ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2564

หนุ่มฉุนถูกเฉี่ยว ซิ่งปาดหน้าใช้ไม้เบสบอลหวดรถคู่กรณี

469 0

หนุ่มยาริสฉุนฟิวส์ขาด หลังถูกกระบะเฉี่ยวกระจกมองข้าง ซิ่งปาดหน้าก่อนใช้ไม้เบสบอลหวดรถคู่กรณี ไม่หนำใจขับรถชนท้ายจนฝ่ายกระบะได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

จากกรณีบนโลกออนไลน์ มีการแชร์ภาพกล้องหน้ารถกะบะ เป็นเหตุการณ์ของชายหนุ่มขับรถยาริส ขับเข้ามาปาดหน้าจอด ก่อนคว้าไม้เบสบอลลงมาทุบกระจกบริเวณแคปของรถกระบะ ทำให้คนขับรถกระบะ ซึ่งมีภรรยาและลูกนั่งมาด้วย ต้องขับรถหลบออกไป โดยอ้างว่าเพื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ทางหนุ่มยาริสยังคงขับตามมา และพุ่งเข้าชนท้ายรถกระบะ เป็นเหตุให้รถกระบะเสียหลัก เข้าพุ่งชนรถที่จอดอยู่ข้างทาง ทำให้ภรรยาของคนขับรถกระบะและลูกได้รับบาดเจ็บ จนเรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสแชร์ไปทั่วสังคมออนไลน์ พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงการกระทำของคนขับยาริสนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 26 มิ.ย.2560 นายอนุสรณ์ สิริพลภักดี อายุ 24 ปี และนางธนิตา แซ่ลี้ อายุ 22 ปี สองสามีภรรยาอาชีพพ่อค้าตลาดนัด พร้อมลูกสาววัย 2 ขวบ และเป็นเจ้าของรถกะบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นไฮแลนเดอร์ สีดำหมายเลขทะเบียน บร 8824 สระบุรี และเป็นเจ้าของคลิปที่ถูกเผยแพร่ และนางปิยะวรรร ปิรยะวราภรณ์ อายุ 39 ผู้เสียหายอีกคน ซึ่งเป็นเจ้าของรถยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีดำหมายเลขทะเบียน ชพ896 กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกลูกหลงจากการพุ่งชนของหนุ่มขับรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีเทา หมายเลขทะเบียน สย9119 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายนิอับดุลอาชิส มิเงาะ อายุ 35 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หรัสชัย ศรีสุมัง พนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เจ้าของคดี โดยมี พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว ร่วมสอบปากคำ และร่วมพูดคุยถึงรายละเอียด โดยนายนิอับดุล บุคคลตามคลิป ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถเก๋งยาริส ไม่ได้เดินทางมาแต่อย่างใด โดยให้สาเหตุว่าติดธุระอยู่ที่ต่างจังหวัด และจะเดินทางมาภายหลัง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.สิงห์ เปิดเผยว่า สำหรับคลิปที่ถูกเผยแพร่นั้นเป็นบางส่วนสำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.เวลาประมาณ 09.20น. บนถนนเลียบคลองสอง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. โดยทั้ง 2 ฝ่าย ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความ และตกลงค่าเสียหายกันทั้งหมดแล้ว โดยฝ่ายเจ้าของรถยาริส ผู้ก่อเหตุให้ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดและค่ารักษาพยาบาลให้กับทั้งฝ่ายรถกะบะอีซูซุ และรถกะบะนิสสัน พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวด้วยว่า สำหรับเหตุกาณ์ดังกล่าวคือเริ่มด้วยรถกะบะอีซูซุ ขี่มาตามถนนเลียบคลองสอง ก่อนจะกลับรถบริเวณปากซอย 32 ซึ่งรถเก๋งยาริสขับมาในทิศทางตรง โดยรถกะบะอีซูซุ ได้กลับรถปาดหน้ากับรถเก๋งยาริส จนกระจกมองข้างเก๋งยาริสได้รับความเสียหาย ตามคำกล่าวอ้างของนายนิอับดุลอาชิส ผู้ขับเก๋งยาริส ก่อนที่นายนิอับดุลอาชิส จะขับรถขึ้นไปปาดหน้ารถกะบะอีซูซุ ที่บริเวณปากซอย 28 พร้อมกับเปิดประตูรถหยิบไม้เบสบอลออกมาตีเข้าที่กระจกหลังของกะบะอีซูซุ จนได้รับความเสียหาย

จากนั้นนายอนุสรณ์ ผู้ขับรถกะบะอีซูซุ จึงได้หักซ้ายเบี่ยงออกมาจากจุดเกิดเหตุ โดยได้พูดอธิบายไว้ในคลิปว่า จะเดินทางไปแจ้งความ และไม่ได้มีเจตนาหลบหนี ตามคลิปที่มีการเผยแพร่ แต่เมื่อรถกะบะอีซูซุขับมาเพื่อจะไปแจ้งความ รถเก๋งยาริส ได้ขับขี่ไล่ตามหลังมาอย่างกระชัดชิด เมื่อมาถึงปากซอย18 รถเก๋งยาริส ได้ตัดสินใจพุ่งชนท้ายกะบะอีซูซุ ก่อนที่จะเสียหลักพุ่งชนเข้ากับรถกะบะยี่ห้อนิสสันอีกคันที่จอดอยู่ข้างทาง โดยในคลิป ขณะที่ชนมีเสียงกรีดร้องของเด็กและผู้หญิง ก่อนทั้งคู่จะลงมาพูดคุยและเดินทางมาที่ สน.คันนายาว เพื่อมาพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อตกลงและลงบันทึกประจำวัน

พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวด้วยว่า สำหรับคดีนี้จากการสอบสวนในวันเกิดเหตุ พอจะสรุปได้ 3 กรณี คือขับขี่รถโดยประมาณ หรือหน้าหวาดเสียว อันอาจเกิดอัตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์ ซึ่งเป็นฝ่ายของผู้ขับขี่รถกะบะอีซูซุ ที่มีการกลับรถแล้วเกิดการเฉี่ยวชนกับรถเก๋งยาริส ตามคำกล่าวอ้างของรถยาริส หากมีการก่อเหตุจริง ก็จะทำการแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

ส่วนกรณีที่ 2 คือข้อหาทำให้เสียทรัพย์ การที่ผู้ขับขี่รถเก๋งยาริส ลงมาใช้ไม้ทุบที่กระจกด้านหลังรถกะบะอีซูซุ ซึ่งฝ่ายของผู้ขับขี่รถอีซูซุนั้น ไม่ได้ทำการแจ้งความ เนื่องจากมีการพูดคุยถึงการชดใช้ค่าเสียหายแล้ว จนเป็นที่พอใจ ส่วนกรณีที่ 3คือ การพุ่งชนของรถยาริสใส่ท้ายรถกะบะอีซูซุ จนไปชนกับกะบะอีกคันนั้น ตามข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอัตรายแก่กายจิตใจ หรือทำให้เสียทรัพย์ ก็ต้องทำการสอบปากคำตัวนายนิอับดุลอาชิส ว่ามีเจตนาก่อเหตุหรือไม่ หาพบว่ามีเจตนาจริง ก็จะทำการแจ้งข้อหาต่อไป ซึ่งแท้ที่จริงแล้วหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เราในฐานะเป็นประชาชน ไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปทำการจับกุม หรือควบคุมตัวผู้อื่น จึงอยากจะฝากถึงประชาชนโดยทั่วไป หากพบเห็นเหตุในลักษณะแบบนี้ ขอให้ใจเย็นๆ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดีกว่าเข้าไประงับเหตุเอง

ด้าน นายอนุสรณ์ กล่าวว่า สำหรับการใช้ไม้ทุบตีรถ และลูกกับภรรยาได้รับบาดเจ็บนั้น ตนเองไม่ได้ติดใจ เนื่องจากมีการตกลงค่าเสียหายไปแล้ว อีกทั้งไม่อยากให้คดียืดยาวไปมากกว่านี้ เนื่องจากตนเองอยากที่จะกลับไปใช้เวลาทำมาหากิน หาเงินเลี้ยงครอบครัวมากกว่าจะต้องขึ้นโรงพัก หรือขึ้นศาล สำหรับส่วนตัวนั้น ก็ไม่ได้ติดใจ เพราะหลังจากนายนิอับดุลอาชิส พุ่งชนตนก็ได้เดินเข้ามาขอโทษกับตน เนื่องจากที่ทำไปเพราะใจร้อนไม่มีสติ ส่วนที่ตนกลับรถแล้วไปเฉี่ยวชนรถของนายนิอับดุลอาชิส ตนไม่ทราบจริงๆ ว่าเฉี่ยวหรือป่าว ซึ่งคดีจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ขอให้เป็นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ตัดสิน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์