ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เหลียวหนัง "ลิง" แลหนัง "ไก่" วันเดือนปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน

2.89K 74
เหลียวหนัง ลิง แลหนัง ไก่วันเดือนปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน

ในห้วงยาม ที่ปี 2016 กำลังจะส่งไม้ต่อไปยังปีหน้านั้น... นิตยสาร Wired ฉบับพิเศษปกสีเขียวดำเขียว นำเสนอเทรนด์ปี 2017 ทุกแวดวงของปีไก่ที่จะมาถึง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ หมวดบันเทิงหรือกลุ่มธุรกิจ Entertainment ที่จะมาถึง

กองบรรณาธิการของหนังสือเล่มนี้ ฟันธงว่า ธุรกิจบันเทิงถึงเวลาที่จะต้องนำเสนอการขาย "ประสบการณ์ใหม่" (new experience) ให้กับผู้ชม และแง่มุมหนึ่งของประสบการณ์ใหม่ ก็คือการเอาเทคโนโลยีมาเล่น

เช่น เอา VR reality มาสวมคลุม... เอาคอนเทนท์แตกไลน์ไปสู่การตลาดใหม่ๆ ทัศนะนี้ มุมมองนี้ ค่อนข้างละม้ายกับแม็กกาซีนหนังในระดับเทพอย่าง sight & sound เมื่อเขาชี้ว่า หนังจะไม่สามารถอยู่นิ่งๆในจอ ในโรงอีกแล้วหากจะยังมี "ความเป็นอยู่" ที่ดีต่อไป

มิใช่แค่อุตสาหกรรมของ "ฮอลลีวู้ด" เท่านั้นที่เจออุปสรรคในปีที่ผ่านมา ปีลิงของวงการหนังไทยเอง ก็ประสบกับคำถามที่ตอบไม่ได้หลายข้อ เริ่มจาก....

ปี 2016 คึกคักและครึกครื้นเหมือนลิงที่ลิงโลดปีนป่าย เมื่อ "หลวงพี่แจ๊ส" ทะยานแรงตั้งแต่ไตรมาสแรก กับรายได้ 400 กว่าล้านบาท ! จนผู้กำกับหนัง นักวิจารณ์ เจ้าของโรงภาพยนตร์ มองว่า อาจจะเป็นปีทองอีกครั้ง เนื่องจาก นับตั้งแต่ "พี่มากพระโขนง" แล้ว นี่คือปรากฏการณ์ที่แรงที่สุด (แม้ว่าจะมีเรื่องของเครือข่ายโรงหนังมาข่วยเอง

วิชา พูลวรลักษณ์ แห่งเมเจอร์ฯ ยังเคยพูดเสมอๆในหลายที่ทางว่า หนังไทยมีตลาดและมีอนาคตที่แข็งแกร่ง แถมบางปี มีรายได้รวม ไม่แพ้หนังเทศ !

แต่หลังจาก "หลวงพี่แจ๊ส" ช่วงต้นปี... หนังไทยต้องรอถึงต้นกันยายน เมื่อ "แฟนเดย์" ปีนป่ายขึ้นไปถึง 111 ล้านบาท ซึ่งจะว่าไป นี่ไม่ใช่รายได้มากมายเมื่อเทียบกับ "สินค้า" แบบ GDH แต่ในยุคที่เศรษฐกิจตกรุนแรง หนังอะไรก็ตาม ผ่านหลักร้อยล้านบาท ถือว่าน่าปรบมือให้

อีกเรื่องที่ไม่ถือว่าประสบความสำเร็จก็คือ 20 โสดฯ และหนังที่ไม่สามารถนับรายได้ อย่างเป็นทางการได้แบบ "พรจากฟ้า" ก็ได้คำชมไปพอสมควร...

เมื่อนับหนังไทยจริงๆ ที่ทำเงิน จึงมีอยู่แค่ 2 เรื่อง

เมื่อภาพรวมเป็นเช่นนี้ ตัวละครเด่นจึงไปตกอยู่กับหนังไทยนอกกระแส สารคดี และหนังไทยอินดี้ที่เดินทางไกล เก็บคะแนนและคำชมอย่างน่าสนใจ (หนึ่งในนั้นคือ "ดาวคะนอง") แม้ว่าเทียบกับ 3 ปีหลัง หนังนอกกระแส จะไม่แข็งเท่า ช่วงหลังๆก็ตาม

ในวงกรรมการภาพยนตร์ที่ลงคะแนนตัดสินรางวัลของ "คมชัดลึก อะวอร์ดส์" ไม่ว่าจะเป็น สกุล บุณยทัต, ประวิทย์ แต่งอักษร หรือ นันทขว้าง สิรสุนทร รวมทั้ง อลงกรณ์ คล้ายสีแก้ว บรรณาธิการของ Filmax พวกเขาเห็นร่วมกันอย่างหนึ่งว่า ในช่วง 5 ปีหลังมานี้ หนังไทยนอกกระแส สร้างสีสันและโดดเด่นกว่าภาพยนตร์ในกระแสหลัก !

ศิวาภรณ์ พงษ์สุวรรณ โปรดิวเซอร์หนังไทย เคยเปรยว่า หนังเล็กๆมีความหลากหลายน่าสนใจกว่า โอกาสเติบโต มีค่าเฉลี่ยดีกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับหนังสตูฯ

แต่เมื่อมองภาพรวมแล้ว สีสันของหนังไทยปีนี้ ต้องบอกว่า จืดจางไปมาก เพราะหนังในกระแสก็ไม่มีอะไรตูมตามนับจาก "หลวงพี่แจ๊ส" ส่วนในสายอินดี้ ก็ไม่มีปริมาณมากเท่ากับปีก่อนหน้านั้น

"การจะได้ผู้ร่วมทุนจากเมืองนอก ถ้าเป็นหนังไทยในกระแส ที่เห็นก็อาจมีแค่ค่าย CJ จากเกาหลีเท่านั้น" แหล่งข่าวค่ายหนึ่ง บอกกับ "จุดประกาย"

คำถามคือ แล้วเกิดอะไรขึ้น ! กับวงการหนังไทย ?

"ต้องยอมรับว่า เทรนด์การดูหนังของคนยุคนี้ เปลี่ยนเร็วตลอดเวลา" พรทิพย์ แย้มงามเหลือ นักแปลคอลัมน์ภาพยนตร์ในเครือเนชั่นฯ บอก "แนวทางหรือตระกูลหนัง ที่ใช้ได้ผลในตอนนี้ บางที เรื่องคล้ายกันในอีก 3 เดือนข้างหน้าอาจไม่ได้ผล"

พรทิพย์ ไม่ได้ยกตัวอย่าง แต่ภาพที่ชัดอย่างหนึ่งก็คือ "หลวงพี่แจ๊ส" กับ "fast 888" โดยผู้กำกับคนเดียวกัน ฉายห่างกันไม่ถึงไตรมาส !

เมื่อพิจารณาภาพรวมของหนังไทยปี 2016 สินค้าที่กลายเป็นเทรนด์มากกว่า ก็คือ บรรดาผู้สร้างงานไหลไปสู่การทำซีรีส์แบบ Spinoff ซึ่งเป็น pop culture หรือเทรนด์ใหม่ของธุรกิจหนัง

Spinoff จะดีจริงหรือไม่สำหรับหนังไทย ละครไทยก็ตาม แต่สำหรับตลาดหนังเทศ เป็นมุขที่ใช้ได้ผล

"เราต้องแยกก่อนนะ" แหล่งค่ายผู้บริหารค่ายหนังรายหนึ่ง บอกกับ "จุดประกาย""เช่น Star Wars rouge one อาจจะเวิร์คมากสำหรับตลาดต่างประเทศ แต่ไม่เวิร์คสำหรับตบาดบ้านเรา คือมันต้องดูด้วยว่า Spinoff แล้ว อะไร เรื่องไหน บรรยากาศของบ้านใคร" เขาชี้ว่า การทำหนังแบบ spinoff อย่างนี้ ถ้าเป็นละครทีวีซีรีย์แบบไทยๆ เหมาะกว่า

แล้วหนังฝรั่ง หนังต่างชาติในปี 2016 มีอะไรที่น่าพูดถึงมากที่สุด !

เราต่อสายไปหา ปัณณทัต พรหมสุภา ผู้บริหารของค่าย UIP ซึ่งประกบวงการหนังแบบลมหายใจรดต้นคอมานานหลายปี เขามองว่า ถ้าจะต้องพูดถึงอะไรสักอย่างที่น่าจับตา ติดตาม เรื่องนั้นก็คือ ชะตากรรมของหนังภาคต่อ ที่หกคะเมนตีลังกาตกถนน (sequence crisis)

"เราต้องยอมรับว่า หนังภาคต่อของปี 2016 หลายเรื่อง ไปได้ไม่ถึงที่คาดไว้ นี่คือช่วงเวลา ที่เราต้องกลับมาคิดว่า เกิดอะไรขึ้น และในปีหน้า หนังภาคต่ออย่าง Transformer หรือ Fast 8 จะเป็นอย่างไร แต่ผมก็มั่นใจว่าทั้งสองเรื่องนี้ยังไปได้นะ"

เขาบอกว่าปีนี้ ไม่ใช่ช่วงเวลาของหนังภาคต่อ ไม่ว่าจะเป็นแคแรคเตอร์อย่าง "นินจาเต่า" หรือ "บริดเจ็ตโจนส" รวมทั้งอีกบางเรื่อง ล้วนไม่น่าพอใจทั้งสิ้น ปัณณทัต มองคล้ายๆ พรทิพย์ ว่า ปี 2017 จะเป็นช่วงเวลา "วัดใจ" อย่างแท้จริง

คำว่าวัดใจก็คือ รสนิยมของคนดูหนัง จะสวิงแรงแค่ไหน เพราะการมาถึงของ pop culture ร้อนแรงอย่าง Netflix !

กิ่งแก้ว เภตรา ดีเจรายการหนังของคลื่น 99 fm มองว่า นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งด้วยมั้ย ที่ทำให้ HBO ถูกยกเลิกโดย TrueVision เพราะการมาถึงของการดูช่องทางของ Netflix ส่วน ปัณณทัต ชี้ว่า Netflix จะส่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แน่นอน เพราะด้วยศักยภาพหลายอย่าง สามารถผลิตงานดีๆได้

"Netflix ลงมาผลิตหนังพวก original film มากขึ้นชัดเจนและทำได้ดีด้วย คุณสามารถทดลองดูหนังตัวอย่าง จะเห็นว่าด้วยโปรดักชั่น พวกเขาสามารถ ทำได้เทียบเท่างานของสตูดิโอ ฉะนั้นตัวของ Netflix นี่เอง น่าจะทำให้วัฒนธรรมการดูหนังเปลี่ยนไปจากปี 2016"

นิตยสาร Time ฉบับ Person of the Year 2016 หน้าปก โดนัลด์ ทรัมพ์ สรุปภาพกว้างๆของวงการหนังทั่วโลกว่า เทรนด์ที่น่าปรบมือให้ก็คือ หนังแอนิเมชั่น หรือหนังการ์ตูน Time มองว่า ตบาดหนังการ์ตูนแอนิเมชั่น ถูกขับเคลื่อนต่อเนื่องอย่างน่าสนใจ เพราะประสบความสำเร็จทั้งในตลาดตัวเอง และตลาดต่างประเทศ โดยที่ถ้าไปดูอันดับหนังทำเงินตลอดกาล 10 อันดับสูงสุด 8 ใน 10 เรื่องคือหนังในตระกูลแฟนตาซี

"หนังเด็ก หนังพวก spinoff กลับมีโอกาสสดใสกว่าหนังใหญ่" ริชาร์ด คอร์ลิส ของ Time ตั้งข้อสังเกต ขณะที่ ปัณณทัต ชี้ว่า บางทีการที่หนังเทศบางเรื่อง ที่ดูว่าน่าจะได้เงินแล้วไม่ได้ อาจเป็นเพราะ "พองโตแต่ production ทว่า เนื้อหาไม่ได้เปลี่ยนแปลง"

บทสรุปของวงการหนังปี 2016 คือ หนังภาคต่อ "ล้มเหลว" ไม่ต่างจากหนังไทยกระแสหลัก ที่น่าผิดหวัง !

"จับตาดูเถอะ Netflix เปลี่ยนแปลงอะไรๆ ในวงการหนังแน่นอนในปี 2017 และทุกฝ่ายก็ต้องเตรียมตัว กับเทรนด์ใหม่ๆที่จะมาถึงในปีหน้านี้ ไม่มีอะไรตายใจได้ว่าจะเหมือนเดิม แม้แต่หนังแอนิเมชั่นที่ได้เงินมากๆในปีนี้"

นี่คือ บทสรุปร่วมกันของ "คน" ในแวดวงหนัง ทั้ง "ไทยและเทศ"

โดยยังไม่ได้พูดถึงการทำตลาดคอนเสิร์ต แตกไลน์สินค้าของ Game of Thrones เลย..


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย บริษัทค่ายภาพยนตร์ต่างๆ
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend