ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564

เปิดใจ "ป๋าแห้ว" นักข่าว 4 แผ่นดิน

17.16K 3.16K
เปิดใจ ป๋าแห้ว นักข่าว 4 แผ่นดิน

"ป๋าแห้ว"คำที่คนในวงการข่าวโดยเฉพาะนักหนังสือพิมพ์เรียกขาน "พิศาล พ้นภัย" ผู้สื่อข่าวอาวุโส ประจำกระทรวงสาธารณสุข วัย 93 ปี แต่ยังคงตื่นแต่เช้าเดินทางด้วยรถประจำทางจากบ้านย่านบางเขน มาทำงานที่กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ จ.นนทบุรีเป็นประจำทุกวัน และเป็นคนแรกที่มาถึงห้องผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงเสมอ "คม ชัด ลึก"มีโอกาสนั่งฟังการบอกเล่าถึงความทรงจำของ "ป๋าแห้ว"ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ผ่านยุคสมัยมาถึง 4 แผ่นดิน เพราะ"ป๋าแห้ว"เกิดในสมัยรัชกาลที่ 6

ป๋าแห้ว เกิดในปีกุล ตรงกับ พ.ศ.2466 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 6 แต่เนื่องด้วยเสด็จสวรรคตปีพ.ศ.2468 เวลานั้นป๋าแห้วมีอายุเพียง 2 ขวบจึงยังจำความอะไรไม่ได้      

กระทั่ง รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ความทรงจำที่ป๋าแห้วไม่มีวันลืม เป็นช่วงเวลาที่เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ด้วยรถไฟพระที่นั่ง การที่เป็นชาวอ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นทางผ่านของทางรถไฟ  ป๋าแห้วในวัย 7-8 ขวบ เป็นนักเรียนระดับประถมศึกษา มีโอกาสแต่งเครื่องแบบลูกเสือมารอเฝ้ารับเสด็จที่สถานีรถไฟโพธาราม

"ในรถไฟพระที่นั่ง ขบวนที่ประทับจะเป็นขบวนสุดท้าย เมื่อผ่านสถานีรถไฟจะชะลอความเร็วและผ่านไปช้าๆ พวกเราเหล่าลูกเสือก็วันทยาหัตถ์ พร้อมเปล่งเสียงไชโยๆ จนขบวนเสด็จผ่านไป" ป๋าแห้ว เล่าด้วยความภูมิใจมิรู้ลืม

ช่วงที่มีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร์ในปีพ.ศ.2475 ป๋าแห้ว บอกว่า ยังอยู่ที่อ.โพธาราม คนต่างจังหวัด ซึ่งป๋าแห้วใช้คำว่า คนบ้านนอก ไม่ได้รับรู้ข่าวสารผ่านสื่อต่างๆเลย เพราะหนังสือไปไม่ถึง ไม่มีโอกาสได้อ่าน ส่วนวิทยุก็ยังไม่ได้มีอย่างแพร่หลาย สมัยนั้นใครมีวิทยุต้องเสียภาษีปีละ 4 บาท คนต่างจังหวัดมารับรู้เรื่องราวก็ตอนที่ญาติๆจากเมืองหลวงหนีไปอยู่ตามต่างจังหวัดถึงได้รู้เหตุการณ์ ช่วงเวลาของการสละราชสมบัติและเสด็จไปประทับในต่างประเทศก็เช่นเดียวกัน

จวบจน ป๋าแห้ว มีอายุราว 15-16 ปี ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ย้ายมาอยู่กับญาติที่กรุงเทพฯ เมื่อเรียนจบมัธยมฯ อายุ 17-18 ปีได้เข้าทำงานที่กองส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือกระทรวงอุตสาหกรรมในปัจจุบัน รับเงินเดือน 30 บาท และถูกส่งไปทำงานที่อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี เป็นเวลาเดียวกับที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกไทยในปี 2484 ขอใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปพม่าและสิงคโปร์ โดยญี่ปุ่นใช้สนามบินบ่อทอง จ.ปัตตานี เป็นที่จอดเครื่องบินเข้าโจมตีสิงคโปร์ และยึดได้สำเร็จ เวลานั้น ป๋าแห้วไม่สามารถเดินทางกลับกรุงเทพฯได้ ต้องอยู่ที่ปัตตานี

เวลาดังกล่าวเป็นปีเดียวกับที่รัชกาลที่ 7 สวรรคต ประชาชนรับรู้ข่าวจากการที่หนังสือพิมพ์นำเสนอข่าว ซึ่งหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าในเวลานั้น มีเพียง 2 ฉบับ คือ พิมพ์ไทยและเดลิเมล์ โดยมีรายละเอียดว่า เสด็จสวรรคต ถวายพระเพลิงแล้ว ณ ต่างประเทศ และต่างประเทศติดต่อรัฐบาลนำพระบรมอัฐิกลับมายังประเทศไทย มีการนำเสนอข่าวอยู่ประมาณ 2-3 วัน ส่วนการรับรู้ข่าวทางวิทยุนั้น มีเพียงวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ที่มีข่าวเพียง 2 เวลา เช้าและค่ำ และชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่มีวิทยุ

การเกิดสงครามโลกนั้น ทำให้กองส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นยกเป็นกรมที่ ป๋าแห้วทำงานอยู่ ถูกระเบิดเสียหายทั้งหมด กรมจึงยุบไป ป๋าแห้วต้องออกจากงาน แต่ตอนอยู่ที่ปัตตานีได้รู้จักกับเพื่อนครูที่เป็นน้องชายเจ้าของหนังสือพิมพ์เกียรติศักดิ์ จึงฝากให้มาทำงานที่นี่ เป็นการพลิกผันจากงานของรัฐ มาสู่เส้นทาง "นักหนังสือพิมพ์"

ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ป๋าแห้ว ทำงานเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ ข่าวการเสด็จสวรรคตของรัชกาลที่ 8 เป็นข่าวใหญ่ จนพระทั่งมีการถวายพระเพลิง  

"ช่วงเวลาของการครองราชย์สมบัติของรัชกาลที่ 8 เป็นระยะเวลาสั้นเพียง 12 ปี ประชาชนเศร้าโศกสลด แต่การคมนาคมเดินทางสมัยนั้นยังไม่สะดวก การเดินทางเข้าถวายความอาลัยที่บริเวณท้องสนามหลวงจึงทำได้ลำบาก" ป๋าแห้ว เล่าด้วยแววตานึกย้อนถึงความทรงจำในอดีต

ขณะที่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9 ความทรงจำของประชาชนที่มีต่อพระองค์ท่านมากมายเหลือคณานับ พระราชกรณียกิจที่ทรงทำเพื่อประชาชนมากมายเปรียบดุจทะเล ท้องฟ้า และภูเขา ตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์ พระองค์เสด็จทุกแห่งทั่วประเทศ

ป๋าแห้ว บอกว่า บางโครงการที่เกิดจากพระราชดำริเป็นสิ่งที่นึกไม่ถึง อย่างเช่น การใช้หญ้าแฝก ในการป้องกันหน้าดินไม่ให้น้ำชะล้างหน้าดิน เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าพระองค์ท่านจะทรงนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ได้  

"รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านครองราชย์ 70 ปี เสด็จไปทั่วประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากโครงการพระราชดำริต่างๆเป็นเครื่องแสดงถึงการช่วยเหลือให้ประชาชนได้รับความอุดมสมบูรณ์พูนสุข มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ความจงรักภักดีที่ประชาชนมีต่อพระองค์จึงมากมายอย่างหาที่สุดมิได้" ป๋าแห้วกล่าวด้วยความเทิดทูนบูชา

"ถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช น้อมเกล้าฯรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า" นายพิศาล พ้นภัย  

ป๋าแห้ว จบการบอกเล่าเรื่องราวในความทรงจำ 4 แผ่นดินด้วยการกล่าวถวายความอาลัย


เรื่องโดย โต๊ะการศึกษาฯ โดย พวงชมพู ประเสริฐ | ภาพโดย โต๊ะการศึกษาฯ โดย พวงชมพู ประเสริฐ
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend