ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

14 องคมนตรี รับใช้เบื้องพระยุคลบาท รัชกาลที่ 10

73.13K 15
14 องคมนตรี รับใช้เบื้องพระยุคลบาท รัชกาลที่ 10

"คณะองคมนตรี" คือคณะบุคคลที่ให้คำปรึกษาแก่พระมหากษัตริย์ ในอดีตเคยใช้ชื่อ "ปรีวีเคาน์ซิล" หรือ ที่ปฤกษาในพระองค์ เริ่มในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติเกี่ยวกับองคมนตรีขึ้นเป็นครั้งแรก ตามที่ปรากฎในพระราชบัญญัติ ปรีวีเคาน์ซิลคือที่ปรึกษาในพระองค์ จุลศักราช 1236 หรือ พ.ศ.2417

"คณะองคมนตรี" ในยุคปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งด้วยพระองค์เองทุกคน มีบทบาทหน้าที่บัญญัติไว้ชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ

ซึ่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มาตรา 2 วรรค 2 ได้บัญญัติให้บทบัญญัติของหมวด 2 "พระมหากษัตริย์" ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ยังคงใช้บังคับต่อไป และในหมวด 2 มีบทบัญญัติเกี่ยวกับ"องคมนตรี" อยู่ด้วย

ดังนั้นบทบาทหน้าที่เกี่ยวกับ "องคมนตรี" จึงเป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญปี 2550

โดยใน มาตรา 12 วรรคแรก บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่ง และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี

บทบาทหน้าที่ของ คณะองคมนตรี ตาม รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 มาตรา 12 วรรคสอง ระบุว่า คณะองคมนตรี มีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้

การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี หรือการให้ องคมนตรี พ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ของ พระมหากษัตริย์

นับจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ประธานองคมนตรี และ องคมนตรี จนถึงขณะนี้ (23 ธันวาคม 2559) รวมแล้ว 14 ท่าน

สำหรับปีที่ 1 ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสแก่ คณะองคมนตรี ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 ว่า..

"ขอบใจ และแสดงความยินดี ขอบใจที่มีน้ำใจช่วยงานที่ว่าคณะองคมนตรีในยุคนี้ ปัจจุบันนี้จะได้รับการมอบภารกิจ ตลอดจนได้รับโอกาส หรือหน้าที่ ที่จะให้คำแนะนำ ตลอดจนช่วยกันดำรงความมั่นคงสถาบันของประเทศชาติ ตลอดจนแบ่งงานกันให้ละเอียดอีกครั้งว่าใครจะทำอะไร เรื่องทำงานก็จะให้ขอคำแนะนำ ตลอดจนปรับความสำคัญในการทำงานของประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายเกี่ยวกับสถาบันและประเทศชาติ เป็นเรื่องของแผ่นดิน มีเรื่องต่างๆ ที่จะมอบให้ก็มาก ดังที่ได้คุยกันนอกรอบแล้ว ขอขอบคุณและได้ป๋ามาเป็นประธาน ก็อุ่นใจแล้ว ทุกคนก็เคยปฏิบัติหน้าที่ถวายในรัชกาลก่อน หลายคนก็เชื่อมือกัน และคิดจะทำให้ประเทศเรามีความสุข จะได้ตั้งใจทำงานได้ ขอบคุณ"

นอกเหนือจากบทบาทหน้าที่ของคณะองคมนตรีตามรัฐธรรมนูญแล้ว ในทางปฏิบัติ งานที่คณะองคมนตรีปฏิบัติถวาย ยังมีอีกหลายด้าน เช่น พิจารณาและถวายความเห็นประกอบร่างกฏหมายทั้งปวงที่นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อขอพระราชทานทรงลงพระปรมาภิไธย/ ถวายความเห็นสนองพระราชกระแสเรื่องอื่นๆ ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ / พิจารณาและถวายความเห็นประกอบเรื่องที่ราษฎรทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานความเป็นธรรมบางเรื่อง ตามที่สำนักราชเลขาธิการขอให้พิจารณา

การปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนพระองค์ในงานที่เป็นทางการ ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันสำคัญ / ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญพวงมาลาหลวงและพวงมาลาของพระบรมวงศ์ไปวางที่หน้าโกศหรือหีบศพ เชิญดอกไม้ หรือสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่บุคคลในโอกาสต่างๆ / หรือปฏิบัติงานสนองพระราชกระแสทุกเรื่องตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ซึ่งมีขอบเขตขว้างกวางและหลากหลาย ฯลฯ

สำหรับ คณะองคมนตรี ชุดปัจจุบัน (ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2559) ขณะนี้มี 14 ท่าน ดังนี้..

1. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี (อายุ 96 ปี)รัฐบุรุษ, อดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์, อดีตนายกรัฐมนตรี, และเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น รองผู้บัญชาการโรงเรียนทหารม้ายานเกราะ, ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า, รองแม่ทัพภาคที่ 2, แม่ทัพภาคที่ 2, ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารบก, รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย, รัฐมนตรีกลาโหมพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็น ประธานองคมนตรี ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และเมื่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ขึ้นทรงราชย์ ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็น ประธานองคมนตรี / พล.อ.เปรม จึงนับเป็น ประธานองคมนตรี 2 รัชกาล ทั้งในรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10

2. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี (อายุ 73 ปี)โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 1 และ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 12, อดีตนายกรัฐมนตรี และเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1, นายทหารคนสนิทรัฐมนตรีกลาโหม (สมัย พล.อ.เปรม เป็นรัฐมนตรีกลาโหม), ผู้บัญชาการกองรบพิเศษที่ 1, ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ, แม่ทัพภาคที่ 2, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด / พล.อ.สุรยุทธ์ นับเป็น องคมนตรีใน 2 รัชกาล ทั้งในรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10

3. นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี (อายุ 75 ปี)อดีตรัฐมนตรีศึกษาธิการ และเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สมาชิกวุฒิสภา, ประธานสภาวิชาการ, นายกสภามหาวิทยาลัยหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีฯ, รองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย, ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย / นายเกษม นับเป็น องคมนตรีใน 2 รัชกาล ทั้งในรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10

4. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี (อายุ 68 ปี)อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายกิจการพิเศษ และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศอ.บต.) และเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, ประธานกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, ประธานกรรมการการไฟฟ้านครหลวง / นายพลากร นับเป็น องคมนตรีใน 2 รัชกาล ทั้งในรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10

5. นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี (อายุ 72 ปี)อดีตประธานศาลฎีกา และเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น ผู้พิพากษาประจำศาลจังหวัด, ผู้พิพากษาศาลฎีกา,เลขานุการศาลฎีกา, เลขาธิการส่งเสริมงานตุลาการ, รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง, อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรี, อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง, ประธานศาลอุทธรณ์ / นายอรรถนิติ นับเป็น องคมนตรีใน 2 รัชกาล ทั้งในรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10

6. นายศุภชัย ภู่งาม องคมนตรี (อายุ 71 ปี)อดีตประธานศาลฎีกา ช่วงปี 2547 และเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น หัวหน้าศาลประจำกระทรวง หัวหน้าศาลจังหวัด, รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, รองอธิบดีศาลแพ่ง, ผู้พิพากษาศาลฎีกา, รองอธิบดีศาลอุทธรณ์ภาค 3, หัวหน้าคณะในศาลฎีกา / นายศุภชัย นับเป็น องคมนตรีใน 2 รัชกาล ทั้งในรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10

7. นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี (อายุ 70 ปี)อดีตรัฐมนตรียุติธรรม ในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น ผู้พิพากษาศาลฎีกา หัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์, หัวหน้าคณะในศาลฎีกา, ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1, รองประธานศาลฎีกา, ประธานศาลฎีกา / นายชาญชัย นับเป็น องคมนตรีใน 2 รัชกาล ทั้งในรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10

8. พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี (อายุ 68 ปี)โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ และเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น รองหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.), รองเสนาธิการทหารอากาศ, ผู้บัญชาการกองบัญชาการยุทธทางอากาศ, ผู้บัญชาการทหารอากาศ / พล.อ.อ.ชลิต นับเป็น องคมนตรีใน 2 รัชกาล ทั้งในรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10

9. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี (อายุ 63 ปี)โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 12 และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก อดีตรัฐมนตรีศึกษาธิการ และเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, เสนาธิการทหารบก, รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

10. พล.อ.ธีรชัย นาควานิช องคมนตรี (อายุ 61 ปี)นักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 14 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 25 อดีตผู้บัญชาการทหารบก และเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น ราชองครักษ์พิเศษ, สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

11. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี (อายุ 61 ปี)โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 15 (ตท.15) และ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 26 อดีตรัฐมนตรียุติธรรม และเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์, แม่ทัพภาคที่ 1, รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด

12. นายวิรัช ชินวินิจกุล องคมนตรี (อายุ 64 ปี)อดีตรองประธานศาลฎีกา, อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น ผู้พิพากษาศาลฎีกา, เลขานุการศาลฎีกา, เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม

13. นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรีอดีตที่ปรึกษาสำนักราชเลขาธิการ, อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตอธิบดีกรมประมง

14. พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี (อายุ 60 ปี)โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 16 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 27 อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และเคยดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์, แม่ทัพภาคที่ 1, ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก, นายทหารราชองครักษ์พิเศษ, ตุลาการศาลทหารสูงสุด


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend