ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ไขปม "อนันต์ อัศวโภคิน" ฟอกเงิน "ธรรมกาย"

21.38K 550
ไขปม อนันต์ อัศวโภคิน  ฟอกเงิน ธรรมกาย

ภายหลัง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงษ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อนุมัติให้พนักงานสอบสวนสำนักคดีการเงินการธนาคาร ออกหมายเรียก "อนันต์ อัศวโภคิน" เข้ารับทราบข้อกล่าวหาสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งมีที่มาจากการยักยอกฉ้อโกงทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด สร้างความเสียหายมากถึง13,000 ล้านบาท

ทำให้เกิดคำถามว่า "อนันต์" เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไรกับการฟอกเงิน เพราะที่ผ่านมา จะปรากฏเพียงชื่อของ น.ส.อลิสา อัศวโภคิน บุตรสาวของนายอนันต์ ที่เข้ามาเป็นตัวละครเกี่ยวข้องจากการรับซื้อที่ดินย่านอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในราคา298ล้านบาทจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ต้องบอกว่า ในส่วนนาย อนันต์ อัศวโภคิน ผู้พ่อ เข้ามาเกี่ยวข้องจากการรับซื้อที่ดินคนละแปลงกับน.ส อลิสา โดยแปลงที่อยู่ระหว่างเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา ก็มีที่ตั้งอยู่ในอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เช่นกัน แต่เป็นการรับซื้อต่อจากบริษัทเอ็ม-โฮม เอสพีวี2จำกัด โดยภาพรวมของคดีที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของนายอนันต์ อัศวโภคิน คือ ซื้ี่อที่ดินโฉนดเลขที่ 31344 เนื้อที่ 46 ไร่ 3 งาน 56.2 ตร.วา ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยที่มาของที่ดินแปลงดังกล่าว สืบเนื่องจาก นายศุภชัยได้นำเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่ได้มาจากการฉ้อโกงประชาชน จำนวน 275 ล้านบาท ออกมาจากสหกรณ์ฯ โดยการสั่งจ่ายเช็คหลายฉบับรวม วงเงิน 275 ล้านบาท ซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท เอ็ม-โฮมฯ เพื่อเทคโอเวอร์ครอบครองทรัพย์สินของบริษัท ซึ่งก็คือที่ดิน3แปลง ในอำเภอคลองหลวง โดยนายศุภชัยได้ส่งคนของตนเองไปเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าวและมีหนังสือกำหนดให้การบริหารจัดการบริษัทเอ็ม-โฮม อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสหกรณ์คลองจั่น จำกัด (สำหรับ บริษัท เอ็ม-โฮม ฯ หากจำกันได้บริษัทแห่งนี้มีนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายธรรมกาย เป็นกรรมการบริษัท โดยนายสัมพันธ์พร้อมกับกรรมการผู้มีอำนาจลงนามทั้ง3ราย ถูกเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว) ต่อมาวันที่21ธันวาคม2554 คณะกรรมการบริษัทเอ็ม-โฮม ได้มีมติให้นำที่ดินของบริษัทฯ ไปขายเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ หนึ่งในนั้น คือ ที่ดินตามโฉนดเลขที่31344 เนื้อที่46ไร่3งาน56.2ตารางวา ได้มีมติขายให้ นายอนันต์ อัศวโภคิน ซึ่งได้ทำสัญญาซื้อขาย ณ สำนักงานที่ดินอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่23ธันวาคม2554 ในราคาไร่ละ2ล้านบาท รวมเป็นเงิน93,781,000บาท ทั้งที่ราคาประเมินที่ดินขณะนั้นราคาตารางวาละ15,000บาท ซึ่งหากคิดตามราคาประเมิน ที่ดินดังกล่าวจะต้องขายในราคา ประมาณ281ล้านบาท ดังนั้นจึงเป็นการขายที่ดินให้กับนายอนันต์ในราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมินถึง3เท่า อันทำให้บริษัทซึ่งนั่นก็คือสหกรณ์คลองจั่นฯได้รับความเสียหาย และไม่ปรากฏหลักฐานการจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้บริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี2จำกัด แต่อย่างใด ต่อมานายอนันต์ได้ขายที่ดินแปลงที่ซื้อมาดังกล่าวนี้ต่อให้กับบุคคลอื่นในราคา492ล้านบาทเศษ จากนั้นนายอนันต์ ได้นำเงิน ส่วนหนึ่งที่ได้จากการขายประมาณ 303ล้านบาท บริจาคให้กับมูลนิธิคุณยายจันทร์ขนนกยูงซึ่งมีพระธัมมชโย เป็นองค์อุปถัมภ์ซึ่งมูลนิธิดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบในการก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆในบริเวณมูลนิธิวัดพระธรรมกายรวมถึงอาคารบุญรักษาด้วย นอกจากนั้น ยังพบหลักฐานสำคัญว่า นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้ทำหนังสือฉบับลงวันที่23ธันวาคม2554 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันที่ไปทำสัญญาซื้อขายที่ดินฯ แสดงเจตนาถวายที่ดินโฉนดเลขที่31344เนื้อที่46ไร่3งาน56.2ตารางวา ตั้งอยู่ที่อำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานีของบริษัทเอ็มโฮมฯให้กับพระธัมมชโย โดยนายศุภชัยจะเป็นผู้จัดซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวและถวายให้พระธัมมชโยโดยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนามนายอนันต์ อัศวโภคินซึ่งพระธัมมชโยมอบหมายให้เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทน โดยมีแต่ลายมือชื่อของผู้อื่นในเอกสารแต่นายศุภชัยไม่ได้ลงชื่อและไม่มีการดำเนินการตามหนังสือฉบับดังกล่าว สุดท้ายเป็นการดำเนินการผ่านการขายให้นายอนันต์ฯแทน ซึ่งพฤติกรรมตามที่ปรากฏในพยานเอกสารและธุรกรรมการเงิน บ่งชี้ชัดเจนว่า เงินในการซื้อที่ดินเริ่มต้นมาจากการยักยอกฉ้อโกง สหกรณ์คลองจั่น อีกทั้งยังไม่ใช่การซื้อขายแบบตรงไปตรงมา เข้าข่ายการปิดบังอำพรางทรัพย์สินที่มีที่มาจากการกระทำความผิด คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงเห็นว่ามีพยานหลักฐานตามสมควรว่าอาจเป็นความผิดฐาน"สมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน"ตามมาตรา5,มาตรา9แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ. 2542 จึงได้มีมติให้เรียกตัวนายอนันต์อัศวโภคินมารับทราบข้อกล่าวหาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป สำหรับ "อนันต์ อัศวโภคิน" เป็น1ใน8กลุ่ม ที่ถูกดีเอสไอสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน ที่ได้มาจากการยักยอกฉ้อโกงสหกรณ์คลองจั่นฯ ซึ่งดีเอสไอสอบสวนแกะรอยไปตามเส้นทางการเงิน ส่วนที่ดินแปลงอื่นซึ่งถือครองในชื่อบริษัทเอ็ม-โฮมฯ ปัจจุบัน1แปลง ซึ่งอยู่ใกล้ตลาดไท ถูกขายต่อให้กับประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ในทางการสอบสวนพบว่า เป็นการอนุมัติขายโดยคณะกรรมการบริหารสหกรณ์คลองจั่นฯ ชุดใหม่ ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวได้รับการคุ้มครองจากศาลแพ่ง คณะกรรมการฯจึงมีอำนาจสั่งซื้อขายเพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่องให้กับสหกรณ์คลองจั่นฯ สำหรับในส่วน ของ น.ส. อลิสา บุตรสาวของอนันต์ นั้น เข้ามาเป็นตัวละครเกี่ยวข้อง จากการรับซื้อที่ดินย่านอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในราคา298ล้านบาทจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร โดยที่ดินทั้ง8แปลงที่รับซื้อไว้ มีอาณาบริเวณติดชิดแนวรั้ววัดธรรมกาย หรือปัจจุบันเป็นที่ตั้งของอาคารบุญรักษา โรงพยาบาลของวัดธรรมกาย ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการธุรกรรม ปปง.มีคำสั่งอายัดที่ดินแปลงดังกล่าวไว้เป็นเวลา90วัน พร้อมเรียกผู้ครอบครองให้นำหลักฐานเข้าชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์สินที่ถูกอายัดโดยที่ดินผืนนี้ นายศุภชัยนำเงินที่ยักยอกจากสหกรณ์คลองจั่นมาซื้อไว้ โดยถือครองในชื่อตัวเอง เมื่อขายต่อที่ดินให้น.ส.อลิสา ก็ไม่ปรากฏว่านายศุภชัยนำเงินส่งคืนให้กับสหกรณ์ อีกทั้งยังเป็นประเด็นที่มีพิรุธสำคัญในทางคดีว่า นายศุภชัยเจตนาโอนขายเปลี่ยนมือที่ดินไปให้บุคคลอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบและอายัดทรัพย์ เพราะช่วงเวลาที่มีการซื้อขายที่ดินในปี2556นั้น สหกรณ์คลองจั่นฯขาดสภาพคล่องทางการเงิน และนายศุภชัยถูกร้องทุกข์กล่าวโทษในคดียักยอกฉ้อโกงสหกรณ์แล้ว ก่อนหน้านี้ในชั้นสอบสวนของดีเอสไอมองว่า การรับซื้อของน.ส.อลิสาเป็นการซื้อโดยสุจริต กระทั่งพบว่าที่ดินดังกล่าวถูกใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารบุญรักษา มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ศิษย์ธรรมกายร่วมกันบริจาคเงินเพื่อซื้อที่ดินสำหรับก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อเจตนาในการรับซื้อและใช้ประโยชน์ในที่ดินชัดเจนมาตั้งแต่ต้น แล้วด้วยเหตุผลสมควรอย่างไร ที่ดินแปลงนี้ จึงยังถือครองอยู่ในชื่อของน.ส.อลิสา เกิดเป็นคำถามว่า ตกลงแล้วมีการซื้อขาย ชำระเงินกันจริงหรือไม่ และเงินที่นำมาใช้ซื้อที่ดินแปลงนี้มีที่มาอย่างไรซึ่ง น.ส.อลิสาผู้มีชื่อครอบครองที่ดิน มีภาระต้องนำหลักฐานเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. ซึ่งมีคำสั่งอายัดที่ดินแปลงดังกล่าวไว้เป็นเวลา90วัน ซึ่งเป็นคดีฟอกเงินในทางแพ่ง ปปง. ดำเนินการกับ อลิสา อัศวโภคิน ผู้ลูก แต่ น.ส. อลิสา ยังไม่ถูกดีเอสไอดำเนินคดีในคดีฟอกเงิน (ในทางอาญา) ต้องติดตามและเกาะติดกันต่อไปเกี่ยวกับ สองพ่อลูก อนันต์- อลิสา อัศวโภคิน เพราะเป็นหนังม้วนยาวแน่ๆ


เรื่องโดย ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend