ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

รองปลัดยุติธรรม ร่วมปล่อยคดีจับแพะซ้ำซ้อน

2.93K 146

เรือนจำกลางอุบลราชธานี ปล่อยตัวนายวรวิทย์ สินทองน้อย หลังศาลจังหวัดเดชอุดม มีคำพิพากษายกฟ้องในข้อหาร่วมกันสมคบคิดกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เนื่องจากศาลไม่เชื่อพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน สภ.เดชอุดม

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.อ.ดุษฏี อารยะวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน DSI และนายประสิทธิ์ศักดิ์ ฝอยทอง ทนายความและเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานี ได้เบิกตัวนายวรวิทย์ สินทองน้อย อายุ 30 ปี ชาวบ้านเมืองใหม่ หมู่ 17 ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี หลังศาลจังหวัดเดชอุดมมีคำพิพากษายกฟ้องในข้อหาร่วมกันสมคบคิดกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เนื่องจากศาลไม่เชื่อพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน สภ.เดชอุดม ซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้องตามคดีหมายเลขดำที่ 1941/2559 ลงวันที่ 24 ส.ค.2559 แต่เชื่อในหลักฐานของฝ่ายจำเลยที่มีเจ้าหน้าที่ดีเอไอ ผู้บัญชาการเรือนจำกลาง รวมทั้งหลักฐานแวดล้อมด้านวิทยาศาสตร์ที่มาสนับสนุน ศาลจังเชื่อว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องจริง จึงตัดสินให้ยกฟ้องจำเลยและให้ปล่อยตัวในวันนี้(26 พ.ค.60)

โดยมีนางแดง สินทองน้อย มารดาและญาติพี่น้องรวมทั้งเพื่อนบ้านจำนวนกว่า 50 คน มารอรับนายวรวิทย์บริเวณประตูหน้าห้องควบคุม เมื่อนายวรวิทย์เดินออกจากประตูญาติพี่น้องได้กรูกันเข้ามาใช้นำมนต์ที่ไปเอามาจาก 9 วัด พร้อมด้ายสายสินมาราดรดตัวเพื่อล้างความโชคร้ายที่ต้องถูกจองจำอยู่ในคุกนานถึง 7 ปี ทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิดแต่อย่างใด

สืบเนื่องจากเมื่อปี 2553 นายวรวิทย์พร้อมวัยรุ่นวันเดียวกันถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เดชอุดม จับกุมข้อหาร่วมกันใช้อาวุธปืนฆ่าผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย เหตุเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 6 ต.ค.2553 บนถนนสาธารณะบริเวณข้างโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอเดชอุดม ซึ่งมีการจัดชกมวยการกุศล และได้ถูกจับดำเนินคดีพร้อมกับกลุ่มวัยรุ่นรวม 6 คน และเมื่อเดือนธันวาคม 2554 ศาลชั้นต้นได้ตัดสินให้จำคุกนายวรวิทย์ตลอดชีวิต ส่วนกลุ่มวัยรุ่นถูกตัดสินลดหลั่นกันลงมา ต่อมาเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2559 ศาลฏีกาได้ตัดสินให้ยกฟ้องนายวรวิทย์ เพราะมีเหตุผลขัดแย้งด้านวิถีกระสุนและระยะทางการยิง กับจุดที่นายวรวิทย์ ซึ่งได้รับการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี

แต่นายวรวิทย์ไม่ได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากถูกพนักงานสอบสวนขออายัดตัวในความผิดร่วมกันสมคบคิดกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ขณะถูกจองจำอยู่ในเรือนกลางจังหวัดอุบลราชธานี จากคำซัดทอดของผู้ต้องหาที่ถูกชุดสืบสวน สภ.เดชอุดม จับกุมได้ โดยระบุว่านายวรวิทย์เป็นผู้โทรศัพท์สั่งการจากภายในเรือนจำให้ผู้ต้องไปรับยาบ้าและนำยาบ้าไปมอบให้กับผู้ซื้อ จนถูกจับได้

หลังนายวรวิทย์ ถูกอายัดตัวไว้ดำเนินคดีต่อ ทางครอบครัวได้ประสานให้นายประสิทธิ์ศักดิ์ ฝอยทอง เป็นทนายความแก้ต่างให้ และนายประสิทธิ์ศักดิ์มีการประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ได้ตามพิสูจน์ในคดีฆ่าผู้อื่นจนศาลฏีกากลับคำพิพากษา รวมทั้งมีการสืบเสาะจนได้ความว่าเรือนจำกลางอุบลราชธานี เป็นเรือนจำที่มีความมั่นคงสูง มีอุปกรณ์ใช้ตัดสัญญาณการใช้โทรศัพท์ และระหว่างถูกควบคุมไม่มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับคดียาเสพติดมาก่อน รวมทั้งจากการสอบถามเพื่อนบ้านก็ไม่พบพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวยาเสพติดเช่นกัน จึงได้นำพยานบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่เรือนจำ รวมทั้งหลักฐานด้านวิทยาศาสตร์เสนอให้ศาลพิจารณา จนศาลเชื่อถือในหลักฐานและมีคำสั่งยกฟ้องและให้ปล่อยตัวนายวรวิทย์พ้นจากการควบคุมเมื่อเย็นวันนี้ หลังต้องเป็นแพะติดอยู่ในคุกนานถึง 7 ปี


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend