ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564

ตำรวจโชคชัยคุมตัวขาโจ๋รุมตื้บ "ลุงขับรถกะป๊อ" ทำแผน 7 จุด

4.13K 241

ตำรวจ สน.โชคชัย คุมตัว 2 ผู้ต้องหารุมตื้บ ลุงขับรถรับจ้างซูบารุเล็ก (รถกะป๊อ) ทำแผน 7 จุด ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย ยังให้การปฏิเสธ

จากกรณีคนร้ายวัยรุ่นชาย จำนวน 4 คน ขี่รถ จยย. 2 คันซ้อนท้ายกันมาก่อเหตุรุมทำร้าย นายสัจจา ปราศรัย อายุ 63 ปี ลุงขับรถรับจ้างซูบารุเล็ก (รถกะป๊อ) บริเวณพงษ์สุขอพาท์เม้นท์โชคชัย4 เลขที่ 166 ซอยโชคชัยสี่ 36 แขวง-เขตลาดพร้าว จนสลบคาที่ ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และมีการจับกุมตัวผุ้ก่อเหตุได้ 4 ราย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 5 ก.ค.2560 พ.ต.ท.พสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.โชคชัย พร้อมด้วย พ.ต.ต.พลกฤต ทิพยทัศนัน สวป.สน.โชคชัย ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.โชคชัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย กว่า 20 นาย ร่วมกันควบคุมตัวนายสุรเชษฐ โพธิ์จาด อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 869/2560 ลง 2 ก.ค.2560 และนายอาทิตย์ สอนดอนไพร อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 868/2560 ลง 2 ก.ค.2560 ในข้อหา "ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้เป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กาย , ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยกระทำทารุณโหดร้าย, ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน" เดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในซอยโชคชัยสี่ ซอย36 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม.

ทั้งนี้ ขณะที่นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเสื้อเกราะ และหมวกกันน็อกให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายสวมใส่ รวมทั้งจัดวางกำลัง และเลือกช่วงเวลาเช้าตรู่ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บรรดาไทยมุงมาทำร้ายผู้ต้องหาได้ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย คือนายอำพล คลังทอง อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 870/2560 ลง 2 ก.ค.2560 และนายณรงค์ชัย รักล้วน อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 871/2560 ลง 2 ก.ค.2560 ในข้อหา "ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้เป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กาย ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน"นั้นให้การปฏิเสธ และไม่สมัครใจในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพด้วย

โดยการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในครั้งนี้มีด้วยกัน 7 จุด จุดแรกเป็นบริเวณกลางซอยโชคชัยสี่ ซอย 36 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหา และผู้ตายขับรถสวนทางกัน ฝ่ายผู้ต้องหามีนายอาทิตย์เป็นผู้ขับขี่ และนายสุรเชษฐเป็นผู้ซ้อนท้าย ขณะกำลังขับขี่รถ จยย.ยามาฮ่า นูโว สีเทา-ดำ หมายเลขทะเบียน ยจพ 626 กรุงเทพมหานคร เข้าซอย ส่วนฝ่ายผู้ตายจะขับรถซูบารุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน พข 6682 กรุงเทพมหานคร เข้าซอย โดยทั้งสองฝ่ายไม่ยอมหลีกทางให้กันจนมีปากเสียงกัน จุดที่ 2 บริเวณซอยโชคชัยสี่ ซอย 36 แยก 1 เป็นจุดที่ผู้ต้องหาขับขี่รถจยย.ไล่ติดตามรถผู้ตายจนมาถึงจุดดังกล่าว แล้วผู้ตายได้จอดรถ ก่อนถอยหลังชนรถผู้ต้องหาจนล้มลง จุดที่ 3 บริเวณซอยโชคชัยสี่ ซอย 36 แยก 1 ตัดแยก 4 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาทิ้งรถ จยย. แล้ววิ่งไปดูว่า ผู้ตายขับรถหนีไปเส้นทางใดก่อนขับขี่รถ จยย.ไล่ติดตามไป

จากนั้น จุดที่ 4 ภายในลานจอดรถ พงษ์สุขอพาร์ทเม้นท์ ซอยโชคชัยสี่ ซอย 36 แยก 4 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาไล่ติดตามรถผู้ตาย จนมาพบว่ารถผู้ตายจอดอยู่ จึงขับรถจยย.เข้าไปจอดท้ายรถผู้ตาย จากนั้นเมื่อผู้ต้องหาพบว่าผู้ตายยังไม่ไปไหน จึงวิ่งไล่เข้าไปชกต่อยจนล้มลง พร้อมทั้งรุมกระทืบผู้ตายจนหมดสติ จุดที่ 5 ภายในลานจอดรถเดียวกันนี้ ผู้ต้องหาวิ่งไปที่รถ จยย.ที่จอดไว้ จากนั้นได้ขับขี่มายังจุดที่ผู้ตายหมดสติ ก่อนลงมากระทืบซ้ำอีกครั้งจนเสียชีวิต จุดที่ 6 ภายในอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว ประตูทางเข้าอาคาร บนชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายกระโดดถีบกระจกของประตูทางเข้าจนแตก และจุดสุดท้าย บริเวณชั้น 2 ของตัวอาคาร ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหารุมกระทืบ รปภ.ที่ดูแลอาคารที่พยายามช่วยผู้ตาย จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนผู้ต้องหาพากันหลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ได้มีบรรดาไทยมุงบางส่วนตระโกนด่าทอ พร้อมทั้งสาปแช่ง ให้นำตัวคนร้ายไปประหารชีวิตให้หมด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสุรเชษฐ และนายอาทิตย์ กลับมาที่ สน.โชคชัย เพื่อมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง ก่อนนำตัวส่งศาลอาญารัชดาฯ เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป


เรื่องโดย กิตติพงษ์ มณีฤทธิ์ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend