ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เทเรซา เมย์ ทำเซอร์ไพรส์ ให้มีเลือกตั้งใหม่ 8 มิ.ย.หนุนเดินหน้าBrexitราบรื่น

2.08K 74
เทเรซา เมย์ ทำเซอร์ไพรส์ ให้มีเลือกตั้งใหม่ 8 มิ.ย.หนุนเดินหน้าBrexitราบรื่น

หุ้นอังกฤษดิ่งลง 2.46% สวนทางเงินปอนด์พุ่งทะลุ 1.2844 ดอลลาร์ และเหนือความคาดหมายของตลาดเมื่อเทเรซา เมย์ ชิงกระแสความได้เปรียบทางการเมืองขณะนี้ ประกาศเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งก่อนกำหนดถึง 3 ปีจากที่ควรเกิดขึ้นในปี 2020 เพื่อหนุนแผนเดินหน้า Brexit ราบรื่น หลังจากโพล The Guardian ชี้ว่าเธอมีคะแนนนิยมนำฝ่ายค้านอยู่ถึง 21%

ทั้งนี้ นักลงทุนในตลาดหุ้นลอนดอนถูกเรียก margin calls หลังตื่นเทขายหุ้นโดยดิ่งลงต่อเนื่องจนถึงช่วงปิดตลาดที่ 7,147 ดิ่งลงถึง 2.46% เลวร้ายมากที่สุดนับตั้งแต่เกิด Brexit เป็นต้นมา ส่งผลต่อตลาดหุ้นยุโรปอื่นๆ และตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลงถ้วนหน้า ขณะที่เงินปอนด์พุ่งสวนทางแข็งค่าขึ้นกว่า 2.28% มาอยู่ที่ 1.2844 ดอลลาร์ จากวันก่อนหน้าอยู่ที่ 1.2565 ดอลลาร์

จับตาการเลือกตั้งรอบแรกของฝรั่งเศสในวันที่ 23 เมษายนนี้ ขณะที่ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งประเทศในยุโรปยังต้องเผชิญกับปัญหาการก่อร้ายมากที่สุดแห่งหนึ่ง ทำให้ Marine Le Pen จากพรรคาชาตินิยม ยังคงเป็นคู่แข่งชิงประธานาธิบดีฝรั่งเศสอย่างคู่คี่กับ Emmanuel Macron จากพรรคสังคมนิยมซึ่งเป็นพรรครัฐบาลขณะนี้ ว่าอนาคตของฝรั่งเศสจะมี Frexit ตามรอย Brexit ของอังกฤษ รวมทั้งอนาคตของเงินยูโรเสี่ยงจะล่มสลาย หรือไม่

1.เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ในวันที่ 8 มิถุนายน ซึ่งส้างเซอร์ไพรส์อีกครั้งหนึ่งให้กับนักลงทุน เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งก่อนกำหนดถึง 3 ปีทั้งที่รัฐบาลสามารถอยู่ได้ครบเทอมจนถึงปี 2020 แต่หลังเผชิญอุปสรรคในรัฐสภาจนหวั่นเกรงว่าจะไม่สามารถเดินหน้าในการเจรจานำอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ได้อย่างราบรื่น

โดยเธอเชื่อว่า อังกฤษต้องการความแน่นอน ความมั่นคง และมีผู้นำที่แข็งแกร่ง ขณะที่รัฐบาลของเธอต้องเผชิญกับความแตกแยกในรัฐสภา จากความเห็นที่ต่างกันจากพรรคการเมืองต่างๆ ทำให้เธอต้องจัดการกับการเล่นเกมการเมืองโดยให้มีเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้กระบวนการทางรัฐสภาดำเนินต่อไปในการพิจารณาให้การเจรจากับอียู ซึ่งอาจจะไปถึงขั้นตอนที่ยากที่สุดหากในช่วงเข้าใกล้การเลือกตั้งทั่วไปที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ที่จะมีขึ้นในปี 2020

เป็นที่คาดว่า การตัดสินใจเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด 3 ปีของเทเรซา เมย์ โดยเธอเห็นว่ามีคะแนนนำฝ่ายค้านอยู่ 21% จากโพลสำรวจของ The Guardianก้าวขค่นมาจากการเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย แล้วก้าวเข้ามานั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศขณะนี้ต่อจากเดวิด คาเมรอน ที่ลาออกไปในปีที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากนี้เธอจะต้องเผชิญกับความท้าทายอีกหลายเรื่องทั้งเรื่องการรักษาสถานะของลอนดอนให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินยุโรป ซึ่งส่งผลต่ออนาคตของเงินปอนด์ รวมทั้งการที่สกอตแลนด์จะขอแยกตัวออกจากอังกฤษในการลงประชามติอีก 2 ปีข้างหน้า

2.บรรยากาศของตลาดหุ้นโลกต้องพบกับความเซอร์ไพรส์จนถึงย่ำแย่มากที่สุด นำโดยตลาดหุ้นลอนดอนถูกเรียก margin calls จากอาการตื่นขายหุ้น ทำให้ FTSE 100 ดิ่งลงปิดตลาดที่ 7,147 ดิ่งลง 180 จุดหรือ 2.46% เลวร้ายมากที่สุดนับตั้งแต่เกิด Brexit เป็นต้นมา ส่งผลต่อตลาดหุ้นยุโรปอื่นๆ ร่วงลงเฉลี่ย 1.12% โดยเฉพาะ CAC40 ของฝรั่งเศสที่จะมีเลือกตั้งรอบแรกในวันที่ 23 เมษายนนี้ ร่วงลงถึง 1.59% ขณะที่ DAX เยอรมันร่วงลง 0.9%

ส่วนตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลงถ้วนหน้าตามหุ้นในยุโรป โดยดาวโจนส์ปิดที่ 20,523 ลดลง 113 จุดหรือ 0.55% ขณะที่ S&P 500 ปิดที่ 2,342 ลดลง 0.29% และ Nasdaq ปิดที่ 5,849 ลดลง 0.12% สำหรับหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ปรับตัวในแดนลบเกือบทุกตลาดระหว่าง 0.1-1% ยกเว้นเวียดยามที่ยืนบวก โดยที่หุ้นเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วงลงมากที่สุด 1.09% หั่งเส็งฮ่องกงลดลง 0.7% นิคเคอิญี่ปุ่นลดลง 0.09%

3.ขณะที่เงินปอนด์พุ่งสวนทางแข็งค่าขึ้นกว่า 2.28% มาอยู่ที่ 1.2844 ดอลลาร์ จากวันก่อนหน้าที่ 1.2565 ดอลลาร์ มาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดือนตุลาคม 2016 อย่างไรก็ตาม เงินปอนด์ยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อน Brexit ซึ่งเงินปอนด์อยู่ที่ 1.4707 ดอลลาร์

แต่หลังจาก Brexit ในวันที่ 23 มิถุนายน 2016 นั้น เงินปอนด์ได้อ่อนค่าลงในรอบ 30 ปีเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ โดยลงมาต่ำสุดที่ระดับ 1.2204 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2016

4.จับตาการเลือกตั้งรอบแรกของฝรั่งเศสในวันที่ 23 เมษายนนี้ ขณะที่ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งประเทศในยุโรปยังต้องเผชิญกับปัญหาการก่อร้ายมากที่สุดแห่งหนึ่ง ทำให้ Marine Le Pen จากพรรคาชาตินิยม ยังคงเป็นคู่แข่งชิงประธานาธิบดีฝรั่งเศสอย่างคู่คี่กับ Emmanuel Macron จากพรรคสังคมนิยมซึ่งเป็นพรรครัฐบาลขณะนี้ โดยที่ Marine Le Pen ซึ่งถูกจับตามากที่สุดยังคงชูนโยบายที่แข็งกร้าวล่าสุด ประกาศว่าหากเธอชนะเลือกตั้งก็จะยกเลิกนโยบายอนุญาตผู้อพยพเข้าประเทศในทันที โดยก่อนหน้านี้เธอมีข้อเสนอที่จะยึดเอาแต่ประโยชน์ของชาวฝรั่งเศสให้มีการลงประชามติออกจากอียู หรือ Frexit ตามอย่าง Brexit ของอังกฤษ

โดยเฉพาะอนาคตของเงินสกุลยูโรจะเป็นอย่างไร จะถึงคราวล่มสลายหรือไม่ หาก Marine Le Pen ได้เป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสจริง ซึ่งเธอระบุในการหาเสียงก่อนหน้านี้ว่า จะเลิกใช้เงินยูโร แต่จะนำเอาสกุลเงินฟรังก์ฝรั่งเศสกลับมาใช้อีก โดยในเบื้องต้นจะกำหนดค่าเงิน 1 ฟรังก์ฝรั่งเศสเท่ากับ 1 ยูโร หลังจากนั้นก็ปล่อยให้เป็นไปเงื่อนไขทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีโอกาสจะกำหนดนโยบายที่เป็นอิสระมากขึ้น โดยเงินยูโรล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1.07 ดอลลาร์ต่อยูโร

5.ในที่สุดธนาคารกลางเวเนซูเอลาต้องนำทองคำในทุนสำรองออกมาแลกเปลี่ยนทำสัญญาสวอปเป็นเงินดอลลาร์กับซิตี้กรุ๊ป เป็นมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์หลังจากที่เศรษฐกิจประสบความตกต่ำอย่างรุนแรง และเงิน Bolivar ของเวเนซูเอลาดิ่งลงย่างหนักจนประเทศขาดแคลนเงินหมุนเวียนในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และขาดแคลนเงินทุนในการขับเคลื่อนบริหารประเทศ

ทั้งนี้ เวเนซูเอลามีทองคำสำรองของประเทศคิดเป็นมูลค่าราว 7.7 พันล้านดอลลาร์ จากทุนสำรองของประเทศทั้งหมด 1.03 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นอัตราต่ำที่สุดในรอบ 15 ปี เนื่องจากเวเนซูเอลาต้องประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจมานาน จนทำให้จีดีพีประเทศต้องคิดลบต่อเนื่องมาหลายปี ถึงแม้จะเป็นประเทศผู้ผลิคและส่งออกน้ำมันที่เคยทำรายได้มหาศาลในอดีต จนมีฐานะที่ร่ำรวยในช่วง 10-20 ปีก่อนหน้านี้ แต่ในวันนี้กลับไม่สามารถผลิตน้ำมันออกขายในต่างประเทศได้


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend