ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564

บิดาผู้ใหญ่บ้านวรยุทธ เผยไม่ก้าวก่ายแม้จะเป็นส.อบต.

9.45K 202
บิดาผู้ใหญ่บ้านวรยุทธ เผยไม่ก้าวก่ายแม้จะเป็นส.อบต.

ยุติธรรมจังหวัดกระบี่ให้ญาติเหยื่อกรอกข้อมูลเพื่อขอรับเงินเยียวยา พ่อผู้ใหญ่บ้านระบุ ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายแม้จะเป็น ส.อบต. ส่วนชาวบ้านระบุประเด็นโรงโม่หินนั้น ผู้ใหญ่เป็นผู้สนับสนุนแต่เกิดผิดพลาด เพราะกรมศิลปกรประกาศเป็นเขตโบราณสถานอาจทำให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงได้จากกรณีคนร้ายไม่ต่ำกว่า6-7คน อาวุธปืนครบมือ แต่งชุดลายพราง เข้าไปที่บ้านของนายวรยุทธ สังหลัง อายุ46ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านเขางาม หมู่ที่1ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ก่อนจับคนในบ้านและญาติๆ ของภรรยานายวรยุทธ และครอบครัว รวม11คน ก่อนลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม โดยใช้ปืน .38ของผู้ใหญ่บ้านยิงศีรษะทีละคน จนเสียชีวิต8คน และบาดเจ็บ3คน เหตุเกิดเมื่อเวลา00.30น.คืนวันที่11กค.ที่ผ่านมา

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความสะเทือนขวัญต่อผู้คน จนทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พร้อมทีมสืบสวนต้องลงพื้นที่ด่วน เพื่อมาคลี่ปมสังหารหมู่ในครั้งนี้ ซึ่งเบื้องต้นพบมีชนวนการสังหารมาจาก4ประเด็น คือ เรื่องขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น การฟ้องร้องหลายคดี รวมทั้งโรงโม่หินที่อยู่ระหว่างการสัมปทาน ที่มีความขัดแย้งออกเป็น2กลุ่ม และเรื่องส่วนตัว

ความคืบหน้าวันนี้ (13ก.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจ.กระบี่ ได้เดินทางมาที่ อบต.บ้านกลาง เพื่อให้ญาติของผู้เสียชีวิตแต่ละรายได้กรอกรายละเอียด สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามีผู้ใดเสียชีวิตบ้าง เพื่อที่จะให้การช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุการณ์ฆาตกรรม ซึ่งจะมีการพิจารณาให้การช่วยเหลือรับเงินต่อไป โดยมีญาติของแต่ละคน เดินทางมากรอกประวัติให้

ขณะที่นายสนาน สังหลัง อายุ63ปี เป็น ส.อบต.หมู่3ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ซึ่งเป็นพ่อของนายวรยุทธ สังหลัง ผญบ.หมู่1 ผู้เสียชีวิตพร้อมครอบครัว กล่าวว่า กรณีดังกล่าวแม้ตนจะเป็นพ่อของผู้ตาย แต่ก็ห่างกันเนื่องจากอยู่คนละหมู่บ้าน และไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุใด แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการฟ้องร้องกัน แต่ก็เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่จะหารือกับทางพ่อตามากกว่าทางตน จึงทำให้ไม่ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เข้าตรวจสอบ บริเวณหมู่2ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการทำโรงโม่ระเบิดหิน ที่ได้มีการขอประทานบัตรจากผู้ประกอบการรายหนึ่งตั้งแต่เมื่อ5-6ปีก่อน และทางกรมศิลปากรได้ประกาศให้ภูเขาในบริเวณดังกล่าวเป็นโบราณสถาน เนื่องจากพบเครื่องใช้ดินเผา กระดูกมนุษย์โบราณ รวมถึงภาพเขียนสีตามเพิงผาต่างๆจำนวนมาก ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่4เมษายน2559ส่งผลให้การสัมปทานพื้นที่ไม่สามารถทำได้ โดยข้อมูลพบว่า การขอสัมปทานเมื่อปี2558ได้มีการยื่นขอสัมปทานอีกรอบ

โดยเปลี่ยนชื่อผู้ขอ ซึ่งทางชาวบ้านระบุว่า นายทุนผู้ขอสัมปทาน ได้ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวตั้งตัวตีในการเคลียร์กับชาวบ้านให้สนับสนุน ซึ่งผู้ใหญ่เป็นผู้ชักนำมาและกว้านซื้อที่ดินรอบๆ แต่มีชาวบ้านคัดค้านอย่างหนัก เนื่องจากเห็นว่าเป็นพื้นที่โบราณสถานมีวัตถุโบราณหลายพันปี และยังเป็นแหล่งต้นน้ำ รวมถึงผลกระทบจากฝุ่นละออง จึงได้ให้ทางกรมศิลปากรเข้ามาตรวจสอบ และนำมาสู่การขึ้นทะเบียนในเวลาต่อมา ส่งผลให้การขอสัมปทานเหมืองต้องหยุดชะงัก และการลงทุนซื้อที่รวมทั้งการวิ่งเต้นต่างๆ ใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งกรณีดังกล่าว อาจทำให้มีผู้ไม่พอใจ นำมาสู่การสังหารได้เช่นกัน


เรื่องโดย สิทธิชัย สิขวัตร | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend