ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564

คหบดีอุดรสุดปลื้ม ถวายราชยานพาหนะในหลวง ร.9 ทรงรับสั่ง "เมื่อมีความสุขแล้วให้ดูแลคนยากไร้ด้วย"

35.29K 3.50K
คหบดีอุดรสุดปลื้มถวายราชยานพาหนะในหลวง ร.9 ทรงรับสั่ง เมื่อมีความสุขแล้วให้ดูแลคนยากไร้ด้วย

คหบดีอุดรสุดปลื้มถวายราชยานพาหนะในหลวงเก็บรักษาอย่างดี ในหลวง ร.9 ทรงรับสั่ง "เมื่อมีความสุขแล้วให้ดูแลคนยากไร้ด้วย"

เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 59 นายโกมินทร์ ทีฆธนานนท์ ประธาน บ.อุดรเจริญศรี (1968) จำกัด คหบดีใน จ.อุดรธานี เปิดให้ผู้สื่อข่าวเข้าพบเพื่อขอสัมภาษณ์ หลังจากทราบว่า ทาง บ.อุดรเจริญศรี (1968) จำกัด ได้เก็บรถยนต์พระที่นั่ง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช เคยประทับ ขณะเสด็จพระราชดำเนิน มาทรงพระราชกรณียกิจ ที่ จ.อุดรธานี เมื่อสมัยปี 2512 และรับใช้เบื้องยุคลบาท จนได้รับพระราชทานตราตั้ง "ครุฑ" ทำให้กิจการเจริญก้าวหน้าจนถึงทุกวันนี้  โดยรถยนต์คันดังกล่าว เป็นรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยู รุ่น 3.0 เอส 4 ประตู สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน อ.ด.07777 ที่มีการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในห้องกระจก ภายใน บ.อุดรเจริญศรี (1968) จำกัด  โดยภายในห้องกระจก มีการขยายภาพถ่าย ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงประทับรถยนต์พระที่นั่งเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมา และพระบรมวงศานุวงศ์ที่เสด็จมายัง จ.อุดรธานี

 นายโกมินทร์ กล่าวว่า ครอบครัว"ทีฆธนานนท์"โชคดีได้มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาอดุลยเดช  โดยนายเจริญ ทีฆธนานนท์ คุณพ่อที่ขณะนี้ล่วงลับไปแล้วเป็นผู้นำ ไม่รู้ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ที่จำได้เมื่อราวปี 2512 นายสายสิทธิ พรแก้ว ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ในสมัยนั้น มาหารือกับคุณพ่อเรื่องการจัดหารถยนต์ที่มีคุณภาพดี ใช้เป็นรถยนต์พระที่นั่งชั่วคราว ในการเสด็จพระราชดำเนินของในหลวง

 "ช่วงนั้นพระองค์เสด็จมาติดตามการก่อสร้าง พระตำหนักภูพาน จ.สกลนคร ประมาณเดือนละครั้ง คุณพ่อได้สั่งซื้อรถ บีเอ็มดับปลิว รุ่น 3.0 เอส สีบรอนซ์ทอง น่าจะทันสมัยที่สุดขณะนั้น ทะเบียน อด-07777 ซึ่งผู้ว่าฯ เป็นคนนำคุณพ่อ เข้าถวายรถยนต์คันนี้ให้ในหลวงใช้เป็นรถยนต์พระที่นั่งเสด็จจากสนามบินอุดรธานี ไปยัง จ.สกลนคร เมื่อในหลวงเสด็จกลับ ก็จะพระราชทานคืนให้มาเก็บรักษา เตรียมไว้ใช้งานในครั้งต่อไป ช่วงนั้นจะมี ร.ต.ท.อุดมเดช กปิตถา รอง สว.ภ.จว.อุดรธานี ทำหน้าที่ขับรถพระที่นั่ง"  นายโกมินทร์ กล่าว

 รถบีเอ็มดับปลิวยังใช้งาน รับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์เกือบจะทุกพระองค์ ตั้งแต่ในหลวง พระราชชินี สมเด็จย่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สมเด็จพระเทพฯ  โดยขณะนั้นสำนักพระราชวัง จะต้องนำรถยนต์พระที่นั่งบรรทุกใส่เครื่องบินมา หรือต้องนำมาล่วงหน้า สมัยนั้นพระองค์ตั้งพระทัยจะสร้างพระตำหนักภูพาน ต้องเสด็จลงเครื่องบินพระที่นั่งที่อุดรธานี และประทับรถยนต์พระที่นั่งไป จ.สกลนคร ซึ่งมีบางครั้งรถยนต์พระที่นั่ง ไม่สะดวกที่จะนำขึ้นมา เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่จะต้องดูแลในเรื่องนี้ ซึ่งคุณพ่อของตนและครอบครัว โชคดีที่มีโอกาสถวายการรับใช้พระองค์ท่าน

 "เมื่อใช้งานไประยะหนึ่งเก็บไว้ เราก็จะเปลี่ยนรุ่นเปลี่ยนยี่ห้อ ที่ผ่านมาถวายเป็นรถยนต์พระที่นั่งชั่วคราวเป็นรถคันใหม่อีก 4 คัน คันไหนหมดอายุใช้งาน ก็มีคนขอซื้อต่อไปเป็นสิริมงคล ทั้งนี้คุณพ่อได้ถวายรถใช้งานในโครงการพระราชดำริอีก 21 คัน มีอยู่ 1 คัน เป็นรถมิตซูบิชิ ขับเคลื่อน 4 ล้อ สั่งมาจากญี่ปุ่นแล้วต่อเป็นรถแวน วันนั้นพระองค์ท่านเสด็จมาที่สนามบินอุดรธานี คุณพ่อก็เข้าไปถวายรถพระที่นั่งกับพระองค์ท่าน พระองค์ท่านทรงตรวจดูรถ พร้อมตรัสถามว่าอะไรเป็นอะไรบ้าง แล้วพระองค์ท่านก็ตรัสว่า รถคันนี้นายเจริญให้เราแล้วนะ จะขับไปใช้งานเลยนะ จากนั้นพระองค์ท่านก็ขึ้นรถขับออกไปเลย ไม่มีใครคิดว่าพระองค์ท่านจะทรงขับไปเอง แล้วก็ขึ้นขับไปอ่างฯห้วยหลวง นอกหมายกำหนดการ ทำให้ทุกฝ่ายต้องรีบตามเสด็จไป ซึ่งความจริงก่อนหน้าเราแจ้งไปทางสำนักพระราชวังว่า จะถวายรถยนต์ให้พระองค์ท่าน ทางสำนักพระราชวังตอบกลับมาว่า พระองค์ท่านบอกว่า นายเจริญ มีบ้านอยู่อุดร ฉันไปที่อุดรบ่อย เดี๋ยวจะไปรับที่นั่น คุณพ่อเลยมีโอกาสที่ถวายรถยนต์ให้พระองค์ท่านที่อุดรธานี"  นายโกมินทร์ กล่าว

 นายโกมินทร์  กล่าวว่า ทางครอบครัวได้ถวายรถยนต์พระที่นั่งชั่วคราวมาตั้งแต่ปี 2512 จนกระทั่งปี 2528 พระองค์ท่านทรงพระราชทานตราตั้ง เป็นตราครุฑประจำบริษัท ของคุณพ่อ น้องชายของตนอีก 3 คน ก็มีโอกาสรับพระราชทานน้ำสังข์ในพิธีสมรสพระราชทาน โดยพระองค์ท่านเป็นผู้ประกอบพิธีให้ จนครอบครัวเราไม่รู้ว่าจะพูดเป็นคำพูดว่าอย่างไร เป็นความตื้นตันใจอย่างสุดซึ่ง และหลังจากที่พระองค์ท่านพระราชทานตราตั้งแก่บริษัท  เราค้าขายอะไรก็เจริญรุ่งเรืองมาตลอด มีความก้าวหน้าในธุรกิจ คุณพ่อกับคุณแม่บอกว่า ยังไงเราต้องค้าขายด้วยความสุจริต เราพยายามที่จะช่วยเหลือผู้ยากไร้ในทุกโอกาส

 "เราได้รับพระมหากรุณาธิคุณมาก มีโอกาสได้รับใช้ตลอดจนถวายงาน หรือนำกระแสพระราชดำรัสมาทำ เช่นเมื่อครั้งนำครอบครัวเข้าเฝ้าในหลวงบอกว่า นายเจริญเมื่อมีความสุขแล้ว ดูแลคนยากไร้ด้วยนะ พอกลับมาคุณพ่อได้ใช้พื้นที่จอดรถ หน้าห้างเจริญศรีพลาซ่า เป็นที่จำหน่ายพืชผักของชาวบ้าน ในช่วงห้างปิด 22.00-09.00 น. ทุกวันฟรี ต่อมาเมื่อมีคนขายมากก็จัดระเบียบ จนกลายมาเป็นตลาดอุดรเมืองทอง ตลาดศูนย์กลางสินค้าเกษตรในปัจจุบัน"

 นายโกมินทร์ ทีฆธนานนท์ กล่าวตอนท้ายว่า เมื่อรู้ข่าวการเสด็จสวรรคต มีความรู้สึกว่าหลักที่เรายึดอยู่ คำพูดที่เราฟังจากการสอน รูปภาพที่เราเก็บรักษาไว้ ตั้งแต่อายุเราไม่กี่ปี จนอายุตอนนี้ 65 ปีแล้ว จะไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้ว แต่ใจก็คิดอีกว่า เราโชคดีที่เกิดมาในรัชกาลท่าน ได้สัมผัส ได้ใกล้ชิด เป็นอะไรก็ได้ไม่เสียดายอีกแล้ว ที่เหลืออยู่ก็จะนำครอบครัว ทำตามพระราชดำริอย่างเข็มแข็ง ช่วยเหลือผู้อื่นที่ช่วยได้


เรื่องโดย เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์ | ภาพโดย เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend