ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

กรมศุลฯ ลุยจับ! เรือลอบส่งน้ำมันดิบ 1.2 แสนลิตร มูลค่ากว่า 10 ล้าน

3.64K 365

กรมศุลกากร --- เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย นายวรวุฒิ วิบูลย์ศิริชัย ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร แถลงผลการจับกุม น้ำมันดิบ จำนวน 120,000 ลิตร ลักลอบหนีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร พร้อมเรือ "ณิศรา" บรรทุกของกลางจำนวน 1 ลำ ขณะเดินทางเข้าไปขนถ่ายขึ้นฝั่งบริเวณท่าเรือในแม่น้ำมหาชัย อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร มูลค่าของกลางรวมทั้งสิ้นกว่า 10 ล้านบาท

นายวรวุฒิ กล่าวว่า ตามที่กรมศุลกากรได้มุ่งเน้นนโยบายสำคัญในการเร่งรัดปราบปรามสินค้าลักลอบหลีกเลี่ยงอากร ข้อห้าม ข้อกำกัดเพื่อความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี ปกป้องสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง กระทั่งเมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศุลกากรส่วนสืบสวนปราบปราม 2 (ปราบปรามทางทะเล) ที่นำโดย นายนิมิตร แสงอำไพ ผู้อำนวยการส่วนสืบสวนปราบปราม 2 สามารถจับกุมเรือน้ำมัน ชื่อ ณิศรา ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบ ลักลอบหนีศุลกากร จำนวน 120,000 ลิตร ขณะเดินทางมุ่งหน้าเข้าปากน้ำมหาชัย อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร ห่างฝั่ง อ.มหาชัย ประมาณ 1 ไมล์ทะเล

จากการตรวจสอบพบ นายปรีชา แจ่มศรี อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 5 ต.บางขุนไทร อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เป็นผู้ควบคุมเรือ พร้อมด้วยลูกเรือสัญชาติไทยอีก 3 คน ประกอบด้วย นายสงคราม สิทธิรุ่ง ,นายศุภชัย เลิศวิไลนริศ และนายภานุวัฒน์ ผลาหาญ

นายวรวุฒิ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การรับสารภาพว่า มีนายทุนสัญชาติไทยเป็นผู้ว่าจ้างให้มารับน้ำมันหลบหนีภาษีศุลกากรจากเรือในทะเล บริเวณใกล้เกาะสีชัง แล้วให้นำไปสูบถ่ายขึ้นฝั่งที่ท่าเรือริมฝั่งแม่น้ำมหาชัย อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร ก่อนที่จะมาถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรส่วนสืบสวนปราบปราม 2 จับกุมในที่สุด ทั้งนี้ในรอบปีงบประมาณ 2559 ทางกรมศุลกากรได้จับกุมเรือบรรทุกน้ำมันหนีภาษีไปแล้ว 5 ลำ จำนวน 268,000 ลิตร มูลค่าของรวมกว่า 50 ล้านบาท และจะมีการกวดขันตรวจสอบและจับกุมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจะขยายผลผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป

ด้าน นายนิมิตร กล่าวว่า ในพื้นที่บริเวณเกาะสีชังมีโรงกลั่นน้ำมันเยอะ โดยกลุ่มที่ถูกจับกุม เจ้าหน้าที่เคยตักเตือนไปแล้ว แต่ยังลักลอบขนน้ำมันดิบจึงถูกจับกุม ซึ่งการขนน้ำมันดิบจะต้องมีใบอนุญาตจากกรมศุลกากรจึงสามารถทำได้ เนื่องจากน้ำมันชนิดนี้มีการเผาผลาญที่รวดเร็วกว่าน้ำมันเตา และหากมีการรั่วไหลจะเป็นอันตรายกับทะเลและชายฝั่งอย่างมาก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากร ฐานลักลอบนำเข้าน้ำมันดิบ หรือรับซื้อ หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่เสียภาษี ของต้องห้าม ต้องกำกัด หรือของที่ไม่ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง อันเป็นความผิด มาตรา 27, 27ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ประกอบกับมาตรา 16,17 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 จึงได้ยึดน้ำมัน เรือบรรทุกน้ำมันเป็นของกลาง พร้อมจับกุมตัวลูกเรือเป็นผู้ต้องหานำส่งกรมศุลกากร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend