ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ทรัมป์ยอมรับต่อสื่อ "Janet Yellen VS Gary Cohn" เป็นสองคู่แข่งขันชิงประธานเฟดสมัยหน้า

3.93K 89
ทรัมป์ยอมรับต่อสื่อ Janet Yellen VS Gary Cohn เป็นสองคู่แข่งขันชิงประธานเฟดสมัยหน้า

ทรัมป์แสดงออกเป็นครั้งแรกในการยอมรับต่อสื่อว่า ทั้ง "Gary Cohn Vs Janet Yellen" เป็นสองคู่แข่งขันชิงตำแหน่งประธานเฟดสมัยหน้า หลัง Janet Yellen จะครบเทอมการทำงานสมัยแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 โดยอาจจะได้รับการต่ออายุการทำงานอีด 4 ปีเป็นสมัยที่ 2 แต่เขาก็มีคนที่อยู่ในใจคือ Gary Cohn ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติที่ปรึกษาเศรษฐกิจของเขานั่นเอง ซึ่งทั้งสองคนอยู่ในกระบวนการตัดสินใจ พร้อมๆ กับอีก 2-3 รายชื่อ

ขณะเดียวกันทรัมป์ได้ปรับเปลี่ยนคำพูดว่า โดยออกปากชม Janet Yellen ทำงานดี และอยากเห็นอัตราดอกเบี้ยยู่ในระดับต่ำต่อไปเหมือนอย่างที่เธอต้องการ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งในปีที่แล้วซึ่งเขาประกาศจุดยืนที่จะให้มีการขี้นดอกเบี้ย เนื่องจากรัฐบาลของเขาต้องการจะใช้นโยบายการคลังทั้งเพิ่มการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และการปฏิรูปภาษี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ มาถึงวันนี้นโยบายการคลังของทรัมป์กลับไม่รุดหน้า และไม่มีความแน่นอนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐในระยะต่อไป

ตลาดยังคงจับตาการซื้อขาย Bitcoin ส่อล่มอีกหนึ่งวันในการซื้อขายเมื่อวันอังคาร โดยที่การซื้อขายเงินดิจิตัลของ Bitcoin และ Ethereum ซึ่งเป็น 2 สกุลที่ครอบคลุมส่วนแบ่งตลาด 70% นั้น เกิดการถล่มขายอีกครั้งเมื่อวันอังคาร ส่งผลราคาร่วงลงถึง 10% ในวันเดียว นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่า การทดสอบซื้อขายเงินดิจิตัลเกิดการติดเชื้อไวรัส

1.ท่ามกลางความท้าทายที่มีต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะตัดสินใจเลือกบุคคลที่จะมานั่งในตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ ที่จะเข้ามาดำเนินนโยบายการเงินเพื่อให้เป็นไปในทิศทางที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับการใช้นโยบายการคลัง เพื่อทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่ตามที่ได้สัญญาไว่ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง

เนื่องจาก Janet Yellen ในวัย 70 ปี จะครบเทอมการทำงาน 4 ปีช่วงสมัยแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 นี้ โดยทรัมป์ได้แสดงออกล่าสุด ว่า พึงพอใจกับการทำงานของประธานเฟดคนปัจจุบัน โดยมองว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐขณะนี้อยู่ในระดับที่ต่ำมาก ซึ่งเขาได้พูดมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา และ Janet Yellen ก็ได้ทำหน้าที่เป็นอย่างดี และเขาคารพในสิ่งที่เธอกำลังดำเนินการอยู่

โดยในวันนี้ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า Janet Yellen ก็จะเป็นหนึ่งในรายชื่อที่เขากำลังพิจารณาว่าอาจจะต่ออายุตำแหน่งประธานเฟดเป็นสมัยที่ 2 พร้อมๆ กับอีก 2-3 รายชื่อที่กำลังพิจารณาตัดสินใจ

แต่ทรัมป์ก็บอกสื่อเป็นนัยว่า Gary Cohn อดีตซือีโอของโกลด์แมน แซคส์ ซึ่งปัจจุบันนั่งเป็นตำแหน่งประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ และเป็นที่ปรึกษาของเขา ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่อยู่ในใจของเขาด้วย โดยเขาบอกกับสื่อว่า Gary Cohn ยังไม่ได้รับรู้ในเรื่องเป็นคู่แข่งขันตำแหน่งประธานเฟดที่กำลังถูกพิจารณาในขณะนี้ด้วย ซึ่งหากGary Cohn ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด ก็จะถือเป็นประธานเฟดคนแรกในรอบ 40 ปีที่ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์

2. ในขณะที่การเป็นประธานเฟดของ Janet Yellen กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความเสี่ยงสูงกับตลาดการเงินในสหรัฐ และเศรษฐกิจที่อาจจะตกอยู่ในภาวะถดถอยในอีก 1-2 ปีข้างหน้านี้ เนื่องจากการดำเนินนโยบายการเงินเข้มข้นเพื่อเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า Normalization ของเฟด

ที่ทำให้ต้องใช้มาตรการทางการเงินอย่างเข้มข้นทั้งการขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการลดภาระ QE (Quantitative Easing) ในฐานะงบดุลของเฟดที่มียอดคงค้างสูงถึง 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ สู่เป้าหมายที่ 2-2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ด้วยการระบายขายบอนด์และตราสารทางการเงินที่เฟดถือมาตั้งแต่ช่วงวิกฤติการเงินสหรัฐในปี 2008 ออกมาเป็นรายเดือนตั้งแต่ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ไปจนถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งตลาดาดว่าเฟดจะเริ่มมาตรการ QT (Quantitative Tightening) ในเดือนกันยายนนี้

3. อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ปรับเปลี่ยนคำพูดว่า โดยออกปากชม Janet Yellen ทำงานดี และเขาก็อยากเห็นอัตราดอกเบี้ยยู่ในระดับต่ำต่อไปเหมือนอย่างที่ Janet Yellen ต้องการ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งในปีที่แล้วซึ่งเขาประกาศจุดยืนที่จะให้มีการขี้นดอกเบี้ย เพราะรัฐบาลของเขาต้องการจะใช้นโยบายการคลังทั้งเพิ่มการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และการปฏิรูปภาษี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ แต่มาถึงวันนี้นโยบายการคลังของทรัมป์กลับไม่รุดหน้า และยังไม่มีความแน่นอนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐในระยะต่อไป

ทั้งนี้ Janet Yellen ยังเคยวิจารณ์นโยบายการคลังของทรัมป์ในเรื่องการปฏิรูปภาษีเป็นเรื่องที่ดี จะถือเป็นเรื่องท้าทายสำหรับสหรัฐที่จะมีการขยายตัว 3% ในช่วงหลายปีข้างหน้า แต่รัฐบาลทรัมป์ควรแก้ไขปัญหาหนี้ที่เป็นปัญหาในขณะนี้ หลังจากมีแนวโน้มว่ารัฐบาลอาจขาดดุลงบประมาณมากขึ้นจาก 3% ของจีดีพีสหรัฐขณะนี้ กลายเป็นการขาดดุลงบประมาณที่สูงถึง 9% ของจีดีพีในอนาคต

4. ท่ามกลางความเสี่ยงที่มีต่อตลาดหุ้นสหรัฐเพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องจากทิศทางของการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดนั้น ล่าสุดตลาดกำลังเดิมพันว่า บรรยากาศการลงทุนในเดือนตุลาคมจะเกิดภาวะตกต่ำลง โดยมีการปรับตัวที่รุนแรง หากเฟดยังคงเดินหน้าใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นต่อไป และจับตาการประชุมประจำปีของเฟดในกลางเดือนสิงหาคมนี้ จะชี้ชัดภาพเศรษฐกิจสหรัฐออกมาเป็นอย่างไร

ถึงแม้ว่า Jamet Yellen จะยืนยันว่าเฟดจะปรับลดงบดุลในลักษณะที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน รวมทั้งชี้ว่าการปรับลดงบดุลของเฟดจะทำให้อัตราดอกเบี้ยดีดตัวขึ้นในระยะยาวก็ตาม

5. ตลาดยังคงจับตาการซื้อขาย Bitcoin ส่อล่มอีกหนึ่งวันในการซื้อขายเมื่อวันอังคาร หลังจากมีความพยายามในการที่จะชับเคลื่อน Bitcoin ให้มีบทบาทในตลาดการเงินโลกให้หันมาซื้อขายสกุลเงินที่เป็นดิจิตัล หรือ Cyptocurrency มากขึ้น แต่ดูความไม่แน่นอนในกติกาที่จะเข้ามาดูแล ซึ่งตลาดกำลังจับตามองในวันที่ 1 สิงหาคมที่จะมีการเปลี่ยนแปลง scale การซื้อขายจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของ Cyptocurrency อย่างไรนั้น

การซื้อขายเงินดิจิตัลของ Bitcoin และ Ethereum ซึ่งเป็น 2 สกุลที่ครอบคลุมส่วนแบ่งตลาด 70% นั้น เกิดการถล่มขายอีกครั้งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลราคาร่วงลงถึง 10% ในวันเดียว นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่า การทดสอบซื้อขายเงินดิจิตัลเกิดการติดเชื้อไวรัส ส่งผลต่อราคา Bitcoin ร่วงลงที่ 2,500 ดอลลาร์ และ Ethereum ร่วงลงที่ 203 ดอลลาร์ ทั้งนี้ยังส่งผลต่อมาร์เก็ตแคปของสองสกุลเงินดังกล่าว ร่วงลงอยู่ที่ 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงจากที่เคยพีคถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ เป็นการปรับลดลงมากกว่า 40% เพียงช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend