ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564

นศ."ศิลปากร" เปิดใจ วาดภาพศิลปะอิริยาบถ "ในหลวง ร.9" ต่อเนื่อง 9 ภาพ

2.73K 435

ที่บริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง วันที่ 18 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ประชาชนจำนวนมากแต่งกายด้วยชุดสีดำทยอยเดินทางมายังพระบรมมหาราชวังเพื่อร่วมลงนามถวายความอาลัยพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ศาลาสหทัยสมาคม อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันที่บริเวณกำแพงหน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ ด้านถนนหน้าพระลาน ฝั่งตรงข้ามพระบรมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการนำพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 9 พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ในแนวคิด "อัครศิลปิน" ที่วาดโดยนักศึกษาคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เพื่อน้อมถวายความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ แห่งองค์รัชกาลที่ 9 ได้ถูกนำมาติดตั้งไว้เพื่อจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปชม

นายธานี บุญรอดเจริญ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดเผยว่า พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์จำนวนทั้ง 9 ภาพนี้เริ่มต้นจากตอนที่ทราบข่าวการเสด็จสวรรคตครั้งแรกเมื่อตอนเย็นวันที่ 13 ต.ค. ตนจึงคิดขึ้นมาว่า อยากจะเขียนภาพพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นก็บอกต่อกันในไลน์กลุ่มของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ก่อนจะมีการประชุมกันช่วงเช้าวันที่ 14 ต.ค. จากนั้นก็เริ่มหาซื้อวัสดุอุปกรณ์ ทำการร่างภาพสเก็ตซ์ คิดธีมงาน และจึงเริ่มลงมือทำงาน จนกระทั่งเสร็จเมื่อช่วง 05.00 น. ของวันที่ 18 ต.ค. ใช้เวลาทั้งหมด 4 วัน โดยมีนักศึกษาชั้นปีที่ 1 รุ่นพี่และศิษย์เก่าที่จบไปแล้วหมุนเวียนกันมาช่วยงานประมาณเกือบ 100 คน

นายธานี กล่าวอีกว่า แนวคิดในการทำงานตอนที่ประชุมกันก็คิดว่ามหาวิทยาลัยของเราเกี่ยวกับศิลปะ ก็เลยเลือกภาพที่ท่านกำลังทรงงานเกี่ยวกับทางด้านศาสตร์และศิลป์มาเขียนโดยใช้เฟรมทั้งหมด 9 เฟรมมาต่อกันเป็นแนวยาว แต่ละเฟรมความสูง 2 เมตร กว้าง 2.40 เมตร ใช้สีพลาสติกอะคลีลิกในการเขียนทั้ง 9 ภาพ ซึ่งภาพส่วนใหญ่ที่เลือกมาก็จะผ่านตาของพวกเราหลายๆครั้งแล้วแต่ละภาพก็จะสะท้อนถึงพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆของพระองค์ ส่วนการวางภาพให้ร้อยเรียงต่อเนื่องกันนั้น ตอนแรกแนวคิดคือจะวางโดยเรียงลำดับพระชนม์มายุในแต่ละช่วงไปเรื่อยๆ แต่ทีนี้การทำงานจริงกับการสเก็ตซ์จะไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เพราะการสเก็ตซ์ก็แค่แนวความคิดคร่าวๆ ก็เลยรอให้งานเสร็จแล้วค่อยมาจัดวางใหม่ดูก็จะได้เป็นภาพที่พระพักตร์ของพระองค์จะค่อยๆหันเข้ามาจนภาพกลางที่จะเป็นหน้าตรง

นายธานี กล่าวอีกว่า ส่วนค่าใช้จ่ายในการซื้อวัสดุและอุปกรณ์อยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท ตอนแรกก็นำเงินเก็บของรุ่นมาใช้ ต่อมาเมื่อมหาวิทยาลัยทราบเรื่องว่านักศึกษาได้ทำกิจกรรมดังกล่าวทางคณบดีก็ได้มอบเงินสนับสนุน นอกจากนี้ยังมีเงินส่วนหนึ่งจากรุ่นพี่และศิษย์เก่าที่ช่วยสนับสนุนด้วย

"หลังจากผลงานทั้ง 9 ชิ้นเสร็จความรู้สึกแรกคือ ยินดีและปลื้มเวลาที่เราได้ทำงานร่วมกันกับคนอื่น แล้วยังมีพี่น้องในคณะมาช่วยกันทำงาน อีกใจหนึ่งก็รู้สึกเศร้า เราไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ทั้งนี้รู้สึกยินดีมากเลยที่เราเป็นนักศึกษาศิลปะแล้วเราได้เผยแพร่งานของพวกเราออกไป อยากให้มาชมกันเยอะๆ ส่วนอุปสรรคในการทำงานในครั้งนี้อย่างแรกคือฟ้าฝนและเนื่องด้วยสถานที่ภายในมหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างปรับปรุงก่อสร้าง ไม่สามารถนำภาพเข้าไปเขียนได้ภายในอาคารต้องเขียนกันกลางแจ้ง พอฝนตกลงมาเราก็ต้องหยุดเขียนจากที่วางแผนไว้ว่าจะให้เสร็จภายในวันที่ 16 ต.ค. แต่เนื่องจากฝนตกเลยเสร็จไม่ทันที่วางแผนไว้"นายธานี กล่าว

ด้านนางอมลวรรณ สุภากรณ์ อายุ 44 ปี กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าตนพร้อมกับลูกสาวอายุ 7 ขวบ ได้มาลงนามถวายความอาลัยพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณศาลาสหทัยสมาคม เมื่อลงนามเสร็จก็ร่วมซึบซับบรรยากาศที่ท้องสนามหลวง ก่อนจะมาดูพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยตนรู้มาจากหลานชายที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ว่าจะมีการนำพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์มาแสดงซึ่งหลานชายก็ร่วมเขียนภาพด้วยเลยมาเฝ้าติดตาม ทั้งนี้หลังจากที่ชมแล้วส่วนตัวรู้สึกว่าสวยงดงามทุกภาพ แต่ตนชอบภาพที่พระองค์ทรงดนตรีด้วยเครื่องแซกโซโฟนมากที่สุด


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend