ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564

"ดีเอสไอชี้แจง กรณีเจ้าของโชว์รูมฟ้องเรียก 50 ล้าน เป็นการใช้สิทธิ แต่ต้องสุจริต"

3.42K 121

วันนี้ (5 มิถุนายน 2560 เวลา 09.00 น.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ ชี้แจงว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว กรณี นายภาณุศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ "บอย ยูนิตี้" เจ้าของบริษัท เอสทีที ออโต้คาร์ จำกัด ได้ไปยื่นฟ้องร้อง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ต่อศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย เป็นเงิน 50 ล้านบาท ด้วยคดีดังกล่าว มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐและคดีเป็นที่สนใจของสาธารณะ จึงขอชี้แจงประเด็นดังกล่าว ดังนี้

1. กรณีดังกล่าว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้อาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน(รถยนต์)ไว้เป็นของกลางในคดีพิเศษเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีและมีอำนาจตามกฎหมายจะยึดไว้จนกว่าคดีถึงที่สุด เมื่อเสร็จคดีแล้วจะคืนแก่ผู้ต้องหาหรือแก่ผู้อื่นซึ่งมีสิทธิเรียกร้องขอ เว้นแต่ ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85

2. เมื่อ บริษัท เอสทีที ออโต้คาร์ จำกัด เห็นว่า การกระทำของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้บริษัทได้รับความเสียหายย่อมเป็นสิทธิตามกฎหมายที่บุคคลดังกล่าวจะใช้สิทธิในทางศาลฟ้องกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ แต่การใช้สิทธิดังกล่าวจะต้องใช้สิทธิโดยสุจริต ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5

3. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอเรียนว่า การสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในหลายๆคดีที่สำคัญและมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อองค์กรอาชญากรรม องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ นักการเมืองที่มีตำแหน่งและถืออำนาจรัฐ ผู้มีขีดความสามารถทางด้านการเงินสูง จะมีการยื่นฟ้องกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อศาลแพ่งหรือศาลอาญาหลายครั้งหลายคราว ทั้งที่สุจริตบ้างและไม่สุจริตบ้าง ซึ่งเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งของฝ่ายผู้ต้องหาเพื่อจะใช้อำนาจศาลเข้าตรวจสอบพยานหลักฐานและทำลายความน่าเชื่อถือและน้ำหนักของพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ประเทศไทยถือว่าเป็นกลไกในระบบของกระบวนการยุติธรรมที่เปิดโอกาสให้ศาลมีการตรวจสอบ-ถ่วงดุลการใช้อำนาจของรัฐอยู่แล้วอันถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ทำได้ เนื่องจากประเทศไทยไม่มีข้อห้ามในเรื่องความผิด "การขัดขวางกระบวนการยุติธรรม"

4. สำหรับผู้บริโภคและผู้เสียหายที่ถูกบุคคลหรือคณะบุคคลหลอกลวงให้ซื้อรถยนต์โดยมิชอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตระหนักถึงปัญหานี้มาก จึงได้หารือร่วมกับกรมศุลกากรแล้ว เห็นว่า สำหรับผู้เสียหายหรือเจ้าของหรือผู้ซึ่งมีสิทธิเรียกร้อง ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิดของผู้นำเข้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ จะอนุญาตให้สามารถรับรถยนต์ของกลางคืนไปดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์โดยไม่มีประกันหรือมีประกัน ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85/1 โดยเร็ว

5. สำหรับรถยนต์ของกลางที่ปรากฏหลักฐานว่าเป็นรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากต่างประเทศ เนื่องจากตามกฎหมายและข้อตกลงจะต้องมีการส่งรถยนต์คืนให้กับประเทศผู้เสียหาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงยังไม่อาจอนุญาตให้ผู้เสียหายหรือเจ้าของหรือผู้ซึ่งมีสิทธิเรียกร้องนำรถยนต์ของกลางคืนไปดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์ได้ในขณะนี้

ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ กรมศุลกากร อยู่ระหว่างหารือแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาสำหรับเรื่องนี้ให้กับผู้บริโภคและผู้เสียหายอย่างเร่งด่วนและหากผลการหารือมีความคืบหน้าเป็นประการใดจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบเป็นระยะ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend