ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"ยิ่งลักษณ์" วอนอย่าโยงพบรูป "แม้ว" บ้านมือระเบิด

4.53K 265
ยิ่งลักษณ์ วอนอย่าโยงพบรูป แม้ว บ้านมือระเบิด

"ยิ่งลักษณ์"เชื่อพี่ชายไม่สนับสนุนความรุนแรง มอง 4 คำถามนายกฯ ชี้นำปัดไม่ตอบ ขณะที่คดีจำนำข้าวร้องศาลห่วงไม่มีใครกล้าเป็นพยาน หลังถูก ป.ป.ช.ตั้งอนุไต่สวน

16 มิ.ย. 60  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยคดีจำนำข้าว ได้เดินทางมาศาลเพื่อร่วมฟังการไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 12 คดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวที่มีการทุจริตจนรัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งการไต่สวนพยานในวันนี้  ฝ่ายจำเลยจะนำพยานเบิกความเพียงปากเดียว คือ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะเบิกความในประเด็นการจัดโซนนิ่งพื้นที่ปลูกข้าว และการกำหนดหลักเกณฑ์เพาะปลูกเพื่อเข้าร่วมในโครงการรับจำนำข้าว

โดยวันนี้ ยังคงมีประชาชนมารอให้กำลังใจเหมือนเคย ซึ่งวันนี้ประชาชนได้ร่วมกันร้องเพลงอวยพรวันเกิดที่ใกล้จะถึงในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย ซึ่งจะมีอายุครบ 50 ปี 

ทั้งนี้ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ  ให้สัมภาษณ์กรณีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฏฯ ที่พบนาฬิการูปนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในบ้านของผู้ถูกจับกุมด้วยว่า นายทักษิณ เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ต้องมีคนรู้จักรักชอบเป็นธรรมดา แต่ท่านก็ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง ขอความกรุณาอย่าเชื่อมโยง รอให้เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนและพิสูจน์หลักฐานให้สิ้นสุดก่อน เชื่อว่าท่านเองไม่เคยสนับสนุนการใช้ความรุนแรงและทางพรรคเพื่อไทยก็ได้ประณามผู้กระทำการดังกล่าวไปแล้ว

ส่วนจะตอบ 4 คำถามของนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากชี้นำ เชื่อว่าประชาชนคงเข้าไปใช้สิทธิ์ในการตอบคำถาม อยากให้ความเห็นกว้าง ๆ ว่า 4 คำถามนี้ เหมือนจะชี้นำบ้าง แต่ก็อยากให้พี่น้องประชาชนให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ เพื่อให้เราได้หาทางออกร่วมกัน อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เจตนารมย์ของผู้ร่างบอกว่าเป็นฉบับปราบโกง เชื่อว่าถ้ากลไกของรัฐธรรมนูญทำงานได้สมบูรณ์ เราก็จะมีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล

ส่วนจะไปแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชนหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ให้เป็นเรื่องของประชาชนดีกว่า เพราะเกรงจะเป็นการชี้นำ และคงไม่ตอบในแฟนเพจยิ่งลักษณ์ เนื่องจากเห็นว่าเขาก็ไม่อยากให้เพจพูดเรื่องการเมืองอยู่แล้ว

ส่วนการที่มีคนกดไลค์แฟนเพจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถึง 6 ล้านแล้วนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องขอบคุณแฟนเพจ รวมถึงพี่น้องประชาชนที่เข้ามาติดตาม เราเปิดเพจมาประมาณ 7 ปี เป็นความรักความผูกพันที่มีต่อแฟนเพจและประชาชนชาวไทย  ลองเปิดดูก็จะเห็นว่าทุกคนเข้ามาพูดคุยกันด้วยความรักความผูกพัน

ต่อข้อถามถึงกรณีที่มีการจับกุมขบวนการรับจ้างกดไลค์ แล้วนำมาเชื่อมโยงกับแฟนเพจนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "อย่ามองแฟนเพจยิ่งลักษณ์เลย เดี๋ยวใครได้ยินก็จะเสียใจแย่"

ส่วนกรณีที่สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองแล้ว ควรเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมแล้วหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การให้ทุกคนมีส่วนร่วมถือเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรจะเปิดพื้นที่กว้างให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ส่วนการปลดล็อคให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้นั้นขึ้นอยู่กับคสช.ที่จะเป็นผู้พิจารณา ในส่วนของพรรคการเมืองก็คงมีความต้องการ อยากให้ฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองโดยตรงดีกว่า 

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลใช้มาตรา 44 เพื่อดำเนินการเรื่องรถไฟความเร็วสูงด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่อยากให้เร่งรัดพัฒนาพัฒนาในเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพราะเป็นสิ่งจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น การใช้มาตรา 44 เป็นการเร่งด่วนเป็นสิ่งที่ดี แต่อยากให้มีกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใส  และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ  

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเซ็ตซีโร่ กกต. จะมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า  สนช.คงเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องผลกระทบต่าง ๆ แต่เชื่อว่าทุกคนจะรักษาโรดแมปที่สัญญาไว้กับประชาชน 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า อย่างไรก็ดีเมื่อเวลา 10.00 น. ก่อนที่นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีจำนำข้าวและองค์คณะ จะไต่สวนพยาน นายนรวิชญ์ หล่าแหล่ง ทนายความได้ขออนุญาตศาลให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ. แถลงด้วยวาจาหลังจากยื่นเอกสารร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลกรณีพยานจำนำข้าวทั้งที่เป็นนักการเมืองและข้าราชการบางรายถูก อนุ ป.ป.ช.ตั้งข้อกล่าวหา

โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แถลงต่อศาลว่า ที่ผ่านมาไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก ป.ป.ช.และอัยการโจทก์ โดยภายหลังพยานฝ่ายจำเลยที่นำมาสืบไต่สวนเช่น นายยรรยง พวงราช และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เมื่อเสร็จสิ้นการให้การแล้ว พยานเหล่านั้นมักจะถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริต  ขณะที่กรรมการซึ่งอยู่ในอนุกรรมการไต่สวนคือ น.ส.สุภา  ปิยะจิตติ ซึ่งเป็นพยานโจทก์ของฝ่ายอัยการ

ดังนั้นจึงขอความเป็นธรรมต่อศาลว่า หากเกิดกรณีเช่นนี้จะทำให้ไม่มีใครกล้ามาเป็นพยานให้กับตน และเกิดความกังวลว่า หลังจากนี้จะถูกรื้อคดีเพื่อมาเร่งรัดเอาผิด

อย่างไรก็ดีนายชีพ จุลมนต์ ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน ชี้แจงกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ก่อนการไต่สวนองค์คณะได้รับหนังสือร้องขอความเป็นของจำเลยแล้ว และได้หารือตรวจดูข้อกฎหมายแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีข้อกฎหมายให้ศาลนี้มีอำนาจสั่งการดำเนินการขององค์กรอื่น อย่างไรก็ดีศาลจะได้มีคำสั่งเรื่องนี้ในรายงานกระบวนพิจารณาอีกครั้ง


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย รชานนท์ อินทรักษา
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend