นายกฯเปิดโครงการแก้หนี้นอกระบบ

นายกรัฐมนตรีเดินทางเป็นประธานเปิดโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ที่อิมแพคเมืองทองธานี ติดตามรายละเอียดจากฐานิตา บุญหล้า

นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ อย่างบูรณาการและยั่งยืน โดยประกาศให้เป็นวาระสำคัญของชาติ และขอเจ้าหนี้นอกระบบเร่งลงทะเบียนให้ถูกต้องตามกฏหมายก่อนที่รัฐบาลจะกวาดล้างอย่างจริงจัง
ในงานเปิดโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีคลัง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงานกว่า 1500 คน
ซึ่งพลเอกประยุทธ์ ได้ขึ้นกล่าวปาฐกฐาในหัวข้อเรื่อง"รวมพลังภาครัฐ ขจัดหนี้นอกระบบให้เป็นศูนย์" โดยปัญหาหนี้นอกระบบถือเป็นปัญหาสังคมที่มีมายาวนาน จากสาเหตุของรายได้ที่ไม่เพียงพอทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสิน ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม และเป็นสาเหตุของการก่อความรุนแรงในครอบครัว จึงต้องยกให้เป็นวาระแห่งชาติ ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการแก้ไขหนี้นอกระบบต้องแก้ไขอย่างครบวงจร โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างบูรณาการ ดังนั้นงานในวันนี้จึงเป็นโอกาสในการขจัดปัญหาหนี้นอกระบบให้หมดสิ้นไป
สำหรับเจ้าหนี้นอกระบบที่ยังไม่มาลงทะเบียน นายกรัฐมนตรี ก็ขอให้เร่งมาลงทะเบียนเข้าในระบบให้ถูกกฏหมาย ก่อนที่รัฐบาลจะกวาดล้างอย่างจริงจัง โดยมีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 200,000 บาท
พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรียังร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ หรือสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ให้กับผู้ผ่านการพิจารณาทั้ง 6 รายในรอบแรก และการมอบสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบ โดย ธ.ก.ส. และธนาคารออมสิน
ซึ่งผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือธ.ก.ส. ลักษณ์ วจนานวัช บอกว่า ธนาคารมีความพร้อมดำเนินโครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินตามที่รัฐบาลมอบหมายให้แก่เกษตรกรและครอบครัวที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถกู้ได้รายละไม่เกิน 5หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ตามประเภทหลักประกัน เช่น ใช้บุคคลค้ำประกันคิดดอกเบี้ย 0.85% ต่อเดือน สามารถผ่อนชำระได้ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาส และรายปี ตามความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งมีกรอบระยะเวลาในการชำระคืนภายใน 5 ปี คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ 100,000 ราย
ขณะที่ในส่วนของธนาคารออมสิน จะให้สินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินในเงื่อนไขเดียวกันคือ ปล่อยกู้รายละ 50,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0.85 ต่อเดือน