ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

สวทช.หยุดสนับสนุนและให้ทบทวน การติดสัญญาณดาวเทียม "พะยูน"

2.98K 83
สวทช.หยุดสนับสนุนและให้ทบทวนการติดสัญญาณดาวเทียม พะยูน

สวทช. หยุดการสนับสนุน และขอให้มีการทบทวนการติดสัญญาณดาวเทียมจากพะยูน ยันเทคโนโลยีที่ใช้ ยังมีข้อโต้แย้งด้านผลกระทบและยังหาข้อยุติไม่ได้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์พะยูนที่ยั่งยืน และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

จากกรณีการ "เรียกร้องปลดสัญญาณดาวเทียมติดตามตัวพะยูน" ทาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ขอชี้แจงและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีข่าวดังกล่าว ดังนี้

จากการที่ สวทช. ได้หารือร่วมกันใน "โครงการบูรณาการทางวิชาการเพื่อการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน บริเวณหาดหยงหลำ และเกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม" เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ 

สวทช. ได้ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อส.) โดย อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม,  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และจังหวัดตรัง ให้การสนับสนุนทุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อหาแนวทางการพัฒนาการวิจัยและการบริหารจัดการในพื้นที่หาดหยงหลำเกาะมุก อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม จังหวัดตรัง 

โดยมีเป้าหมายในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมในลักษณะองค์รวมด้วยการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศที่สำคัญคือ หญ้าทะเล และสัตว์ป่าสงวนพะยูน รวมทั้งสัตว์หน้าดินต่างๆ 

เพื่อให้โครงสร้างทรัพยากรธรรมชาติคงไว้ซึ่งความสมดุล เกิดการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรชายฝั่งทะเลได้เหมาะสมเข้ากับบริบทของชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นแนวทางการจัดการอนุรักษ์และฟื้นฟูหญ้าทะเล พะยูน และการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเล ตลอดจนส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนทั้งปัจจุบันและในอนาคตอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานโครงการแบ่งส่วนการทำงานดังนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) โดย อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ทำหน้าที่ดูแลและบำรุงรักษาพื้นที่หลักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมการศึกษาวิจัยและห้องทดลองทางธรรมชาติวิทยา 

รวมทั้งการจัดการการท่องเที่ยวในลักษณะการสื่อความหมายธรรมชาติ และนันทนาการ ส่วนของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ให้การสนับสนุน ส่งเสริมและเผยแพร่ผลงาน เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนทั่วไป  และใช้พื้นที่หาดหยงหลำ เกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เป็นกรอบสำหรับงานวิจัยเชิงพื้นที่ของ ม.อ. 

ซึ่งมีกลไกภายในสำหรับสนับสนุนการวิจัยของคณาจารย์และนักศึกษาของ ม.อ. ให้ทำงานวิจัยในพื้นที่ดังกล่าว โดยใช้งบประมาณของ ม.อ. และจังหวัดตรังให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานในพื้นที่ของจังหวัดส่งเสริมและบูรณาการ รวมทั้งนำความรู้ไปส่งเสริมการท่องเที่ยวหรือการบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัด

สวทช. เห็นประโยชน์ของการวิจัยและพัฒนาเชิงนิเวศในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระบบนิเวศ ครบวงจรเพื่อให้การอนุรักษ์พะยูนไม่ให้สูญพันธุ์ ซึ่งรวมถึงการรักษาเขตบริเวณโดยรอบในถิ่นที่อาศัย  หญ้าทะเลที่เป็นแหล่งอาหารของพะยูน เป็นต้น 

จึงได้สนับสนุนโครงการดังกล่าว ด้วยการให้ทุนสนับสนุนหน่วยงานในการวิจัยและพัฒนา โครงการที่สำคัญ เช่น การศึกษาขอบเขตและการแพร่กระจายของหญ้าทะเล ซึ่งเป็นอาหารของพะยูน การศึกษาผลกระทบของตะกอนดินซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของหญ้าทะเล 

โดย ม.อ. การใช้โดรนติดตามจำนวนประชากรของพะยูน และการติดสัญญาณดาวเทียมเพื่อติดตามพฤติกรรมและเส้นทางการหากินของพะยูน โดย อส. 

และผลงานวิจัยในช่วงที่ผ่านมา พบหญ้าทะเลทั้งสิ้น 7 ชนิด โดยหญ้าคาทะเล (Enhalus acoroides) เป็นหญ้าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และเป็นชนิดเด่นโดยมีความถี่ในการพบประมาณร้อยละ 40.7 ด้านปัจจัยทางกายภาพและทางเคมี มีการสำรวจเปรียบเทียบในช่วงก่อนน้ำท่วม (เดือนพฤศจิกายน) และหลังน้ำท่วม (เดือนธันวาคม กุมภาพันธ์) 

โดยพบว่าไม่มีความแตกต่างกัน ลักษณะหญ้าทะเลมีภาวะสมบูรณ์ สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ ได้จัดทำแผนที่หญ้าทะเลโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์อากาศยานขนาดเล็ก พบหญ้าทะเลในพื้นที่ศึกษาประมาณ 7 ตารางกิโลเมตร

สำหรับข่าวที่ได้รับการเผยแพร่ในหน้าหนังสือพิมพ์ และสื่อทีวีเรื่อง "โครงการติดสัญญาณดาวเทียมที่ตัวพะยูน" กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อส.) โดย อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ดำเนินการในการติดสัญญาณดาวเทียมพะยูน 

ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ ยังมีข้อโต้แย้งด้านผลกระทบและยังหาข้อยุติไม่ได้ 

ดังนั้น สวทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัย  ได้พิจารณาแล้วจึงขอหยุดการสนับสนุนและได้ประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้มีการทบทวนการติดสัญญาณดาวเทียมจากพะยูนครั้งนี้ เพื่อการอนุรักษ์พะยูนที่ยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนตามเจตนารมณ์ของโครงการต่อไป

อนึ่ง..สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีเป้าหมายในการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) และสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ รวมถึงการสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการนำ วทน. มาใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend