ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564

จับรองประธานฯ บ.เอเชียประกันภัย ใช้ปืนขู่

2.03K 26

ตำรวจทุ่งสองห้อง จับรองประธาน สายงานฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท เอเชีย ประกันภัย จำกัด หลังใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ข่มขู่ หนุ่มคนงานรับถมที่ย่านพระรามเก้า

เมื่อเวลา 07.50 น.วันที่ 29 มิ.ย.2560 พ.ต.ท.ท.กฤษณ์พนธ์ เพ็ชรสดศิลป์ รอง ผกก.สส.สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งจาก ร.ต.ต.เชาวฤทธิ์ ไวยจินดา รอง สว.จร.กก.2 ( ศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ ) ให้ร่วมตรวจค้นผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งสีดำ ภายหลังใช้อาวุธปืนข่มขู่ นายนุ เพ็ชรกลับ อายุ 24 ปี บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้แยกหลักสี่ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วิภาวดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงบริเวณปั๊มน้ำมัน ไม่พบรถเก๋งคันดังกล่าว โดยนายนุ ผู้เสียหายได้แจ้งว่า รถคันดังกล่าวได้ขับออกจากปั๊มไปแล้ว แต่ด้วยสภาพการจราจรในช่วงเช้าทำให้การจราจรติดขัดอย่างมาก ซึ่งผู้เสียหายจำรถและคนขับได้ จึงพาเจ้าหน้าที่เดินหารถคันดังกล่าว กระทั่งพบรถเก๋งยี่ห้อ นิสสัน รุ่นเทียน่า สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 4 กพ 1031 กรุงเทพมหานคร จอดเตรียมจะเลี้ยวเข้าถนนรามอินทรา ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการสกัดและจับกุมไว้ได้จากการตรวจสอบพบนายกิตติกร พลโภชน์ อายุ 31 ปี รองประธาน สายงานฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท เอเชีย ประกันภัย จำกัด (เป็นผู้ขับขี่) หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว พบอาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. มีกระสุนคาอยู่ในลำกล้องจำนวน 1 นัด พร้อมยิง แต่ไม่พบแม็กกาซีน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมอาวุธปืนมาทำการสอบสวนต่อที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายนุ เปิดเผยว่า ตนเป็นคนงานรับถมที่ย่านพระรามเก้า โดยก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถจักรยานยนต์มาตามถนนวิภาวดีด้านขาเข้า โดยมีแฟนสาวซ้อนท้ายมาด้วย ซึ่งยอมรับว่าได้ขับขี่ซ้ายทีขวาทีตามประสาคนขับรถจักรยายนต์ที่จะต้องลัดเลาะเพื่อความรวดเร็ว เมื่อมาถึงปั๊ม ปตท.ใกล้แยกหลักสี่ ตนได้เลี้ยวเข้าปั๊มเพื่อเติมน้ำมัน และขณะกำลังเติมน้ำมันอยู่นั้นได้มีรถเก๋งสีดำ ขับเข้ามาจอดต่อท้ายรถ ก่อนคนขับจะตะโกนด่าทอตนว่า ขับรถปาดหน้าเขาทำไม ตนจึงเดินเข้าไปหาเพื่อจะสอบถามว่า ตนไปปาดหน้ารถเมื่อไหร่เมื่อเดินมาถึงด้านประตูคนขับรถคันดังกล่าว สังเกตุเห็นคนขับเอื้อมมือขวาไปหยิบปืน ออกมาจากซองปืนที่วางอยู่บริเวณเบรกมือ พร้อมกับสไลท์ลำกล้องแล้วจ่อมาที่ตน แต่ไม่ได้ยื่นออกมาจากตัวรถ ตนจึงวิ่งหลบไปหน้ารถ พร้อมกับตะโกนว่ามีปืนแล้วทำไม เก่งจริงออกมาจากรถซิ ซึ่งขณะนั้นตนคิดว่าเขาคงไม่กล้ายิง เพราะในปั๊มน้ำมันมีคนพลุกพล่าน เมื่อเริ่มมีคนหันมามอง คนขับรถเก๋งได้เร่งเครื่องหลบหนีออกไปจากปั๊มน้ำมันไปทันที หลังจากนั้นตนจึงรีบแจ้งตำรวจจราจรที่อยู่แถวนั้นให้ช่วยตรวจสอบ จากการสอบสวนนายกิตติกร ให้การรับสารภาพว่า ได้เอาปืนออกมาและขึ้นลำไว้จริงแต่มีกระสุนเพียงลูกเดียวที่คาอยู่ในลำกล้องเท่านั้น ส่วนแม็กกาซีนตนเก็บไว้ที่บ้านพัก โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังจะขับรถไปทำงาน เมื่อมาถึงช่วงปั๊ม ปตท. ได้มีรถจักรยายนต์ของคู่กรณีขับปาดหน้ารถของตนไปมาถึง 2 ครั้งทำให้ตนเกิดความโมโห ก่อนขับรถติดตามไปที่ปั๊ม น้ำมัน โดยจอดรถต่อด้านท้ายรถจยย.คู่กรณี แต่ไม่ได้ลงจากรถไป และได้ตะโกนถามไปว่าขับรถแบบนี้ได้ยังไง ขับปาดหน้ารถทำไม จนกระทั่งมีปากเสียงกันยกใหญ่ ซักพักคนขับรถจยย.ได้ถอดหมวกกันน็อกแล้วเดินมาหาตน ด้วยความกลัวว่าจะเข้ามาทำร้าย จึงได้หยิบปืนที่อยู่ในรถมาเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายกิตติกร มาดูการตรวจค้นรถยนต์อีกครั้ง ซึ่งนายกิตติกร ยังยืนยันว่าไม่มีแม็กกาซีน ผลการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่พบแม็กกาซีน พร้อมกระสุนอีกจำนวน 6 นัดซ่อนอยู่บริเวณช่องใส่แว่นเหนือกระจกมองหลัง เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกตรวจยึดเอาไว้ และจากการตรวจสอบพบว่าอาวุธปืนดังกล่าวมีทะเบียนถูกต้องตามกฏหมายอย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดอาวุธปืน และรถยนต์ไว้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมแจ้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ไม่มีเหตุอันควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend