ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2563

Review สถานที่ท่องเที่ยว 12 เมืองต้องห้ามพลาดจังหวัดจันทบุรี

13.29K 380
Review สถานที่ท่องเที่ยว 12 เมืองต้องห้ามพลาดจังหวัดจันทบุรี

จังหวัดที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองแห่งชายทะเลอันงดงามเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยสวนสวรรค์ร้อยพันธ์ผลไม้ ที่นอกจากจะมีผลไม้แล้ว ก็ยังมีทั้งความงดงามของธรรมชาติและวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ ที่นี่จึงเป็นเมืองที่มีมากกว่าผลไม้เป็นมากกว่าเมืองทางผ่าน เมืองต้องห้ามพลาดจังหวัดจันทบุรี

ที่จังหวัดจันทบุรีนอกจากจะมีทะเลสวย หาดทรายขาวสะอาดอาหารทะเลสดๆแล้ว ก็ยังมีวิถีชีวิตของชุมชนที่มีเสน่ห์ที่น่าเชิญชวนให้เราได้ไปสัมผัสขอเริ่มต้นด้วยการจะพาเที่ยวย้อนอดีตกลับไปยังวันวานที่ ชุมชนริมน้ำจันทบูรชุมชนเก่าแก่ของจันทบุรีที่กำลังพัฒนาให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์หนึ่งอีกแห่งในจังหวัดจันทบุรี

ชุมชนริมน้ำจันทบูร เป็นชุมชนริมน้ำที่เก่าแก่กว่า 300 ปี แต่เดิมมีชื่อเรียกติดปากกันว่า"บ้านลุ่ม" ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนและญวนที่อพยพมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินตอนต้น ต่อมาได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าทางของจังหวัดจันทบุรีที่สำคัญแห่งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่5 ถึงแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปมากซักเพียงใดแต่ร่องรอยในอดีตของชุมชนเก่าแห่งนี้ก็ยังไม่เลือนหายไปตามกาลเวลาจนปัจจุบันกลายสถานที่ท่องเที่ยวที่หากใครที่มาเยือนจังหวัดจันทบุรีแล้วไม่ควรพลาด

ตลอดระยะทางของชุมชนริมน้ำจันทบูร เราจะได้ชมตึกรามบ้านช่องที่ยังคงความสวยงามแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างดีแถมชาวบ้านที่นี่ก็น่ารักเป็นมิตรมากๆและที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนริมน้ำก็คืออาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ซึ่งเป็นโบสถ์คริสต์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล หรือที่เรียกสั้นๆว่า โบสถ์คาทอลิกจันทบุรีซึ่งถ้านับรวมจนถึงปัจจุบันก็จะมีประวัติความเป็นมายาวนานถึงกว่า 300 ปีเลยทีเดียวลักษณะสถาปัตยกรรมของโบสถ์แห่งนี้จะเป็นแบบโกธิคตามแบบฉบับตะวันตกโบสถ์อันงดงามนี้ยืนหยัดผ่านกาลเวลามากว่าศตวรรษ จึงไม่ได้เป็นเพียงโบสถ์ที่สวยงามที่สุดเท่านั้นแต่ยังเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวคริสต์ที่ครอบคลุมไปทั่วฝั่งทะเลตะวันออก สำหรับใครหลงใหลความงดงามของเม็ดพลอยหลากสีแล้วล่ะก็ที่จันทบุรีเขาก็มีตลาดพลอยที่มีชื่อเสียงกว้างไกลในระดับโลกและเป็นตลาดการค้าพลอยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนับเป็นถนนเศรษฐกิจของจันทบุรี จนถูกขนานนามกันว่าเป็น "ถนนสายพลอย" หรือ "ถนนอัญมณี"นั่นเอง โดยมีพลอยหลายชนิดให้เลือกซื้อเลือกชมกัน ตั้งแต่ราคาไม่กี่ร้อยไปจนถึงหลักแสนใครที่อยากมาซื้อ หรือต้องการเห็นบรรยากาศการซื้อขายพลอยว่าเขาทำกันยังไงก็สามารถเดินชมการซื้อขายกันได้ ซึ่งในทุกวันศุกร์ เสาร์อาทิตย์ ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ตลาดแห่งนี้ก็จะคึกคักเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่นำเม็ดพลอยสวยๆเนื้องามๆ มาขายให้กับผู้ซื้อรายใหญ่หรือบรรดานายหน้าพ่อค้าพลอย ก็นับว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองจันทบุรี

มาสู่เส้นทางตามรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 กันที่คลองภักดีรำไพโครงการแก้มลิงแห่งสุดท้ายของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วมเมืองจันทบุรี ที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลากอีกทั้งช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งได้อย่างดีถึงแม้จะอยู่ติดทะเลมีทั้งภูเขาและป่าไม้แต่ก็ยังมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและภัยแล้งแทบทุกปี แต่ด้วย พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงห่วงใยถึงความเดือดร้อนของราษฎร จึงพระราชทานโครงการพระราชดำริ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้น้อมนำแนวพระราชดำริมาวางแนวทางการบริหารจัดการน้ำพร้อมทั้งก่อสร้างแก้มลิงเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเพื่อช่วยเหลือราษฎรในจังหวัดให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ค่ะ

อย่างที่ทราบกันดีค่ะว่าจังหวัดจันทบุรีนั้นเป็นเมืองแห่งผลไม้เพราะฉะนั้นก็เลยมีสวนผลไม้ที่เปิดให้บริการให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมและชิมกันแบบบุฟเฟ่ต์ซึ่งในปัจจุบันก็มีมากมายหลากหลายสวน แต่มีสถานที่หนึ่งที่เป็นมากกว่าสวนผลไม้ที่นอกจากจะให้ชมสวนและชิมผลไม้แล้ว ยังเป็นสถานซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้หลักเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วยที่ "ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริจังหวัดจันทบุรี"หรือที่ชาวจันทบุรีเรียกกันว่า"สวนในหลวง"นั้นเป็นหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวตามรอยพระราชดำริที่เปิดให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาได้ศึกษาหาความรู้อาชีพชาวสวนผลไม้ในรูปแบบเกษตรผสมผสานภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เหมาะสำหรับการเรียนรู้และก็ได้ท่องเที่ยวไปในตัวในปีพ.ศ.2521พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้อที่ดินซึ่งเป็นสวนผลไม้จำนวน 109 ไร่ไว้เป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบเพื่อการเกษตรสู่ความยั่งยืนในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้นำไปเป็นแบบอย่างและพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และรักษาสภาพแวดล้อมอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า ให้คงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของระบบนิเวศนอกจากนั้น ที่นี่ยังเปิดให้สามารถชมสวนและชิมผลไม้สดๆที่ปลูกภายในศูนย์พัฒนาผลไม้ได้ด้วยใครที่ชื่นชอบผลไม้ไทยหากมาที่นี่รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนได้ทั้งรสชาติที่ถูกปากแถมยังปลอดสารพิษอีกด้วยไม่ว่าจะเป็น ลองกอง มังคุดและราชินีแห่งผลไม้อย่างทุเรียนที่ออกผลให้ทุกคนได้มาลองลิ้มชิมรสชาติแท้ๆของผลไม้เมืองจันท์ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 10 กิโลเมตร ชุมชนหนองบัว ชุมชนการค้าเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจันทบุรีเป็นตลาดริมน้ำโบราณที่คงเอกลักษณ์ของชุมชนได้ยาวนานกว่ามีบ้านเรือนไม้เก่าแก่อายุนับร้อยปีอยู่หลายสิบหลังเรียงรายอยู่สองฟากถนนวิถีชีวิตของชาวชุมชนหนองบัวมีความเป็นอยู่ที่ยังคงให้เห็นเหมือนเมื่อครั้งโบราณว่ากันว่าที่นี่เป็นชุมชนขนมแปลกมีขนมแปลกๆที่พบได้ที่นี่ที่เดียวอีกด้วย ขนมควยลิงเป็นขนมโบราณที่ได้รับการสืบทอดมาจากครอบครัว ส่วนผสมก็หาได้ง่ายในท้องถิ่น ข้าวเหนียวดำผสมกับข้าวเหนียวขาวปั้นเป็นแท่งต้มในน้ำเดือดเมื่อสุกลอยขึ้นมานำมาคลุกมะพร้าว น้ำตาล งา ปาล์มเองก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงที่มาของชื่อขนมซึ่งในสมัยโบราณไม่มีขนมขายมากมายอย่างทุกวันนี้ชาวบ้านจึงมักทำขนมให้ลูกหลานในครอบครัวทานกันเอง เวลาที่ทำขนมนี้จะมีลิงมานั่งยองๆเฝ้าจนเห็นอวัยวะเพศลิง จึงเป็นที่มาของชื่อขนมนี้นั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีขนมแปลกๆและอาหารให้เราได้มา ชิม ชม ช๊อปกันอีกหลายอย่าง เมื่ออิ่มอร่อยกันแล้วก็ได้เวลาเดินชมชุมชมหนองบัวกันจะเห็นได้ว่าตลอดสองข้างถนนจะเป็นบ้านไม้ทรงคลาสสิก อย่างเช่น

"บ้านหลังเลขที่ 38" เป็นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดของชุมชนก็ว่าได้เพราะสร้างขึ้นในยุคเริ่มต้นของชุมชนหนองบัว รวมอายุราว 112 ปี จุดเด่นของบ้านหลังนี้อยู่ที่วิธีการก่อสร้างเป็นแบบโบราณ คือจะไม่มีการใช้ตะปูในการยึดระหว่างไม้เลยแต่จะใช้วิธีการเอาไม้มาขัดกันในส่วนที่เป็นเสาจะเจาะให้ทะลุและสอดไม้คานเข้าไปแล้วก็ใช้ลิ่มตอกให้แน่น ภูมิปัญญาของคนสมัยโบราณนี่สุดยอดจริงๆในประเทศไทยเรามีแกรนด์แคนยอนให้เราได้ไปเที่ยวกันอยู่มากมายหลายจังหวัดและที่จังหวัดจันทบุรีเอง ก็มีแกรนด์แคนยอนกับเขาด้วยเช่นกันอยู่ที่ตำบลหนองบัวนี่เอง อีกสถานที่ยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งที่จะได้เห็นความน่ารักแสนรู้ของเจ้าปลาโลมาก็คือที่นี่ค่ะ "โอเอซีส ซีเวิลด์" เป็นสถานที่ เพาะพันธุ์ปลาโลมาในน่านน้ำจันทบุรีทั้ง2 สายพันธุ์ไทย นั่นก็คือ "โลมาปากขวด หรือโลมาสีชมพู" และ โลมาหัวบาตรหรือโลมาอิระวดี และมีการแสดงโชว์ของเจ้าโลมาที่ได้รับการฝึกจากฝีมือครูฝึกชาวไทย หรือใครอยากสัมผัสกับโลมาอย่างใกล้ชิดก็มีบริการให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำกับเจ้าโลมาแสนรู้ด้วย และนอกจากเจ้าโลมาแล้วที่นี่ก็ยังมีอะไรอะไรสนุกๆให้ทำอีกมากมาย ไม่ว่าจะให้อาหารปลาคาร์ฟ ให้อาหารปลาหมอทะเลยักษ์ และปลากระพงยักษ์ หรือถ้าใครเที่ยวเพลินจนท้องร้องก็มีร้านอาหารไว้บริการ ที่อู่ต่อเรือเสม็ดงามหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า อู่ต่อเรือพระเจ้าตากสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญในอดีต ที่ยังคงปรากฏหลักฐานและร่องรอยที่ช่วยสานต่อเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สำหรับผู้ที่สนใจด้านประวัติศาสตร์ไทย อู่ต่อเรือเสม็ดงามอยู่ที่บ้านเสม็ดงามบริเวณริมปากแม่น้ำจันทบุรีเชื่อกันว่าบริเวณดังกล่าวเคยเป็นอู่ต่อเรือของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อครั้งเตรียมการยกทัพไปกอบกู้เอกราชหลังจากเสียกรุงอยุธยาครั้งที่สองโดยกรมศิลปากรได้ขุดค้นพบซากเรือและตรวจสอบชั้นดินทางโบราณคดีตามริมฝั่งอ่าวพบแอ่งน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าลักษณะคล้ายอู่เรืออยู่หลายแห่งพร้อมทั้งวัตถุโบราณต่างๆ ซึ่งปัจจุบันเก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑ์อู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ใกล้ๆกันมี "พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ให้ประชนชนได้สักการะ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จังหวัดจันทบุรี มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เราได้เที่ยวกันครบทุกแบบ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ต้องห้ามพลาดและไม่ได้มีดีแค่เพียงท้องทะเลที่สวยงามเพียงอย่างเดียวแต่มีอีกหลายสถานที่ท่องเที่ยวที่หากได้มาสัมผัสแล้ว คุณเองจะไม่มีวันลืมเลยทีเดียว


เรื่องโดย นิติรัฐ บัวจันทร์ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend