ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2564

"ศานิตย์"ตรวจสนามราชมังคลา สั่ง พฐ.เก็บรอยนิ้วมือผู้ก่อเหตุจุดพลุแฟร์

39.12K 4.56K
ศานิตย์ตรวจสนามราชมังคลา  สั่ง พฐ.เก็บรอยนิ้วมือผู้ก่อเหตุจุดพลุแฟร์

จากกรณีการแข่งขันฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ระหว่างทีมชาติไทย และทีมชาติอินโดนีเซีย โดยกลุ่มกองเชียร์ที่ใช้ชื่อว่าอัลตร้าไทยแลนด์ ได้มีการจุดพลุแฟร์สีแดงจนเกิดควันและประกายไฟ ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้ร่วมเชียร์ รวมทั้งในโลกออนไลน์ยังมีการโจมตีเรื่องนี้อย่างหนัก จนหลายฝ่ายหวั่นเกรงว่า ทีมชาติไทยอาจถูกลงโทษจากคณะกรรมการฟีฟ่า โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 19 ธันวาคม 2559 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก และเจ้าหน้าพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุภาย หลังมีกลุ่มกองเชียร์ฟุตบอลมีการจุดพลุแฟร์

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่องรอยของพลุแฟร์สีแดง และสีน้ำเงินบริเวณสนามหญ้า ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นจุดรวมพลของกองเชียร์ จากนั้นจุดที่สองคือบริเวณอัฒจันทร์ โซน เอส 1 พบพลุไฟจำนวน 1 อัน กระป๋องควันสี 1 กระป๋อง เก้าอี้พลาสติกเสียหายกว่า 10 ตัว จึงได้ให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ถ่ายรูปไว้เก็บไว้หลักฐาน เพื่อตรวจสอบหาดีเอ็นเอ. ลายพิมพ์นิ้วมือแฝง อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มีหน่วยงายที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ กกท.สมาคมฟุตบอล ร่วมตรวจสอบเพื่อหาวัตถุพยานในการประกอบหลักฐานดำเนินคดี จากการตรวจสอบก็สามารถรวบรวมหลักฐานได้มากพอดำเนินคดี อาทิพลุส่องสว่าง แต่จะเป็นยุทธภัณฑ์หรือไม่จะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์ฐานตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า กลุ่มต่างๆ ข้อดีคือมีความรักฟุตบอลไทย ตามไปเชียร์ทุกที่แม้ในต่างประเทศ แต่หากทำไม่เหมาะสมเกินเลยไป ก็เป็นผลเสียกับกลุ่ม และภาพลักษณ์ของประเทศ หากทางฟีฟ่าแบนขึ้นมาจะทำอย่างไร ดังนั้น จะไปไหนกลุ่มกองเชียร์ต้องศึกษาว่าอะไรห้าม อะไรสามารถทำได้ อะไรทำไม่ได้ ปัญหาก็จะไม่เกิดตามมา อย่างไรก็ตาม ตนยินดีหากบุคคลที่ปรากฏตามภาพ จะเดินทางเข้าพบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตรวจสอบคาดว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำในครั้งนี้กว่า 10 คนขึ้นไป เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีข้อหา สร้างความเเดือดร้อนรำคาญ โดยมีโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท แต่หากตรวจสอบแล้วมีข้อหาอื่นเพิ่มเติม สามารถแจ้งเพิ่มได้ ส่วนมาตการในอนาคต จะประชุมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่กกท. เจ้าของสนาม และสมาคมฟุตบอลต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณโซนเอส 1 ยังพบสติกเกอร์ขนาดเล็กบอกชื่อกลุ่มอีกเป็นจำนวนมาก และแผ่นสติกเกอร์ระบุชื่อว่า "เกรียนโซน"


เรื่องโดย อังสุมา ศรีดอกคำ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend