ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2564

คุมตัว 4 โจ๋รุมยำตำรวจสายไหมส่งฟ้อง 5 ข้อหาหนัก-ค้านประกัน

12.60K 803
คุมตัว 4 โจ๋รุมยำตำรวจสายไหมส่งฟ้อง 5 ข้อหาหนัก-ค้านประกัน

คุมตัว 4 โจ๋รุมยำตำรวจสายไหมส่งฟ้อง 5 ข้อหาหนัก-ค้านประกัน ยังซ่าไม่เลิก! โวายวายด่าตำรวจทำลายห้องขังตลอดช่วงเช้า

จากกรณีผู้ต้องหา4 คน ประกอบด้วยนายโสภณ โกสินทร์ อายุ 36 ปี นายรัตนเทพ ชัยปราณีเดช อายุ 21 ปี นายปกรณ์ ชูวงค์ อายุ 24 ปี และนายสิทธิชัย โสลุน อายุ 24 ปี ได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ถ.สุขาภิบาล5 ซ.17 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขต กรุงเทพฯ ก่อนจะทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจและขับรถหลบหนีไป ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับไว้ได้ก่อนจะควบคุมตัวมาที่สน.สายไหม และเกิดเหตุการณ์ต่อยตีอาละวาดบนสน. เมื่อกลางดึกของวันที่ 5 กรกฎาคมผ่านมา นอกจากนี้ทางการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุคือแก๊ง"ยันหว่าง" ที่เคยก่อเหตุยิงคนเสียชีวิตและบาดเจ็บที่ซอยสายไหม34 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม ที่สน.สายไหม เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 10 นาย ช่วยกันควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ส่งฟ้องศาลมีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา"ร่วมกันดูหมิ่นเจ้าพนักงาน", "ต่อสู้และขัดขว้างการจับกุมขณะปฏิบัติหน้าที่" , "ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน" , "ทำให้ทรัพย์สินราชการได้รับความเสียหาย", "ปล้นทรัพย์" , และแจ้งข้อหาเพิ่มแก่นายโสภณ "เมาสุราหรือมึนเมาสารเสพติดอย่างอื่นแล้วขับรถ" เพิ่มเติมด้วย โดยทางเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนเนื่องจากพยานให้การว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการข่มขู่ในที่เกิดเหตุจึงกลัวว่าพยานจะได้รับอันตราย

ทั้งนี้ขณะถูกควบคุมตัวอยู่ภายในห้องขังในสน.นายโสภณ 1 ใน 4 ผู้ต้องหาได้มีการตะโกนโวยวาย และมีการเขย่ากรงขังใช้เท้าถีบประตูอยู่ตลอดเวลา จนเจ้าหน้าที่ต้องจับขังแยกอยู่คนเดียว เนื่องจากเกรงว่าจะทำอันตรายผู้ต้องหาคนอื่น นอกจากนี้ขณะควบคุมตัวเข้าห้องขังนายโสภณยังหยิบหนังสือสิบเวรที่ไว้จดรายชื่อผู้ต้องหาบริเวณหน้าห้องขังมาฉีกจนได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังทำลายหลอดไฟ โถส้วม และก็อกน้ำภายในห้องขังด้วย ต่อมาเมื่อพ.ต.ต.บดินทร์ ชูเฉลิม สวป.สน.สายไหม ได้เดินเข้าไปตรวจความเรียบร้อยภายในห้องขังนายโสภณยังมีการตะโกนด่าทอและท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธในข้อหา และไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆ จนกระทั่งเวลา 12.00 น. จึงให้ความร่วมมือ และยอมรับทราบข้อกล่าวหา ทำให้ต้องเลื่อนการส่งตัวฟ้องศาลจากช่วงเช้าเป็นช่วงบ่ายแทน


เรื่องโดย กรกมล อักษรเดช - สำนักข่าวเนชั่น | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend