ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"ผบ.ทบ." ชี้ "โกตี๋"อยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัย

15.84K 1.41K
ผบ.ทบ. ชี้โกตี๋อยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัย

"ผบ.ทบ."เผยตร.เร่งติดตามก๊วนบึ้มรพ.พระมงกุฏ ชี้โกตี๋อยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยไม่โยง 9 คนเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติ จ่อเสนอคดีอาวุธสงครามกลับขึ้นศาลทหาร

25 พ.ค. 60 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช. ) กล่าวถึงความคืบหน้าจับกุมผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ว่า คดีมีความคืบหน้าพอสมควร มีพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และภาพจากกล้องวงจรปิด จนได้ข้อมูลพอสมควร โดยทางตำรวจได้ดำเนินการติดตามผู้ต้องสงสัย คาดว่ามีโอกาสได้ตัวในอนาคต ในส่วนคดีความเป็นหน้าที่ของตำรวจ หากรู้ตัวผู้ต้องสงสัยชัดเจนแล้วการตัดสินใจควบคุมตัวเป็นของตำรวจตัดสินใจ เพราะเป็นเจ้าของคดี และมีข้อมูลในมือ ส่วนจะสามารถตามตัวผู้ก่อเหตุวางระเบิดได้หรือไม่นั้น ต้องสอบถามทางตำรวจ

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า สำหรับการใช้กำลังหากต้องการใช้กำลังของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ตนมีความพร้อม ส่วนผู้ต้องสงสัยจะมีกี่คนยังตอบไม่ได้ ขอให้เป็นหน้าที่ตำรวจ เพราะภาพรวมทราบว่ามีผู้ต้องสงสัย และกำลังติดตามอยู่ ซึ่งจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ออกมาระบุว่ามีบุคลภายในและนอกประเทศนั้น คิดว่าท่านกล่าวในภาพรวม ซึ่งที่ผ่านมามีคนกลุ่มหนึ่งหลบหนีคดีในประเทศเพื่อนบ้านและแสดงท่าทีก้าวร้าว และปลุกระดมคนให้ใช้กำลัง ส่วนบุคคลที่จะเข้ามาปฏิบัติ ยังไม่แน่ใจว่าเป็นกลุ่มนี้หรือไม่ แต่เป็นคนภายในประเทศ ที่อาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มฮาร์ดคอ ที่เราเคยจับไปครั้งที่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่หลบหนีต่างประเทศและมีพฤติกรรมดังกล่าวใช่ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (โกตี๋) หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ใช่ เพราะที่ผ่านมามีการปลุกระดมผ่านโชเชียลตลอด ซึ่งเราดำเนินการ โดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ตอนนี้เงียบไปที่ผ่านมาเราประสานไปยังประเทศลาวเพื่อขอตัวและทางลาวกำลังดำเนินการให้

ต่อข้อถามที่ว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกับกลุ่มที่เผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า เป็นการปลุกระดมกลุ่มคนให้ทำลายทรัพย์สินราชการ ซึ่งยังไม่ทราบว่าเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดครั้งนี้ รวมถึงบริเวณกองสลาก และโรงละครแห่งชาติหรือไม่ ต้องแยกออกเป็น 2 กรณี โดยกรณีดังกล่าวได้จับกุมตัวผู้อยู่ในข่ายมาซักถามทั้งหมด จำนวน 9 คน และส่งตัวให้ตำรวจแล้วทั้งหมดมีคนจ้างวานแค่ 1 คนที่เป็นผู้ใหญ่ที่เหลือเป็นเด็ก โดยรับค่าจ้าง 200 บาท จึงไม่ใช่ขบวนการใหญ่ ไม่ได้มีอะไรเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดทั้ง 3 ที่

"ขณะนี้คนที่ตำรวจกำลังติดตามอยู่เป็นเพียงผู้ต้องสงสัย ของคนที่เข้าออกในโรงพยาบาล ในห้วงเวลาดังกล่าว ที่คาดว่าจะนำระเบิดไปวาง ตลอดจนนายโกตี๋ ก็เป็นเพียงผู้ต้องสงสัยในข่าย ส่วนจะมีคนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ผมยังตอบไม่ได้ เพราะตอนนี้เป็นผู้ต้องสงสัยหมด เราสงสัยใครก็ได้ แต่จะบอกว่าเป็นคนนั้น คนนี้ เราต้องมีหลักฐานชัดเจน เพื่อมุ่งไปตัวเขา ซึ่งการนำบุคคลต้องสงสัย แล้วมาออกสื่อ จะไม่เป็นผลบวกในเรื่องปรองดอง จะมีทหารแตงโมร่วมด้วยหรือไม่ ผมไม่ทราบ และไม่กล้าวิเคราะห์ แต่อยากให้ยึดหลักฐานตามตำรวจว่าอะไรเป็นอะไร การเดาสุ่มไม่เกิดประโยชน์ต่อสังคม ดังนั้นขอให้รอตำรวจแถลง ขณะนี้อยากให้ช่วยกันผ่านวิกฤตตรงนี้ให้ได้" พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ทั้งสถานที่ราชการ เอกชน หรือพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน ซึ่งตนได้เร่งรัดไปยังทุกส่วน โดยแนะนำให้ความรู้ ข้อมูลกับผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ เช่น รปภ.พื้นที่ ทั่วกทม. ถึงขั้นตอนการตรวจสอบ การคัดคนเข้าออก ตลอดจนขอความร่วมมือสถานประกอบการช่วยกันดูแล เพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนก สำหรับพื้นที่เฝ้าระหว่างหากเขาสามารถก่อเหตุในโรงพยาบาลได้ เราจำเป็นต้องระมัดระวังทุกพื้นที่ และบูรณาการการใช้กำลังให้ทุกภาคส่วน ทั้งกกล.รส. และตำรวจ รวมถึงผู้รับผิดชอบอื่น ร่วมมือกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุระเบิดครั้งนี้เกี่ยวข้องกับ บีอาร์เอ็นหรือไม่ เลขาธิการ คสช. กล่าวว่า เป็นมุมวิเคราะห์ ของตำรวจออกมาให้ข้อมูลการประกอบระเบิด ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในภาคใต้ อาจจะมีความเป็นไปได้กับการประกอบระเบิด ส่วนกรณีบุคคลที่มีชื่อในจดหมายข่มขู่ ได้ให้การปฏิเสธไปแล้วว่าไม่เกี่ยวข้อง

ถามว่า จะออกคำสั่งคสช.ให้นำคดีความมั่นคงกลับไปขึ้นศาลทหาร หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีคำสั่งคสช. ฉบับที่ 50/2557 บังคับใช้อยู่ แต่มีคำสั่งยกเลิกไป ซึ่งกรณีนี้เป็นการพูดคุยในระดับผู้ปฏิบัติว่าเหตุการณ์รุนแรงลักษณะนี้เป็นการมุ่งทำลายเอาชีวิตประชาชนจำนวนมาก จะนำคำสั่งดังกล่าวมาใช้ หรือไม่ ซึ่งตนย้ำว่าเป็นเพียงการพูดคุย ยังไม่มีนโยบายหรือคำสั่งใด ๆ ออกมา เฉพาะคดีอาวุธ กระสุน วัตถุระเบิดที่ใช้ในสงคราม

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวปฏิเสธว่าเหตุระเบิดครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด หากคนจะก่อกวนก็ทำได้ตลอดเวลา ทุกโอกาส อย่าไปมองเรื่องตัวบุคคล และการที่พล.อ.ประวิตร กลับมาทำงานหลังจากลาป่วยนั้น ตนคิดว่าสามารถส่งผลด้านจิตใจของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งท่านดูแลสุขภาพช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ทราบว่าปัจจุบันท่านกลับมาทำงานแล้ว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend