ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2564

ด่วน! เพิ่มอีก 1 ข้อหาหนัก "ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน" 5 ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ "น้องแอ๋ม"

40.61K 1.69K

ตำรวจเพิ่มข้อหา 4 ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ "ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน" หลังพยานหลักฐานชี้ชัดว่ามีการวางแผนฆ่าล่วงหน้าแม้ "เปรี้ยว" ปัดไม่ได้ตั้งใจ คาดสรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้องได้ภายใน 84 วัน

วันนี้ (7 มิถุนายน 2560 ) เวลา 13.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 , พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น และพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีในสังกัดตำรวจภูธรภาค 4 ร่วมกันประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีฆ่าหั่นศพนางสาววริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ แอ๋ม ที่ถูกฆาตรกรรมและหั่นศพ ก่อนจะถูกนำร่างไปฝังอำพรางในป่าไผ่ บ้านโนนสง่า ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2560 ก่อนที่จะมีผู้ไปพบศพในอีก 2 วันถัดมา 

โดยการประชุมในครั้งนี้เป็นการระดมพนักงานสืบสวนสอบสวนมือดีในสังกัดตำรวจภูธรภาค 4 เพื่อร่วมกันดูในรายละเอียดของสำนวนการสอบสวน หลังจากที่ได้มีการเรียกพยานบุคคลเข้ามาให้ปากคำไปก่อนหน้านี้ทั้งหมด 15 ปาก และร่วมกันพิจารณาว่าจะต้องเรียกใครเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมบ้าง รวมทั้งการเร่งรัดผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอในห้องน้ำของรีสอร์ต ที่ผู้ต้องหาให้การว่าใช้เป็นสถานที่หั่นศพของผู้ตาย รวมไปถึงการตรวจคราบเลือดบนรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์วี สีบอร์น-เทา ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการขนย้ายชิ้นส่วนศพของผู้ตายไปฝังอำพราง ซึ่งทางกองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรภาค 4 ได้เข้าไปเก็บและส่งตรวจแล้วเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2560 เพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบสวน ให้มีความถูกต้องและรัดกุมมากที่สุด ก่อนที่จะมีการสรุปสำนวนฉบับสมบูรณ์ส่งให้อัยการดำเนินการในชั้นต่อไป

 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรภาค 4 ได้แจ้งข้อหาเพิ่มกับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน(ยกเว้นเบนซ์)อีก 1 ข้อหา คือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 จากเดิมคือข้อหาข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์ หรือรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 แต่ในรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวนการสอบสวนสวนที่ได้รวบรวมไว้แล้ว แต่ก็จะมีการเรียกบุคคลเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมอีก โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 84 วัน ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาที่สามารถฝากขังผู้ต้องหาได้ จำนวน 7 ผลัดๆละ12 วัน 

 " มั่นใจว่าสำนวนการสอบสวนจะแล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่วางไว้อย่างแน่นอน เพราะการประชุมวันนี้ก็ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่แต่ละคนไปดูว่า ใครจะรับผิดชอบในการสอบสวนสืบสวนเรื่องใด รวมทั้งการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาก็ได้มีการประสานงานกับ ป.ป.ส.เพื่อตรวจสอบเชิงลึกว่าความเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดหรือไม่ โดยจะต้องมีการขยายผล ต่อไปว่าผู้ต้องหาได้เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไร ก็ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างรอบครอบและรัดกุมมากที่สุด" พล.ต.ต.เจริญวิทย์ กล่าว

 ด้าน พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนในคดีนี้ กล่าวว่า การตั้งข้อหาเพิ่ม ในข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เนื่องจากการสอบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการวางแผนเพื่อที่จะไปล่อลวงเอาตัวผู้ต้องหาออกมา แม้ว่าก่อนหน้านี้พี่สาวของ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ "เปรี้ยว" 1 ในผู้ต้องหาจะให้การว่าน้องสาวไม่ได้เจตนาฆ่า และ น.ส.เปรี้ยวจะให้การว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็เป็นเพียงคำให้การของผู้ต้องหาที่จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ แต่ทั้งหมดก็ต้องไปดูที่พยานหลักฐานที่นำมาประกอบว่าการลงมือครั้งนี้มีการวางแผน เตรียมการ ตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ ซึ่งพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้เตรียมการวางแผนเพื่อฆาตรกรรมมาเป็นอย่างดี

 " ผู้ต้องหาและผู้ตายไม่ได้เจอกันมานานเป็นปีแล้ว แต่ความแค้นมันยังฝังใจ การตั้งข้อหาเพิ่มในวันนี้ รวมทั้งข้อหาเดิม ทางพนักงานสอบสวนได้มีการคัดค้านการประกันตัวมาโดยตลอดอยู่แล้ว ซึ่งทั้งหมดก็เป็นไปตามการสอบปากคำว่าใครทำอะไรมากน้อยแค่ไหน ส่วนวัตถุพยานที่ตำรวจตรวจพบทั้งหมด ก็อยู่ในขั้นตอนของการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งอีกไม่นานก็จะทราบผลว่าตรงกับดีเอ็นเอของใคร" พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าว


เรื่องโดย ศิวะ โลโห | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend