ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

แม่แจ้งจับลูกแล้ว ลักทรัพย์ แจกเงินวีเจสาว

11.09K 1.94K
แม่แจ้งจับลูกแล้วลักทรัพย์ แจกเงินวีเจสาว

อยุธยา-แม่ค้าของชำพาลูกชายกระเป๋าตุงแจกเงินวีเจสาว เข้ามอบตัวกับตำรวจดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ ต้องการให้เป็นตัวอย่างของสังคม ทำผิดต้องรับโทษ เผยหมดทางได้เงินคืนจากสาววีเจ

จากกรณีที่นางศิริกานต์ ศิรสิทธิ์ดำรงกิจ แม่ค้าขายของชำ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินคดีกับนายระพีพัชร หรือแนท ลูกชายวัย 28 ปี ที่ขโมยเงินจากบัญชีของนางศิริกานต์ไปใช้จ่ายและให้วีเจสาวออนไลน์ เป็นเงินรวมแล้วกว่า 1.2 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นหลังแจ้งความเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ขอภาคทัณฑ์เพื่อรอดูว่าลูกชายจะมีพฤติกรรมติดต่อหรือมีใจให้กับวีเจสาวอีกหรือไม่ ขณะที่วีเจสาวยืนยันว่าได้รับเงินจากนายระพีพัชรไม่ถึง 1.2 ล้านบาท โดยผ่านการโอนเงินให้ใช้ส่วนตัวและบางส่วนเข้าระบบ ซึ่งนางศิริกานต์ยังยืนยันที่จะเอาเรื่องกับลูกชายไม่มีเจตนาเอาเรื่องกับวีเจสาว ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่อง

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 กค นางศิริกานต์ ได้พานายระพีพัชร ลูกชายเข้าพบ ร.ต.อ.ประชิด สมาฤกษ์ พนักงานสอบสวนสภ.เสนา เพื่อยืนยันดำเนินคดีกับนายระพีพัชร ลูกชายที่เอาเงินของตนเองไป โดยมี พ.ต.ท.เชิดศักดิ์ นัยนา รองผกก.สอบสวน พ.ต.ท.สุกรี ผ่องโอภาส รองผกก.สส. ให้คำปรึกษาข้อกฎหมาย โดยนางศิริกานต์ มีท่าทางอิดโรย หน้าตาซูบ เหมือนคนไม่ได้หลับนอน ส่วนนายระพีพัชร มีสีหน้าเหม่อลอย ไม่พูดคุยกับแม่สักคำเดียว

นางศิริกานต์ ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าต้องการที่จะดำเนินคดีกับลูกชายของตนเองในข้อหาลักทรัพย์ของมารดา โดยนางศิริกานต์ให้การว่าปกติจะให้นายระพีพัชร ถือบัตรเครดิตเอาไว้ เพื่อกดเงินใช้จ่ายตามที่นางศิริกานต์บอก แต่ปรากฏว่านายระพีพัชร กดเงินไปแล้วไม่เอามาให้แต่เอาไปใช้จ่ายอย่างอื่น รวมทั้งให้วีเจสาวด้วย จึงให้ดำเนินคดีกับลูกชายในข้อหาดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำทั้งนางศิริกานต์และนายระพีพัชร ก่อนที่จะนำตัวนายระพีพัชร ไปพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อทำประวัติ

นางศิริกานต์ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้าว่าการมาแจ้งความวันนี้ เนื่องจากได้พูดคุยกับนายระพีพัชรแล้ว นายระพีพัชรไม่บอกว่าได้นำเงินไปใช้จ่ายอะไรบ้าง นอกเหรือจากการให้กับบรรดาวีเจสาว และยังมีท่าทีว่าอยากที่จะคบกับวีเจสาวอีก ซึ่งเดิมตนได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าขอดูพฤติกรรม 7 วันเพื่อดำเนินคดี แต่คิดแล้วว่าอย่างไรก็ตามเมื่อครบกำหนด 7 วันก็จะต้องดำเนินคดีอยู่ดี จึงได้พามามอบตัวให้ตำรวจดำเนินคดีเลย เนื่องจากเห็นว่าการที่ลูกขโมยเงินแม่ถือเป็นความผิดที่ลูกควรรับโทษ ส่วนเรื่องที่ลูกจะเอาเงินไปให้ใครหรือจ่ายอะไรบ้าง ณ เวลานี้ตนไม่อยากทราบแล้ว และคิดว่าคงไม่มีทางได้เงินคืนจากวีเจสาวแล้วด้วย ซึ่งตนก็ไม่ติดใจที่จะเอาผิดกับวีเจสาวเพราะลูกก็ย้ำนักย้ำหนาว่าเอาไปให้เพราะความเสน่หา จึงอยากจะบอกผ่านไปยังวีเจสาวว่าตนรู้สึกเสียดายเงินทุกบาทที่ลูกเอาไปแบบไร้ประโยชน์ แต่ก็ไม่สามารถจะทวงคืนจากไหนได้

" ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยและอับอายพอสมควรที่มีลูกไม่ดี ขอให้เป็นอุทาหรณ์ ของคนที่จะเข้าไปเล่นในแอพลักษณะนี้" นางศิริกานต์ กล่าว

นายระพีพัชร กล่าวหลังจากที่แม่ได้แจ้งความเอาผิดว่าเรื่องนี้ตนรับผิดทุกอย่าง และไม่คิดว่าจะมาเป็นเรื่องขนาดนี้ เดิมทีเอาเงินแม่ไปใช้จ่ายตั้งใจจะทยอยเอาเงินมาคืนแม่ แต่มาเกิดเรื่องก่อน ตนยืนยันว่าตนได้เอาเงินไปใช้จ่ายจริง โดยฉวยโอกาสที่แม่ให้บัตรเอทีเอ็มเอาไว้ แล้วไปเบิกเงิน แต่ตนก็จะเบิกเกินแล้วไม่ให้แม่ ซึ่งการนำไปใช้จ่ายก็ไม่สามารถบอกได้หมดว่าเอาไปใช้อะไร ส่วนการโอนให้วีเจสาวนั้น ก็ถือเป็นเรื่องที่ตนพึงพอใจ และมีความสนุกในช่วงนั้นจึงโอนไปให้ แต่ก็เพียงส่วนหนึ่งไม่ถึง 1.2 ล้าน ซึ่งก็จะไม่ขออ้างถึงวีเจสาว ถือเป็นค่าใช้จ่ายทั่วไป และหลังจากเสร็จเรื่องราวนี้แล้ว ก็จะขอบวชให้กับแม่ เพื่อทดแทนบุญคุณและเป็นการขออภัยแม่ด้วย ตอนนี้เรื่องการคบกันเชื่อว่าวีเจสาวคงไม่รักตนแล้ว

พ.ต.ท.เชิดศักดิ์ กล่าวว่าในการนำตัวนายระพีพัชร มามอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีนั้น เป็นความต้องการของนางศิริกานต์มารดา เนื่องจากเห็นว่าลูกยังลังเลเรื่องการที่จะไปคบหากับวีเจสาว อีกทั้งไม่บอกว่าเงินไปทำอะไร ซึ่งพฤติกรรมของนายระพีพัชรนั้น เป็นความไว้ใจของแม่ที่เอาบัตรเอทีเอ็มให้ลูกไว้ แล้วลูกไปกดแต่ไม่ให้แม่ เบื้องต้นตั้งข้อหาลักทรัพย์มารดา โดยจะต้องทำการสอบสวน และปล่อยตัวไปชั่วคราว โดยจะรีบส่งสำนวนฟ้องศาลภายใน 1-2 เดือน จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการของศาลตามขั้นตอนต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend