ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564

รวบโจรใช้แก๊สตัดตู้ ATM ฉกเงิน 2 ล้าน

912 0

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 มิ.ย.2560 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา คือ นายพลธวัช โคมทอง หรือโจ้ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่70หมู่2ต.น้ำจั้น อ.เซกา จ.บึงกาฬ และนายบี (นามสมมุติ) อายุ17ปี พร้อมของกลางเป็น เงินสด จำนวน1,123,000บาท รถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีบอร์น ทะเบียน ผฉ4910อุดรธานี จำนวน1คัน ชะแลง ถังแก๊ส ถังลม ชุดสายแก๊สพร้อมหัวเป่า

เสื้อผ้าของผู้ต้องหาสวมใส่วันก่อเหตุ รถจักรยานยนต์2คัน ตู้เย็น1เครื่อง เครื่องซักผ้า1เครื่อง โทรทัศน์ ขนาด32นิ้ว1เครื่อง เอกสารการซื้อขายบ้านพร้อมที่ดิน มูลค่า500,000บาท1ชุด โทรศัพท์มือถือ2เครื่อง สร้อยคอทองคำ2สลึง2เส้น แหวนทอง1สลึง2วง หลังผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ร่วมกันก่อเหตุงัดตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย ที่ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบ้านเลื่อม หมู่1ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี ในช่วงเวลาประมาณ02.00น. ของวันที่9มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะหอบเงินกว่า 2 ล้านบาทหลบหนีไปนานเกือบ 1 สัปดาห์ โดยการแถลงข่าวครั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้นำตัวผู้ต้องหามาร่วมแถลงข่าว เพื่อปกป้องสิทธิของผู้ต้องหาตามกฎหมาย

พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 06.00 น. ผู้จัดการศูนย์บริหารและจัดการธนาคารกรุงไทย จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งจากศูนย์ที่กรุงเทพฯ ว่าสัญญาณตู้เอทีเอ็ม ในโรงเรียนบ้านเลื่อมขาดหาย จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ พบว่าตู้ถูกงัดและตัดด้วยแก๊สลักเอากล่องบรรจุเงินชั้นที่ 2 และ3ทั้งสองชั้นบรรจุธนบัตรฉบับละ1,000บาท ชั้นละ1ล้านบาท จึงได้แจ้งไปยังตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ กระทั้งพบว่า ตู้เอทีเอ็ม ด้านหลังตู้มีร่องรอยงัดกุญแจคล้องประตูหลัง ตัวของตู้เอทีเอ็มมีร่องรอยตัดด้วยแก๊ส กว้าง20ซม. ยาว60ซม. เมื่อตรวจสอบภายในพบว่า กล่องบรรจุเงินสดที่ชั้น2และ3หายไป สายสัญญาณถูกตัด ประตูรั้ว โรงเรียนถูกทุบกุญแจพังเสียหายภายหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้ร่วมกันออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ จนทราบว่า รถยนต์คันที่ก่อเหตุ เป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อ ฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ ทะเบียน ผฉ4910อุดรธานี ที่มีนายพลธวัช ผู้ต้องหาเป็นผู้ใช้งาน จึงได้ออกติดตามตัวจนพบว่า ได้หนีไปกบดานที่บ้านพักหลังหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าจับกุม

จากการสอบสวน นายพลธวัช ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ตนทำอาชีพเป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง แต่เนื่องจากมีหนี้สินและสภาพเศรษฐกิจฝืดเคือง ประกอบกับถูกทวงค่างวดรถจากไฟแนนท์บ่อยครั้ง ซึ่งตนได้ค้างค่างวดมาติดต่อกันหลายงวดแล้ว จึงเกิดความเครียด จึงต้องการหาเงินไปชำระค่างวดรถ จึงได้วางแผนในการงัดตู้เอทีเอ็ม โดยชักชวนนายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี หลานชายในการก่อเหตุ โดยอาศัยช่วงกลางดึกและเป็นช่วงที่ฝนตกงัดตู้เอทีเอ็มซึ่งอยู่ใกล้บ้าน โดยตนได้ไปสำรวจมาแล้วหลายครั้ง ภายหลังจากก่อเหตุได้นำเงินไปซื้อบ้านในพื้นที่อำเภอกุมภวาปี จ.อุดรธานี ในราคา 800,000 บาท โดยจ่ายไปแล้ว 500,000บาท ซื้อรถจักรยานยนต์ จำนวน 120,000บาท ส่วนที่เหลือได้นำไปซื้อทีวี ตู้เย็น และเคื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งทองคำรูปพรรณ โดยก่อเหตุครั้งนี้เป็นครั้งแรกพล.ต.ท.จตุพล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่า ผู้ต้องหาจะก่อเหตุเป็นครั้งแรก เนื่องจากลักษณะการลงมืองัดตู้เอทีเอ็ม แสดงให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุความชำนาญในการเชื่อมหรือตัดแก๊ส ลักษณะการตัดเหล็กเพื่องัดตู้ รวมทั้งการตัดสัญญาณตู้เอทีเอ็มนับว่ามีความเชี่ยวชาญ โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนต่อไปว่า ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องในการัดตู้เอทีเอ็มในท้องที่อื่นๆ หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแค่สองคนขึ้นไปในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อพ้นจากการจับกุม หรือรับของโจร


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend