ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2564

เปิดใจร้าน "ลักษณ์ เท็ฆนิคการช่าง" ช่างซ่อมนาฬิกาถวายงานในหลวง ร.9 กว่า 40 ปี

86.92K 1
เปิดใจร้าน ลักษณ์ เท็ฆนิคการช่างช่างซ่อมนาฬิกาถวายงานในหลวง ร.9 กว่า 40 ปี

"พระองค์ท่านเป็นตัวอย่างแห่งการอดทนและประหยัดพอเพียง เพราะว่านาฬิกาต่างๆที่นำมาซ่อมนั้นพระองค์ท่านจะบอกว่า "ให้ซ่อมไม่ต้องเปลี่ยนของใหม่ให้ฉัน" บางครั้งเอาสายนาฬิกามาให้ซ่อม แม้จะมีของใหม่เปลี่ยนในบางเรือนแต่พระองค์ท่านก็จะบอกว่าให้ซ่อม"

ร้านนาฬิกา "ลักษร์ เท็ฆนิคการช่าง" อาคารพาณิชย์ 2 คูหาปลูกติดกัน ตั้งอยู่บริเวณถ.มหาราช ตรงข้ามวัดมหาธาตุ เป็นอีกหนึ่งร้านที่หากเดินผ่านย่านท่าพระจันทร์ จะต้องสะดุดตาเป็นอย่างมาก เนื่องจากเหนือป้ายร้านจะมีตราครุฑขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นของพระราชทานเฉพาะบุคคล เนื่องจากร้านนาฬิกาแห่งนี้คือร้านของช่างซ่อมนาฬิกาที่ถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

อาจารย์อนุลักษณ์ ตาณพันธุ์ ช่างซ่อมนาฬิกาที่ถวายงานรับใช้อย่างใกล้ชิด และได้รับการไว้วางใจในเรื่องฝีมือ โดยปัจจุบันแม้ว่า อาจารย์ลักษณ์ได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2556 แต่ยังคงทิ้งความประทับใจที่ได้เคยถวายงานสร้างความปลื้มปิติยินดีให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยเรื่องราวของอาจารย์ลักษณ์ ได้เล่าผ่าน ผศ.สมสฤทธิ์ ตาณพันธุ์ ลูกชาย ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

ผศ.สมสฤทธิ์ เปิดเผยว่า ประวัติเริ่มแรกของคุณพ่อก่อนจะมาเป็นช่างซ่อมนาฬิกานั้น เดิมคุณพ่อเติบโตอยู่ในตระกูลช่างซ่อมนาฬิกามาแต่ครั้ง ปู่ ย่า ตา ยาย ด้วยความที่สนใจและมุ่งมั่น จึงศึกษาทางด้านวิศวกรรมซ่อมนาฬิกาจาก Chicago School of Watchmaking เมืองชิคาโกประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากเรียนจบได้เข้าทํางานกับบริษัทนาฬิกาฝรั่งแห่งหนึ่งในเมืองไทยอยู่ประมาณ 6 ปี จนเป็นนายช่างใหญ่ประจำบริษัทฯซึ่งช่วงที่ทำงานกับบริษัทใหญ่ ถือได้ว่าเป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวชื่อเสียงและประสบการณ์ และเมื่อถึงเวลาอันสมควร คุณพ่อจึงได้ลาออกจากบริษัทเดิมมาเปิดร้านนาฬิกาเพื่อขาย และซ่อมนาฬิกา โดยใช้ชื่อว่า ห้างอ.ลักษณ์ เท็ฆนิคการช่าง ตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2505

สำหรับจุดเริ่มต้นที่ อาจารย์อนุลักษณ์ ได้มีโอกาสรับใช้พระองค์ท่านนั้น ผศ.สมสฤทธิ์ เปิดเผยว่า คุณพ่อได้มีโอกาสถวายงานในหลวง ในฐานะช่างซ่อมและดูแลนาฬิกาของพระองค์ท่านเริ่มต้น จากวันหนึ่ง ได้มีข้าราชการสำนักพระราชวังผู้หนึ่ง ได้อัญเชิญนาฬิกาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มายังห้าง อ.ลักษณ์ เท็ฆนิคการช่าง เพื่อให้คุณพ่อซ่อม โดยนาฬิกาเรือนแรกที่ได้ถวายการรับใช้นั้น ลักษณะเป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะขนาดเล็ก และยังสามารถเล่นเพลงได้ ซึ่งเป็นนาฬิกาที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนี ได้พระราชทานให้กับพระองค์ท่านตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

"ตั้งแต่ที่คุณพ่อได้รับนาฬิกาเรือนแรกจากสำนักพระราชวัง และได้ทำการซ่อมจนสามารถใช้งานได้ตามปกติ จากนั้นก็ได้ถวายงานรับใช้พระองค์ท่านมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 40 ปี โดยนาฬิกาที่ซ่อมนั้นจะมีทั้งนาฬิกาข้อมือ นาฬิกาแขวน นาฬิกาตั้งโต๊ะ และยังรวมไปถึงนาฬิกาชนิดต่าง ๆในสำนักพระราชวัง ในวัดอารามหลวง และสถานที่สำคัญต่าง ๆอีกด้วย ซึ่งถือเป็นน้ำพระทัยของพระองค์ท่านที่ให้โอกาสในการถวายการซ่อมแซม และพระองค์ท่านยังได้ทรงมีเมตตาแต่งตั้งให้คุณพ่อผมเป็น "ช่างหลวงประจำพระองค์" และท่านยังได้ทรงแนะนำให้ผู้อื่นนำนาฬิกามาซ่อมที่ร้านอีกด้วย" ผศ.สมสฤทธิ์ กล่าว

ผศ.สมสฤทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า นาฬิกาทุกเรือนที่ทางสำนักพระราชวังส่งมาให้ถวายการซ่อมนั้น คุณพ่อจะเป็นคนซ่อมเองแต่เพียงผู้เดียว แม้จะมีลูกน้องมีลูกศิษย์ คุณพ่อก็ไม่อยากที่จะให้งานสำคัญเหล่านี้เกิดการเสียหาย เนื่องจากเป็นงานของพระองค์ท่าน ฉะนั้นคุณพ่อตนจะต้องระวังเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งเวลาในการซ่อมนั้นจะต้องใช้เวลาทำนอกเวลางานปกติ คือจะต้องปิดร้านก่อน เพราะถ้าหากทำในเวลางานปกติ หากขณะซ่อมมีลูกค้ามา จะต้องไปดูแลลูกค้าส่งผลทำให้ต้องหยุดชะงักในการซ่อมจะทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องและอาจจะเกิดความเสียหายได้ เพราะฉะนั้นคุณพ่อจะต้องทำการซ่อมในเวลาที่ปิดร้านเท่านั้น จะทำให้จิตใจสงบเวลา และทุกครั้งที่จะต้องทำการซ่อมแซมนาฬิกาของพระองค์ท่าน จะต้องอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้เรียบร้อยก่อน

"นาฬิกาของพระองค์ท่านเป็นนาฬิกาที่เก่า ยิ่งนาฬิกาโบราณ นาฬิกาตั้งโต๊ะนาฬิกาแขวนใหญ่ๆสมัยราชกาลที่ 5 สมัยเก่าๆ100-200 กว่าปี บางเรือนคุณพ่อเองยังเกิดไม่ทันหรือไม่เคยเห็นซึ่งนาฬิกาเหล่านั้นเดินด้วยเครื่องจักรเมื่อจักรมันเสีย จักรมันหายจะต้องทำใหม่ ไม่มีการสั่งซื้อจะต้องสร้างต้องกลึงเฟือง จากการคำนวณทดจักรว่าฟันเฟืองเป็นอย่างไร รอบจักรเป็นอย่างไร จากนั้นก็สเก็ตซ์ภาพเป็นรูปจักรก่อนจะสร้าง โดยคุณพ่อจะเป็นคนทำขึ้นเองเพื่อทดแทน เพื่อให้นาฬิกาเดินได้ มีชีวิตอยู่ได้เหมือนเดิม"ผศ.สมสฤทธิ์เปิดเผย

เมื่อถามถึงงานที่อาจารย์อนุลักษณ์ภูมิใจมากที่สุด ผศ.สมสฤทธิ์ เปิดเผยว่า คุณพ่อภูมิใจเมื่อครั้งงานฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ที่ในหลวงมีพระราชประสงค์ที่จะให้นาฬิกาทุกเรือนในพระราชวัง วัดอารามหลวง เดินได้ตามปกติเพราะมีบางเรือนเสีย บางเรือนไม่เดิน ก็อยากที่จะให้กลับมาใช้การได้เหมือนเดิม เพื่อที่จะให้แขกบ้านแขกเมืองที่มาได้เห็นถึงการรักษาของให้นาฬิกาอยู่ในสภาพปกติและเดินได้ตามปกติ ซึ่งคุณพ่อของตนได้มีหน้าที่ในการซ่อมถวายครั้งนั้นทั้งหมด เป็นการซ่อมที่หลากหลายเรือนทั้งนาฬิกาตั้งและแขวนจนสามารถมากลับมาเดินได้ตามปกติ งานชิ้นนี้เป็นงานที่คุณพ่อภูมิใจมาก เพราะเป็นงานที่ได้รับใช้ในหลวงและรับใช้ชาติ ซึ่งคุณพ่อเองทำด้วยความเหน็ดเหนื่อยทำถวายด้วยใจจริงๆ แล้วพระองค์ท่านเห็นสิ่งที่คุณพ่อทำ จึงได้"พระราชทานตราครุฑ"ประจำร้านให้เป็นช่างหลวงประจำรัชกาลที่ 9 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อของตนทำด้วยความน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ท่านมีต่อครอบครัวตาณพันธุ์

ผศ.สมสฤทธิ์ ได้พูดถึงความประทับใจที่อาจารย์อนุลักษณ์ มีต่อพระองค์ท่านว่า เท่าที่ตนรับทราบคือคุณพ่อจะประทับใจพระองค์ท่านในหลายๆด้าน พระองค์ท่านเป็นตัวอย่างแห่งการอดทนและประหยัดพอเพียง เพราะว่านาฬิกาต่างๆที่นำมาซ่อมนั้นพระองค์ท่านจะบอกว่า "ให้ซ่อมไม่ต้องเปลี่ยนของใหม่ให้ฉัน" บางครั้งเอาสายนาฬิกามาให้ซ่อม แม้จะมีของใหม่เปลี่ยนในบางเรือนแต่พระองค์ท่านก็จะบอกว่าให้ซ่อม ซึ่งหมายถึงว่าพระองค์ท่านนั้นรู้ถึงคุณค่าของสิ่งของเหล่านี้ ว่าของพวกนี้มีคุณค่า สามารถใช้งานได้อีก ยังไม่ควรเอาไปทิ้ง สามารถเอามาเปลี่ยนแปลงได้สามารถใช้งานให้เป็นประโยชน์ ซึ่งคุณพ่อของตนนั้นได้เห็นแบบอย่างจากพระองค์ท่านในการประหยัด อดทนและศึกษาหาความรู้จากพระราชนิพนธ์ของพระองค์ในหนังสือ โดยเฉพาะเรื่องของความซื่อสัตย์ ซึ่งคุณพ่อถือเป็นอย่างมากเลยว่าจะต้องมีความซื่อสัตย์และเรื่องของความพอเพียงตั้งแต่สมัยที่คุณพ่อมีชีวิตอยู่ก็รักษาความพอเพียงให้พอเหมาะกับวิถีชีวิตของตัวพ่อเอง

"จากนี้ผมจะน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ไปใช้ในชีวิต ซึ่งผมคิดว่าทุกคนก็คงที่จะน้อมนำเอาพระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่สอนให้ทำความดีช่วยเหลือสังคม มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองต่อผู้อื่นและหน้าที่การงานไปใช้ ส่วนผมในฐานะที่เป็นอาจารย์ก็จะเป็นอาจารย์ที่ดีที่จะสอนศิษย์ให้เป็นคนดีในสังคม สำหรับเหตุการณ์นี้เป็นความรู้สึกที่เสียใจมากๆไม่อยากให้เกิดขึ้นซึ่งพระองค์ท่านจะอยู่ในใจของผมตลอดไป" ผศ.สมสฤทธิ์ กล่าว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend