู้ต้องสงสัย สำหรับกระบวนการสอบสวนก็เป็นไปตามกฎหมายไม่มีมวยล้มถึงแม้จะเป็นผู้ใหญ่ ผู้บริหารการศึกษา สำหรับหลักฐานอยู่ในสำนวนซึ่งให้ข้อมูลไม่ได้ถ้าพูดออกไปอาจเป็นข้อต่อสู้ของผู้ต้องหาได้ สำหรับกระบวนทางนิติศาสตร์ตอนนี้ผลยังไม่ออก สำหรับพยานหลักฐานเอาผิดผู้ต้องหาได้หรือไม่นั้นต้องเป็นไปตามกระบวนการของศาล สำหรับเหตุดังกล่าวไม่เข้าข่ายสะเทือนขวัญเพราะเป็นความผิดต่อส่วนตัว ว่ากันตามรูปแบบของคดีไป ไม่ได้สร้างความสะเทือนใจในพื้นที่แต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้มองว่าจับผิดตัว แต่ในเมื่อผู้ต้องหาเข้ามามอบตัวตามกฎหมายก็ว่ากันไปตามผิดถูก


เรื่องโดย คนิตา สีตอง | ภาพโดย คนิตา สีตอง
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend