ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564

ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง! "ชัจจ์" หมิ่น "สมยศ"

2.97K 47
ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง! ชัจจ์ หมิ่น สมยศ

ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง!! "ชัจจ์"หมิ่น"พล.ต.อ.สมยศ"ปี 56 ข้อพิพาทจากคดีโอนหุ้นเมียชัจจ์ "ชัจจ์"เอาคืนฟ้องเท็จกลับ"สมยศ"ศาลนัดไต่สวนนัดแรก 24 เม.ย.60

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 10 เม.ย.60 เวลา 10.45 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.1396/2556ที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงอดีต ผบ.ตร. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลกอดีต รมช.มหาดไทยและอดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา326และ328

ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่11เม.ย.56บรรยายพฤติการณ์สรุปว่าวันที่20 - 25ม.ค.56พล.ต.ท.ชัจจ์ จำเลยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับวันที่25ม.ค.56และสื่อมวลชนโดยมีเจตนาให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี และใช้อำนาจในทางที่ผิด ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 มี.ค.59 ว่า ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า การสัมภาษณ์ทำนองว่ามีการใช้ลูกน้องไปทำให้พยานในคดีเพิกถอนการโอนหุ้น ถูกขึ้นบัญชีห้ามเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งปี 2553 โจทก์ กับภรรยาจำเลย มีข้อพิพาทคดีเพิกถอนการโอนหุ้นบริษัท แอสเซ็ทมิลเลี่ยน จำกัดนั้นเป็นการพูดเพื่อปกป้องรักษาสิทธิในทางคดีแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตด้วยความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้ส่วนเสียของตนเอง ตามมาตรา329 (1)จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา พิพากษายกฟ้อง ต่อมา พล.ต.อ.สมยศ โจทก์ยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้ว เห็นว่าตามทางนำสืบอ้างถึงข้อความที่มีการเผยแพร่ใน นสพ.คมชัดลึก ที่ทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าโจทก์ใช้บริวารและอำนาจทำให้ผู้ตรวจบัญชีเกี่ยวกับคดีหุ้นของภรรยาจำเลยถูกขึ้นบัญชีดำ ไม่สามารถเข้าประเทศได้ และยังมีข้อความปรากฏในสำนักข่าวอิศราทำนองว่าเป็นความละโมบโลภมากของคนที่ไม่รู้จักพอ... ซึ่งโจทก์เบิกความเป็นพยานเองระบุว่าจำเลยให้สัมภาษณ์หมิ่นประมาท ขณะที่จำเลยให้การว่า ไม่เคยให้สัมภาษณ์ด้วยข้อความลักษณะดังกล่าว โดยโจทก์ได้มีผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา มาเป็นพยาน ซึ่งได้ตอบคำถามค้านระบุว่าได้ใช้โทรศัพท์มือถือพร้อมระบุหมายเลข โดยสัมภาษณ์จำเลยเมื่อวันที่ 25 ม.ค.56 และรับว่าข้อความส่วนหนึ่งก็คัดลอกมาจาก นสพ.คมชัดลึก แต่ไม่รู้ว่า นสพ.คมชัดลึก สัมภาษณ์มาเองหรือไม่

ขณะที่ฝ่ายจำเลยได้ต่อสู้ว่าปกติตนไม่ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ แต่หากมีการใช้โทรศัพท์จะเป็นเพียงการแจ้งหมายสำคัญ และจำเลยยังมีผู้จัดการบริษัทค่ายโทรศัพท์มือถือเป็นพยานเบิกความถึงการใช้หมายเลขโทรศัพท์ของผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศราว่า หมายเลขโทรศัพท์ที่อ้างถึงนั้น ครั้งแรกมีการลงทะเบียนเมื่อเดือน มี.ค.55 ในชื่อบุคคลอื่น กระทั่งมีการยกเลิกไปในเดือน พ.ย.55 แล้วมาจดทะเบียนในชื่อของผู้สื่อข่าวอิศราเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 56

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามบันทึกการใช้หมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวมีพิรุธ ยังไม่แน่ว่าผู้สื่อข่าวอิศราได้ใช้โทรศัพท์โทรสัมภาษณ์จำเลยเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 56 หรือไม่ ซึ่งผู้จัดการบริษัทมือถือได้เบิกความระบุว่า ระหว่างที่มีการปิดหมายเลขเดือน พ.ย.55 ถึงวันจดทะเบียนใหม่ 4 มี.ค.56 ไม่ปรากฏว่ามีการแจ้งลงทะเบียนใช้หมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว

ส่วนข้อความที่มีการอ้างถึงตามฟ้องนั้น ก็เป็นข้อความเชิงเปรียบเทียบตามคติธรรม ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย อีกทั้งถ้อยคำไม่ได้ระบุชื่อโจทก์ชัดแจ้ง และปรากฏว่าระหว่างนั้นได้มีข้อพิพาทเกี่ยวกับคดีการโอนหุ้นระหว่างโจทก์และตัวภรรยาจำเลย ดังนั้นการสัมภาษณ์ของจำเลยจึงเป็นการแสดงความเห็นเพื่อความเป็นธรรม ปกป้องสิทธิประโยชน์ ตาม ม. 329 (1) ประกอบกับยังได้ความจากการถามค้านพยานเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศราที่ยอมรับว่าได้คัดลอกส่วนหนึ่งมาจาก นสพ.คมชัดลึก ดังนั้นข้อความที่ระบุว่าเป็นความละโมบนั้น อาจเกิดจากการสรุปความของผู้สื่อข่าวเอง พยานหลักฐานโจทก์จึงยังไม่อาจรับฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้อง อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนให้ยกฟ้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ภายหลัง พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวว่า สำหรับ พล.ต.อ.สมยศ นั้นตนได้ยื่นฟ้องกลับแล้วฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำพยานเข้าไต่สวนมูลฟ้องของศาลอาญา

ส่วนคดีระหว่างภรรยาตน กับ พล.ต.อ.สมยศ เรื่องหุ้นนั้นก็จบลงไปหลายคดีแล้ว ที่ผ่านมาคดีไหนสามารถไกล่เกลี่ยได้ศาลก็พยายามไกล่เกลี่ย โดยภรรยาของตนพยายามที่จะมาทุกนัดที่มีการไกล่เกลี่ย แต่เป็นฝ่าย พล.ต.อ.สมยศ ที่ไม่ค่อยจะมาตอนที่นัดไกล่เกลี่ยกัน

พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวก็ยังมีคดีเรื่องการแจ้งทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จำได้ก็6คดี เป็นคดีของตนเอง3คดี และร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี อีก3คดี

เมื่อถามถึงการลงเลือกตั้งและอนาคตทางการเมือง พล.ต.ท.ชัจจ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากจะมีการเลือกตั้งขอเคลียร์คดีก่อน ตอนนี้เบื่อการเมืองมาก อายุตนก็74ปีแล้วคงเคลียร์คดีให้หมดก่อน

ด้านนายธนิตศักดิ์ รุ่งพิสุทธิ์โสภณทนายความของ พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวถึงคดีที่ได้ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ กลับในข้อหาฟ้องเท็จต่อศาลอาญาว่า พล.ต.ท.ชัจจ์ ได้มอบอำนาจให้ยื่นฟ้องคดีดังกล่าวเมื่อช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา โดยยื่นฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ,ทนายความ และผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา เป็นจำเลยต่อศาลอาญา ซึ่งศาลเคยนัดให้จำเลยมาพบกับโจทก์เพื่อไกล่เกลี่ยก่อนการไต่สวนมูลฟ้องแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ พล.ต.อ.สมยศ ไม่ได้เดินทางมาคงมีแต่เพียงผู้สื่อข่าวที่ถูกฟ้องร่วมด้วยเท่านั้นที่มาศาล เมื่อยังไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยได้ ศาลอาญาจึงนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ครั้งแรกในวันที่ 24 เม.ย. 2560 นี้


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend