ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2564

ชาวบ้านแห่แจ้งความ หลังผู้มีอิทธิพลขู่สื่อเสนอข่าวสอบทุจริต

2.71K 93
ชาวบ้านแห่แจ้งความหลังผู้มีอิทธิพลขู่สื่อเสนอข่าวสอบทุจริต

กาฬสินธุ์ สองอดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านลาดสมบูรณ์ และลูกบ้าน กว่า 100 คน แห่แจ้งความตำรวจ ขอความคุ้มครอง หลังน้องเมียผู้ใหญ่บ้านบุกข่มขู่นักข่าว จนหวาดผวาอิทธิพล จี้นายอำเภอเร่งจัดการอย่าเกียร์ว่าง

จากกรณีชาวบ้านลาดสมบูรณ์ หมู่ 9 ต.บึงวิชัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นำโดยไพบูลย์ ไชยคำนวน อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 87 และตัวแทนชาวบ้านได้รวมตัวกันเข้าตรวจสอบศาลาประชาคมหมู่บ้าน ที่สร้างจากงบประมาณโครงการประชารัฐ หลังทำการก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบเรียบร้อยแล้ว จากการตรวจสอบระบุว่าไม่ได้มาตรฐาน ปริมาณงานน้อย ไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ 2 แสนบาท และเงินกองกลางหมู่บ้านหายไป 5 พันบาท ซึ่งที่ผ่านมาได้ร้องต่อศูนย์ดำรงธรรม อ.เมืองกาฬสินธุ์ แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงเรียกร้องให้ สตง. และ ปปช. เข้าตรวจสอบ

ต่อมาได้มีหญิงวัยกลางคน พร้อมด้วยชายวัยรุ่น และหญิงวัยรุ่น รวม 3 คน อ้างว่าเป็นญาตินายบัญชา อุ่นมีศรี ผู้ใหญ่บ้านลาดสมบูรณ์ หมู่ 9 ต.บึงวิชัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ บุกเข้ามายังห้องทำงานสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ พร้อมกับข่มขู่ เนื่องจากไม่พอใจที่นำเสนอข่าวชาวบ้านร้องเรียน และนักข่าวได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ที่สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กับ พ.ต.ต.สมทรง เวียงปฏิ พนักงานสอบสวนสภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 3 เนื่องจากไม่ทราบถึงวัตถุประสงค์ และเกรงว่าจะไม่ได้ความปลอดภัย เพราะถือว่าการกระทำทั้ง 3 คนถือเป็นการข่มขู่ คุกคามสื่อ และเป็นการบุกรุกตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 25 มิถุนายน 2560 เวลา 13.30 น. ที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ชาวบ้านลาดสมบูรณ์ หมู่ 9 ต.บึงวิชัย อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นำโดยนายเกสร สุวรรณราช อายุ 77 ปี นายเฉลิม อุ่นมีศรี อายุ 72 ปี ซึ่งทั้ง2 คนเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านลาดสมบูรณ์ หมู่ 9 และนายไพบูลย์ ไชยคำนวน อายุ 42 ปี ตัวแทนชาวบ้าน พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวน 100 คน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.สิทธิ์ ประเสริฐสังข์ พนักงานสอบสวน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยระบุว่าเกรงไม่ได้รับความปลอดภัยจากผู้มีอิทธิพลในชุมชน หลังผู้สื่อข่าวสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ ถูกคนใกล้ชิดผู้ใหญ่บ้าน คือน้องเมียกับลูกชายบุกข่มขู่ถึงห้องทำงาน เหตุไม่พอใจที่นำเสนอข่าวชาวบ้านร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับโครงการประชารัฐ

นายไพบูลย์ ไชยคำนวน กล่าวว่า หลังจากตนกับชาวบ้าน ได้มีทำหนังสือร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านลาดสมบูรณ์ หมู่ 9 ไปยังศูนย์ดำรงธรรม อ.เมืองกาฬสินธุ์ เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสของโครงการประชารัฐ 2 แสนบาท ที่นำมาสร้างศาลาประชาคม และยักยอกเงินกองกลางหมู่บ้านจำนวนประมาณ 5 พันบาท มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จึงได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรมและร่วมตรวจสอบด้วย แต่ผลกลับเป็นว่าหลังจากที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวออกไป คนใกล้ชิดนายบัญชา อุ่นมีศรี ผู้ใหญ่บ้าน คือนางสาวสายฝน นันเรียม อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 92 หมู่ 9 ต.บึงวิชัย ซึ่งเป็นน้องเมียผู้ใหญ่บ้าน กับนายสยุมภู อุ่นมีศรี อายุ 32 อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 9 ต.บึงวิชัย ซึ่งเป็นลูกชายผู้ใหญ่บ้าน ได้บุกรุกเข้าไปข่มขู่นักข่าวถึงให้ห้องทำงาน จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ตนและชาวบ้านรู้สึกหวาดกลัว ไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิต เพราะขนาดนักข่าวยังถูกคุกคามข่มขู่ แล้วพวกเราที่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา จะไม่ให้รู้สึกหวาดกลัวได้อย่างไร

ขณะที่นายเกสร สุวรรณราช อายุ 77 ปี อดีต ผู้ใหญ่บ้านลาดสมบูรณ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ชาวบ้านที่ร่วมลงชื่อร้องเรียนนายบัญชาฯผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 100 คน จากจำนวนประชากรในหมู่บ้านประมาณ 200 คน จึงรู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะที่ได้ยินญาติผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งพูดกรอกหูอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่มีเรื่องร้องเรียนว่า "เอาปืนยิงกรอกปากมันเลย" ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ อย่างไรก็ตาม เพื่อความสบายของชาวบ้าน ลูกหลาน ที่ต้องการเห็นความถูกต้องเที่ยงธรรมในหมู่บ้าน จึงได้พากันมาแจ้งความไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ ชาวบ้านยังเรียกร้องไปยังนายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบสำนวนที่ชาวบ้านร้องเรียนโครงการประชารัฐ 2 แสนบาท ที่ผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านลาดสมบูรณ์ หมู่ 9 จัดสร้างศาลาประชาคมในเร็ววันด้วย เพื่อสร้างความกระจ่างให้กับชาวบ้านที่ต้องการความเป็นธรรม และให้มีการเบิกจ่ายเงินจากภาษีประชาชนเกิดประโยชน์คุ้มค่าด้าน ร.ต.อ.สิทธิ์ ประเสริฐสังข์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากสอบปากคำชาวบ้านที่มาร้องทุกข์ในเบื้องต้น ได้ทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และให้ความเชื่อมั่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า จะอยู่เคียงข้างประชาชนอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากพบเบาะแสหรือเหตุใดส่อถูกทำร้ายคุกคาม ไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สามารถแจ้งสายตรวจตำบล หรือสายด่วน 191 ได้ ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ในส่วนของการติดตามคดีนั้น เนื่องจากบุคคลที่ชาวบ้านระบุว่ามีพฤติกรรมข่มขู่ชาวบ้านนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันกับที่นักข่าวสมาคมนักข่าวมาแจ้งความไว้ จึงจะได้ประสานแนวทางการปฏิบัติงานกับ พ.ต.ต.สมทรง เวียงปฏิ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เจ้าของคดี เพื่อดำเนินการตามคดีตามกฎหมายต่อไป


เรื่องโดย ชมพิศ ปิ่นเมือง | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend