ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2564

รัฐเกาะติดนโยบายว่าที่ ปธน.สหรัฐ

3.92K 147

ภาครัฐจับตานโยบายว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ โดยเฉพาะนโยบายการค้ากับเวียดนามและจีน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อไทย ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเตือนเอกชนรับมือความผันผวนจากค่าเงิน

รองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล บอกว่า สิ่งที่ไทยต้องจับตาหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นมาเป็นประธานนาธิบดีสหรัฐคนใหม่ คือ นโยบายด้านการค้าที่นายทรัมป์ประกาศว่า จะเดินหน้าลงทุนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การจ้างงานภายในประเทศ และฟื้นฟูให้สหรัฐกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน นายทรัมป์จะไม่สานต่อข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือข้อตกลงทีพีพี ซึ่งจะเกิดผลดีกับไทยที่ไม่ได้เข้าร่วมทีพีพีตั้งแต่แรก

สิ่งที่ต้องจับตาอีกเรื่องหนึ่ง คือ นโยบายด้านการค้าที่สหรัฐจะมีต่อเวียดนามและจีน ซึ่งได้ดุลการค้าสหรัฐมาก หากสหรัฐลดการนำเข้าจาก 2 ประเทศดังกล่าว อาจกระทบต่อไทย ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของจีน เพราะจีนนำสินค้าบางส่วนจากไทยไปผลิตและส่งออกไปยังสหรัฐ ส่วนการค้าโดยตรงไม่น่ามีผลกระทบ เพราะไทยมีสัดส่วนการส่งออกตลาดสหรัฐเพียง 12%

หลังจากนี้ ยังต้องจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปี ว่าเฟดจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่

ด้านผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จาตุรงค์ จันทรังษ์ ระบุ ผลการเลือกตั้งที่ออกมาอยู่นอกเหนือการคาดหมายของตลาด ภาคเอกชนจึงต้องปรับตัวรับมือกับความผันผวนสูงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งจากเงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend