ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2564

พี่สาวชูวงษ์ โร่พบตำรวจกองปราบ ระบุคดีน้องชาย 2 ปีไม่คืบ

11.07K 988
พี่สาวชูวงษ์ โร่พบตำรวจกองปราบ ระบุคดีน้องชาย 2 ปีไม่คืบ

พี่สาวชูวงษ์ เดินทางเข้าพบตำรวจกองปราบ เพื่อขอให้เร่งติดตามความคืบหน้าคดีน้องชาย รับกังวลเพราะผ่านมา 2 ปี คดีไม่คืบ

กองปราบ - เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 มิ.ย.2560 นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ อายุ 63 ปี พี่สาวของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ซึ่งเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ที่พบความผิดปกติ เนื่องจากมีความเห็นแย้งกับพนักงานอัยการที่มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ ซึ่งมี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ , น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อดีตพริตตี้คนสนิทนายชูวงษ์ , น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์คนสนิท พ.ต.ท.บรรยิน และ นางศรีธรา พรหมา มารดาของ น.ส.อุรชา ตกเป็นผู้ต้องหา และติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิต ซึ่งญาติเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรม แต่หลังจากร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จนคดีผ่านมากว่า 2 ปีแล้ว คดีกลับยังไม่มีความคืบหน้าและยังไม่มีการส่งฟ้องคดีในชั้นศาล

นางวันเพ็ญ กล่าวว่า สำหรับการเดินทางมาในวันนี้ เพื่อมาติดตามความคืบหน้าของคดี ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของคดีการโอนหุ้นที่พบความผิดปกติ และคดีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนายชูวงษ์ น้องชาย ซึ่งขณะนี้สำนวนคดียังคงติดอยู่ที่ขั้นตอนของอัยการสูงสุด โดยในส่วนของคดีหุ้นนั้น เดิมทีทางพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบรัดกุม ก่อนจะมีความเห็นสั่งฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน กับพวกในข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม , ร่วมกันลักทรัพย์ และรับของโจร แต่ปรากฏว่าพนักงานอัยการ โดยอธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ ได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา ก่อนที่ต่อมาสำนวนคดีดังกล่าวจะถูกส่งมายัง ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาความเห็นว่า มีความเห็นตรงกับทางพนักงานอัยการหรือเห็นขัดแย้ง จนกระทั่งทาง ผบ.ตร. ได้มีความเห็นให้มีการสั่งฟ้องคดีดังกล่าว จึงทำให้สำนวนคดีดังกล่าวต้องส่งไปที่อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณา ก่อนที่จะมีความเห็นว่าให้ทางพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ทำการสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง เช่นเดียวกับในส่วนของคดีฆาตกรรมที่ยังไม่มีการสั่งฟ้อง เนื่องจากขณะนี้อัยการก็ยังสั่งให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ทำการสอบสวนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าไปสู่กระบวนการของศาลแต่อย่างใด ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทั้ง 2 คดีมีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกัน

นางวันเพ็ญ กล่าวอีกว่า ขณะนี้คดีดังกล่าว ได้ผ่านล่วงเลยเวลามานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่จนถึงวันนี้คดีกลับไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร และยังไม่มีสำนวนส่งไปถึงศาล จึงทำให้ยังไม่มีการสั่งฟ้งทั้ง 2 คดี ที่ผ่านมาตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ผู้ต้องหาเองก็เคยเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเคยเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ย่อมรู้ข้อกฎหมายดี แต่กลับไม่ไว้ใจ และไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆในชั้นพนักงานสอบสวน แต่กลับไปร้องขอความเป็นธรรมในชั้นอัยการนั้น ถือเป็นการประวิงเวลา ให้คดีขาดอายุความหรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้ตนก็ยอมรับว่าค่อนข้างเป็นกังวล เพราะไม่รู้ว่าคดีจะถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ จนถึงเมื่อใด และไม่รู้ว่าจะมีกรอบระยะเวลาจำกัดเกี่ยวกับคดีดังกล่าวหรือไม่ เพราะเกรงว่าจะไม่ทันเวลา

นางวันเพ็ญ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังฝากไปถึงกระบวนการยุติธรรม ด้วยว่า อัยการ ซึ่งเป็นทนายความของแผ่นดิน ขณะนี้ทำหน้าที่อะไรอยู่ ทำไมคดีผ่านไปกว่า 2 ปีถึงไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ครอบครัวไม่เคยนิ่งนอนใจ และพยายามร้องขอความเป็นธรรม พร้อมติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งสำหรับกระบวนการต่างๆนั้น ตนทราบว่าสำนวนคดีการเสียชีวิตจะต้องถูกส่งไปให้กับอธิบดีอัยการกรุงเทพอาญา (คนเดิม) ที่เป็นผู้พิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดีหุ้นของนายชูวงษ์ รวมถึงเป็นคนเดียวกับที่พิจารณาคดี ทายาทเครื่องดื่มคดีดัง ที่ปล่อยให้ระยะเวลาของคดีเนิ่นนานอีกด้วย ทำให้ครอบครัวเกิดความกังวลใจว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

ด้าน พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดิ์ รอง ผบก.ป. กล่าวว่า หลังจากอัยการ ศาลจังหวัดพระโขนงสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเติม ทางพนักงานสอบสวนก็นำกลับมาสอบเพิ่ม ก่อนส่งสำนวนไปยังอัยการแล้ว โดยขณะนี้สำนวนคดีทั้ง 2 นั้น อยู่ในชั้นอัยการพิจารณาหมดแล้ว โดยขอให้เวลาอัยการพิจารณา 1-2 เดือน และยืนยันว่าประเทศไทย ยังคงมีความยุติธรรมอยู่


เรื่องโดย กัมปนาท ละออง | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend