ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564

รวบแก๊งขายทองคำปลอมภูเก็ต สารภาพรับสินค้าจากกรุงเทพฯ

2.51K 91

จับแก๊งตระเวนขายฝากทองคำรูปพรรณปลอม รวมมูลค่ารับขายฝากตามร้านต่างๆ ทั่ว จ.ภูเก็ต เป็นเงินกว่า 4 ล้านบาท สารภาพมีผู้จัดหามาจากกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2560 ที่ สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.พีระยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต รักษาการ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง รอง ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสตร์ ผกก.สส.ภ.จ.ภูเก็ต และชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผกก.สส.ภ.จ.ภูเก็ตฯ รักษาการ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต ได้นำตัวผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุนำทองรูปพรรณ (ปลอม) มาฝากขายตามร้านทองต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต มาสอบปากคำเพิ่มเติม

ประกอบด้วย น.ส.ประคอง หรือคอง รัตนประทุม อายุ 36 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ, นายบุญเทียร หรือ เทียร ขอนสงเคราะห์ อายุ 43 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ, น.ส.สุภาพ หรือภาพ ดำดิน อายุ 40 ปี ชาว จ.อุดรธานี, น.ส.พิสิษฐ์ หรือ เฟิร์ส เสริมทรง อายุ 42 ปี ชาว จ.อุดรธานี และนายอาทิตย์ หรือบี กองจร อายุ 28 ปี ชาว จ.ขอนแก่น พร้อมของกลาง รถยนต์กระบะ ยี่ห้อฟอร์ด สีดำ ทะเบียน 5กฎ 4701 กทม.,(ใช้ก่อเหตุ) ธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 66 ฉบับ รวมเป็นเงิน 66,000 บาท ธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 49 ฉบับ รวมเป็นเงิน 49,000 บาท สร้อยคอคล้ายทองคำ จำนวน 2 เส้น แหวนคล้ายทองคำ จำนวน 2 วง พระเครื่องหุ้มกรอบคล้ายทองคำ จำนวน 1 เหรียญ เสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ จำนวน 26 รายการ ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ จึงตั้งข้อกล่าวหา ฐานความผิด "ร่วมกันฉ้อโกง"

จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า ได้นำทองปลอม มาตระเวนขายฝากใน จ.ภูเก็ต จริง โดยวันที่ 30 พ.ค.2560 ได้มารวมตัวกันที่กรุงเทพฯ และขับรถยนต์ เข้ามาที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2560 เวลา 12.00 น.ได้ตระเวนนำทองปลอม ไปขายฝาก โดยแบ่งแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่ง น.ส.สุภาพ และนายพิสิษฐ์ เป็นผู้จัดหาทองรูปพรรณปลอมที่ได้มาจากนายโจ (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ราคาบาทละ 12,000 บาท

โดย น.ส.ประคอง, นายบุญเทียร, น.ส.คนึงรัตน์, นายอาทิตย์ เป็นผู้นำทองปลอม ไปขายฝากตามร้านทองต่างๆ ตามคำสั่งของ น.ส.สุภาพ และนายพิสิษฐ์ ก่อนลงมือก่อเหตุนายพิสิษฐ์ จะขับรถตระเวนหาร้านทองเป้าหมาย จากนั้นก็จะนำทองปลอม ที่เตรียมไว้และสั่งให้ใครคนใดคนหนึ่งลงไปขายฝาก เมื่อได้เงินมาจะมอบให้ น.ส.สุภาพ เป็นผู้เก็บไว้ ก่อนที่จะนำมาแบ่งกัน

ซึ่งผู้นำทองปลอม ไปขายฝาก จะได้ส่วนแบ่งโดยคิดจากน้ำหนักทองคำ 1 บาทได้ส่วนแบ่งเป็นเงิน 1,000 บาท ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-3 มิ.ย. 2560 โดยร่วมกันก่อเหตุกับร้านทองทิพย์ สาขา 3 ถ.พระบารมี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จำนวนเงินที่ได้ 70,000 บาท ร้านทองทิพย์ สาขา 2 ถ.พังงา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต จำนวนเงินที่ได้ 51,000 บาท ร้านทองทิพย์ สาขา 1 ถ.มนตรี ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต จำนวนเงินที่ได้ 51,000 บาท ห้างทองใบหยกเจมส์ ต.กมลา อ.กะทู้ ห้างทองกมลา ต.กมลา อ.กะทู้ จำนวนเงินที่ได้ 32,000 บาท และห้างทองในเขตพื้นที่ ต.ฉลอง จำนวนเงินที่ได้ 34,000 บาท รวมเงินที่ได้จากการก่อเหตุทั้งหมด ประมาณ 270,000 บาท

จากการสอบสวนขยายผลทราบว่า ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.-27 พ.ค.2560 นอกจากผู้ต้องหาทั้ง 6 คนที่ร่วมก่อเหตุแล้ว ยังมีผู้ที่ร่วมก่อเหตุ ซึ่งมีหน้าที่นำทองปลอมไปขายฝาก อีกจำนวน 3 คน คือ น.ส.อุไรวรรณ สะเอียบคง อายุ 41 ปี ชาว จ.นครราชสีมา นายวัชรบดินทร์ วัชโรสินทร์ อายุ 23 ปี ชาว จ.สกลนคร และ นายอานนท์ ปินวงศ์วาน อายุ 42 ปี กรุงเทพฯ

ซึ่งได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้หลายครั้งที่ร้านทองห้างทองทิพย์ สาขา 1 ถ.มนตรี ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต จำนวน 26 ครั้ง รวมเป็นเงินที่ได้จากการขายฝาก 1,311,500 บาท ที่ร้านทองห้างทองทิพย์ สาขา 2 ถ.พังงา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต จำนวน 22 ครั้ง รวมเป็นเงินที่ได้รับจากการขายฝาก 1,293,000 บาท และที่ร้านทองห้างทองทิพย์ สาขา 3 ถ.พระบารมี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ รวมเป็นเงินที่ได้รับจากการขายฝาก ประมาณ 800,000 บาท รวมเงินที่ได้จากการก่อเหตุทั้งหมด ประมาณ 3,674,500 บาท โดยในส่วนของ น.ส.อุไรวรรณ ได้ถูกจับที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนที่เหลืออีก 2 คนอยู่ระหว่างติดตามตัว

อย่างไรก็ตามการจับกุมแก็งค์ขายฝากทองคำรูปพรรณปลอมดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก น.ส.บัวทิพย์ ธเนศธนสมบัติ อายุ 35 ปี อยู่เลขที่ 40 ถ.ระนอง อ.เมืองภูเก็ต ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต แจ้งว่าตนเองเป็นเจ้าของร้านทองห้างทองทิพย์ ซึ่งดำเนินกิจการรับซื้อ ขาย และรับขายฝากทองคำ เปิดดำเนินการ 3 สาขา ได้แก่ ห้างทองทิพย์สาขา 1 ถ.มนตรี อ.เมืองภูเก็ต ห้างทองทิพย์สาขา 2 ถ.พังงา อ.เมืองภูเก็ต และห้างทองทิพย์สาขา 3 ถ.พระบารมี อ.กะทู้ ได้ตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่เดือน เม.ย.-ต้นเดือนมิ.ย.2560 ได้มีคนร้ายนำทองรูปพรรณ(ปลอม) มาขายฝากไว้กับทางร้าน 3 สาขา จำนวนหลายครั้ง จากการตรวจสอบพบว่า รวมมูลค่ารับขายฝากไว้เป็นเงินประมาณ 4 ล้านบาท จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend