ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564

จับแก็งคอลเซ็นเตอร์ สูญเงินนับ 100 ล้าน

2.96K 260

สตม.โชว์ทลายแก็งคอลเซ็นเตอร์เครือข่ายใหญ่ เชื่อมโยง 6 ประเทศ พบโทรหลอกเหยื่ออ้างเป็นพนักงานแบงค์ขอตรวจสอบบัญชี ผู้เสียหายหลงเชื่อกว่าพันราย เสียหายนับร้อยล้าน พบคนไทยเอี่ยวอย่างต่ำ 5 ราย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) - เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. แถลงข่าวทลายเครือข่ายแก๊ง Call Center ข้ามชาติขนาดใหญ่ รวบสมาชิกแก๊งเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติได้ 44 คน เป็นคนจีน 19 คน และจีนไต้หวัน 25 คน หลังตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ทำการตรวจค้นบ้านเช่าหลายแห่งที่ทำเป็นฐานคอลเซ็นเตอร์ทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพัทยา มีผู้เสียหายนับพันคน มูลค่าความเสียหายกว่าร้อยล้านบาท พร้อมยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ , คอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ค และอุปกรณ์ปฏิบัติการ จำนวนมาก

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. กล่าวว่า คดีนี้เป็นการประสานความร่วมมือกับฝ่ายกิจการตำรวจ สถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ทำการจับกุมเครือข่าย องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีสมาชิกกว่า 100 คน โดยมีพฤติการณ์ ใช้โทรศัพท์ข้ามประเทศผ่านระบบการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต หรือว้อยซ์โอเวอร์อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล หลอกลวงเหยื่อข้ามประเทศ โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อหลอกลวงเหยื่อ ว่าพัวพันกับอาชญากรรมร้ายแรง และกำลังจะถูกอายัดบัญชีพร้อมกับขอตรวจสอบบัญชีเหยื่อ โดยให้เหยื่อติดต่อกลับไปหาบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง. ป.ป.ส. และตำรวจ ซึ่งเป็นสมาชิกร่วมแก๊ง หลังจากนั้นจะให้เหยื่อไปทำรายการที่ตู้เอทีเอ็ม ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นชาวจีนสูงอายุ และข้าราชการบำนาญ ที่อยู่ในประเทศจีน จึงทำให้การตรวจสอบเป็นไปค่อนข้างยาก ส่วนผู้เสียหายคนไทยมีจำนวนไม่มากนัก

"ทั้งนี้ จากการตรวจค้นภายในบ้านหลายหลัง มีสมาชิกแก๊งกระจายอยู่ตามห้องภายในบ้าน มีการจัดวางโต๊ะลักษณะเดียวกันกับศูนย์คอลเซ็นเตอร์ของบริษัทต่างๆ เพื่อป้องกันเสียงรบกวน โดยแต่ละโต๊ะจะมี สคริปต์ บทพูด เพื่อลวงหลอกเหยื่อ กระบวนการนี้เป็นองค์กรอาจชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ มีเครือข่ายเชื่อมโยงกว่า 6 ประเทศ ทำให้การจับกุมทำได้ค่อนข้างยาก จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายของประเทศต่างๆ จึงจะประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังพบว่า หลังจากที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเดินหน้าจับกุมไปหลายครั้ง ทำให้ขบวนการลักษณะนี้เริ่มเคลื่อนไหวย้ายไปตั้งถิ่นฐานบริเวณตะเข็บชายแดนฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงจากประเทศไทยโทรศัพท์ข้ามประเทศผ่านระบบ ที่เรียกว่า vioce over internet protocal เพื่อปฏิบัติการ"

ผบช.สตม. กล่าวอีกว่า ผู้ก่อเหตุได้ใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 90 วัน จากการตรวจสอบพบว่ามีคนไทยให้การสนับสนุนทั้งการเช่าบ้าน จัดหาอุปกรณ์ต่างๆ และเปิดบัญชีธนาคารพร้อมทั้งแจ้งความเคลื่อนไหวตลอดเวลา อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า5คน อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เพิกถอนวีซ่าของขบวนการดังกล่าวและเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนส่งตัวไปดำเนินคดีที่ประเทศต้นทางต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend