ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564

"ซีดาน" ผิดหวังผลงานลูกทีม

379 0

ซีเนอดีน ซีดาน เทรนเนอร์ ทีม "ราชันชุุดขาว"เรอัล มาดริด แชมป์เก่าจากสเปน ออกอาการผิดหวัง เมื่อลูกทีมทำได้เพียงเสมอกับ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จากเยอรมนี 2-2 ในศึกฟุตบอลยูเอฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย ของกลุ่ม เอฟ เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้พวกเขาได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม

เกมนี้เล่นกันที่สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ของเรอัล มาดริด โดยมาดริดขึ้นนำก่อน 2-0 จากผลงานของ คาริม เบนเซม่า ดาวยิงชาวฝรั่งเศส เหมา 2 ประตู ในนาที 28 กับ 53 ก่อนที่ดอร์ทมุนด์ตามตีเสมอ 2-2 จากปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง ในนาที 60 กับ มาร์โก รอยส์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ในนาทีที่ 88

ก่อนที่เกมจบลงด้วยการเสมอกันไป 2-2 ส่งผลให้ดอร์ทมุนด์ มี 14 คะแนน จาก 6 นัด เป็นแชมป์กลุ่ม แล้วมาดริด ได้รองแชมป์กลุ่ม มี 12 คะแนน

หลังเกม ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสของเรอัล มาดริด บอกว่า เราต้องการเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม และทำทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมาย แต่ไม่สำเร็จ เราจะไม่พูดถึงมันอีกต่อไป เราจบอันดับ 2 ของกลุ่ม และเราจะรอลุ้นผลการจับสลากรอบ 16 ทีมสุดท้ายในวันจันทร์นี้ ตนอาจบอกได้ว่าสถานการณ์แย่สุด คือเจอยูเวนตุส แต่เราก็แก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว ซีดาน วัย 44 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเตะทีมชาติฝรั่งเศส ชุดแชมป์โลก 1998 และ ยูโร 2000 ไม่พอใจที่เห็นนักเตะของตนเสียสมาธิ หลังจากคุมเกมอยู่หมัด โดยซีดาน บอกว่า หากคุณดูเกมครึ่งหลัง พอถึงช่วงท้ายคุณอาจหงุดหงิด เรามี 3 คะแนนอยู่ในมือของเรา แต่เราผ่อนลงไปเล็กน้อย แต่นี่แหละคือฟุตบอล คุณต้องมีสมาธิจนจบเกม ประตูแรกที่เราเสีย ทำให้พวกเขากลับสู่เกม เรามีโอกาสยิงลูกที่ 3 ตนจะวิเคราะห์เกมอย่างเยือกเย็น แล้วหาสาเหตุ อย่างไรก็ตาม จบเกมนี้ เรอัล มาดริด ยืดสถิติไร้พ่ายเป็น 34 เกม รวมทุกรายการ ทาบสถิติของสโมสร ที่ทำไว้ฤดูกาล 1988-89 ยุคของ ลีโอ บีนฮักเกอร์ กุนซือชาวดัตช์ โดยความปราชัยครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นวันที่ 6 เมษายน พ่าย โวล์ฟสบวร์ก 0-2 รอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรก

ส่วนผลอีกคู่ของกลุ่มนี้ ลิเกีย วอร์ซอร์ ของโปแลนด์ เฉือนชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ของโปรตุเกส 1-0 ทำให้ลิเกีย แซงเป็นที่ 3 มี 4 แต้ม ได้ไปเล่นถ้วยยูโรปา ลีก ส่วนสปอร์ติ้ง มี 3 แต้ม รั้งท้ายของกลุ่ม

ด้านผลของกลุ่มอื่นๆ กลุ่ม อี ท็อตแน่ม ฮ็อท สเปอร์ ชนะ ซีเอสเคเอ มอสโก 3-1,ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ชนะ โมนาโก 3-0

กลุ่ม จี เอฟซี ปอร์โต้ ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 5-0,คลับ บรูช แพ้ เอฟซี โคเปนเฮเก้น 0-2และ กลุ่ม เอช ยูเวนตุส ชนะ ดินาโม ซาเกร็บ 2-0,โอลิมปิก ลียง เสมอ เซบีย่า 0-0

สรุปหลังจบรอบแบ่งกลุ่ม ศึก ยูเอฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ 16 ทีม เตรียมดวลกันรอบน็อกเอาต์ เรียบร้อยแล้ว รอเพียงผลการจับสลากประกบคู่ วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคมนี้ ที่เมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้เงื่อนไขทีมจากประเทศเดียวกัน และเคยดวลกันรอบแรกจะไม่พบกันในรอบนี้ โดย แชมป์กลุ่ม ก็มี อาร์เซน่อล (อังกฤษ) นาโปลี (อิตาลี) บาร์เซโลน่า (สเปน) แอตเลติโก มาดริด (สเปน) โมนาโก (ฝรั่งเศส) โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี) เลสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ) และ ยูเวนตุส (อิตาลี) รองแชมป์กลุ่ม มี ปารีส แซงต์- แชร์กแมง (ฝรั่งเศส) เบนฟิก้า (โปรตุเกส) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ) บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี) ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (เยอรมนี) เรอัล มาดริด (สเปน) เอฟซี ปอร์โต (โปรตุเกส) และ เซบีย่า (สเปน) ส่วนทีมที่ต้องไปเล่นถ้วย ยูเอฟา ยูโรปา ลีก ก็มี ลูโดโกเร็ตส์ ราซกราด (บัลแกเรีย) เบซิคตัส (ตุรกี) โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี) รอสตอฟ (รัสเซีย) ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ (อังกฤษ) ลีเกีย วอร์ซอว์ (โปแลนด์) เอฟซี โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) และ โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส)


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend