ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2564

เจ้าแม่เงินกู้ร้องตร. ถูกหนุ่มอ้างเป็นนักข่าวรีดเงิน-ข่มขู่ครอบครัว

3.78K 97
เจ้าแม่เงินกู้ร้องตร.ถูกหนุ่มอ้างเป็นนักข่าวรีดเงิน-ข่มขู่ครอบครัว

อุดรธานี สาวใหญ่ธุรกิจรับซื้อยางพาราและปล่อยเงินกู้โร่แจ้งความถูกหนุ่มรู้จักทางสไกป์อ้างเป็นนักข่าวขูดรีดเงินค่าเปิดทางปล่อยกู้ ข่มขู่ทำร้ายคนในครอบครัว

เวลา 12.00 น. วันที่ 22 มิถุนายน ที่ สภ.เมืองอุดรธานี นางศิริวรรณ นามวงษา อายุ 47 ปี อยู่ที่ 265 ม.4 บ.เหล่าใหญ่ ต.แชแล อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ได้เข้าแจ้งความแจ้งลงบันทึกประจำวันต่อ ร.ต.อ.จักรกฤษณ์ ศรีกงพาน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ว่าถูกนายกฤษรชฏะชษตว์ กฤตพิพัฒนโภคิน อ้างตัวเป็นผู้สื่อข่าว เรียกรับเงินเพื่อความสะดวกในการทำธุรกิจปล่อยเงินกู้ โดยได้เรียกเงินจากตนไป 6 แสนบาท และรถกระบะนิสสัน นาวาร่า ทะเบียน บห 1306 อุดรธานี ซึ่งตนได้โอนเงินให้ไป แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด และยังมีการขู่กรรโชกทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เกรงว่าจะได้รับอันตรายในชีวิตและทรัพย์สิน จึงนำหลักฐานเอกสารการโอนเงิน และการติดต่อสื่อสาร มาเป็นหลักฐาน

นางศิริวรรณฯ เปิดเผยว่า มีอาชีพรับซื้อยางพารา ในเขตจังหวัดบึงกาฬ และปล่อยเงินกู้ ร้อยละ 3 ในพื้นที่ อ.กุมภวาปี เป็นอาชีพเสริม จะให้กู้เฉพาะผู้ที่รู้จักสนิทสนมเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าร้าน ไม่มีการจำนองจำนำแต่อย่างใด ประมาณต้นปี ได้รู้จักกับนายกฤษรชฏะชษตว์ฯ ผ่านทางโปรแกรมสื่อสาร "สไกป์" ในอินเตอร์เน็ต เพิ่งจะหัดเล่นสมาร์ทโฟนได้ไม่นาน โดยนายคนนี้อ้างว่า เป็นนักข่าวอยู่ที่กรุงเทพฯ รู้ว่าตนปล่อยเงินกู้ และบอกว่าการปล่อยเงินกู้มีความผิดทางกฎหมาย แต่หากจะให้ช่วยเหลือในเรื่องนี้ จะต้องจ่ายเงินเป็นค่าดำเนินการให้ เพราะนายคนนี้บอกว่ารู้จัก ตำรวจ ทหาร หรือ ผู้มีอิทธิพล จะได้รับความสะดวก

ที่ผ่านมาเคยนัดเจอกัน 1 ครั้ง ที่โรงแรมเซ็นทารา อุดรธานี เมื่อ 6 เดือนก่อน หลังจากนั้นได้ติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ และโปรแกรมไลน์ จะติดต่อมาเพื่อขอเงินค่าดำเนินการเป็นระยะ ตนหลงเชื่อและเกรงว่าจะไม่ได้รับความสะดวก จึงโอนเงินให้ตามแต่จะถูกเรียกมา มากสุด 2.5 แสนบาท และยังส่งรถกระบะไปให้ใช้อีก 1 คัน พร้อมทั้งข่มขู่ให้ตนไปลงทุนจดทะเบียนเปิดบริษัทร่วมกัน (บ.ออน คอร์ป จำกัด) สูญเงินไปทั้งหมด 6 แสนบาท หลังจากนั้นไม่นานก็มีรุ่นน้องที่รู้จักกันให้ข้อมูลว่าโดนข่มขู่เรียกรับเงินเหมือนกัน จึงพยายามเก็บรวบรวมเอกสารการติดต่อทั้งหมด และพูดคุยกับนายกฤษรชฏะชษตว์ฯ ให้เลิกช่วยเหลือ ให้ถอนชื่อออกจากบริษัท เกรงว่าจะติดร่างแหไปด้วยหากถูกนำไปใช้ในทางไม่ดี

หลังจากนายกฤษรชฏะชษตว์ฯ รู้ว่าตนเริ่มจับได้ ตัดขาดทางการเงิน จนมีการข่มขู่ว่าหากไม่โอนเงินให้อีก จะลักพาตัวลูกสาวไป จึงเกิดความกลัว กังวลว่าลูกสาวจะได้รับอันตราย จึงมาลงบันทึกประจำวันไว้ ยอมรับว่าเสียรู้ ตนปล่อยเงินกู้ ร้อยละ 3 ก็กลัวจะถูกจับจึงยอมโอนเงินให้ไป ขั้นตอนต่อไปกำลังนัดหมายกับเหยื่อรายอื่น ประสานไปยังหน่วยทหารในพื้นที่เพื่อขอความช่วยเหลือ เงินไม่สำคัญ ชีวิตของครอบครัวตนสำคัญกว่า จึงต้องออกมาต่อสู้ในครั้งนี้


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend