ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ร้องหมอผ่าตัดมดลูก 2 รอบ

3.13K 0

ญาติร้องเอาผิดหมอสูตินรีเวช โรงพยาบาลศูนย์ตรัง ผ่าตัดมดลูกคนไข้ทิ้งไปเฉยๆ 1 ข้าง หลังประเมินคนไข้ผิดว่า มีสิ่งผิดปกติอยู่ด้านซ้าย ทั้งๆที่คนไข้ต้องการเข้ารับการผ่าตัดด้านขวา ตามที่แพทย์ประจำคลินิกส่งตัวเข้ารับการผ่าตัดเอาเด็กที่ท้องนอกมดลูกด้านขวาออก ทำให้ต้องผ่าตัดซ้ำ หมดโอกาสมีทายาทสืบตระกูล ครอบครัวเตรียมเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

วันที่ 18 ก.ค. ที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง นายเอกพงษ์ แก้วดี อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/59 ถนนวัดนิโครธ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง กำลังนั่งเฝ้าไข้นางสาวสุพัตรา เพ็ชรหิน อายุ 30 ปี ภรรยา ที่เข้ารับการผ่าตัดท่อนำไข่หรือปีกมดลูกเป็นครั้งที่ 2 เพื่อเอาเด็กที่ตั้งครรภ์นอกมดลูกในท่อนำไข่ด้านขวาออก หลังจากแพทย์สูตินรีเวชโรงพยาบาลศูนย์ตรัง ผ่าตัดปีกมดลูกด้านซ้าย เพื่อเอาเด็กออก แต่เป็นการผ่าตัดผิดข้าง ทำต้องเข้ารับการผ่าตัดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จนทำให้คนไข้และครอบครัวหมดสิทธิ์จะมีลูกตลอดชีวิต

นายเอกพงษ์ เล่าว่า ตนแต่งงานกับภรรยาประมาณเดือนมีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ต่อจากนั้นประมาณเดือนมิถุนายน ภรรยาได้ตั้งครรภ์ และมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ และอาเจียน จึงไปฝากครรภ์ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าเมื่อแพทย์ตรวจเช็คอัลตราซาวด์ร่างกายอย่างละเอียดพบว่า เป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งขณะนั้นอายุครรภ์ประมาณ 7 สัปดาห์ เห็นการเต้นของหัวใจเด็กชัดเจน แต่ไม่ได้เป็นการท้องในมดลูกตามปกติ แพทย์จึงได้ทำหนังสือส่งตัวพร้อมแนบผลอัลตราซาวด์ให้กับตน เพื่อส่งตัวภรรยาเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง

แต่พอมาถึงโรงพยาบาลศูนย์ตรัง แพทย์เจ้าของไข้กลับมีความเห็นว่าท้องอยู่ในปีกมดลูกด้ายซ้าย ซึ่งตนและครอบครัว ก็ยังงงว่าทำไมไม่ตรงกับผลของแพทย์ประจำคลินิกที่ระบุท้องนอกมดลูกที่ปีกมดลูกด้านขวา จึงได้ทักท้วงไปแต่แพทย์ท่านดังกล่าวก็ยืนยันว่า อยู่ด้านซ้าย โดยไม่จำเป็นต้องดูผลอัลตราซาวด์ที่ส่งมา พร้อมกับต่อว่าตนและแม่ของตนที่ทักท้วงโดยใช้กิริยาและวาจาดูหมิ่น และยืนยันจะต้องผ่าตัดด้านซ้ายเพื่อเอาเด็กออก ตนกับแม่จึงคิดว่าเราต้องเชื่อมั่นในแพทย์ท่านนี้ ซึ่งมีชื่อเสียง และเชื่อมั่นในโรงพยาบาล

แพทย์จึงได้ทำการผ่าตัดปีกมดลูกด้านซ้าย เพื่อเอาเด็กออก หลังจากนั้นภรรยาก็นอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ตรังประมาณ 4 วัน ก็กลับไปพักฟื้นที่บ้าน ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ภรรยากลับมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง คลื่นไส้ และอาเจียนอีก จึงพาไปพบแพทย์ที่คลินิกเดิม โดยแพทย์ประจำคลินิกก็ตกใจว่าทำไมไปผ่าตัดปีกมดลูกด้านซ้าย ทั้งๆที่ส่งผลอัลตราซาวด์ไปกับใบส่งตัว ก็ระบุชัดว่าอยู่ด้านขวา จึงได้ทำการอัลตราซาวด์ซ้ำ เพื่อยืนยันโดยเรียกตนเข้าไปดูภาพ ปรากฏว่าพบเด็กยังอยู่ในปีดมดลูกด้านขวา และเจริญเติบโตมากกว่าเดิม อายุครรภ์เพิ่มขึ้นเป็น 10 สัปดาห์เศษจริง

นายเอกพงษ์ กล่าวต่อว่าจากนั้นตนกับครอบครัวจึงพาภรรยากลับไปที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง พบแพทย์ท่านเดิมอีกครั้ง พร้อมกับสอบถามเหตุผล และยืนยันว่าทางครอบครัวได้ทักท้วงไปแล้วในครั้งแรก แต่แพทย์ไม่รับฟัง ไม่นำผลอัลตราซาวด์ของคลินิกมาตรวจสอบ และที่สำคัญหลังรับตัวคนไข้แล้ว แพทย์ไม่ทำการตรวจอัลราซาวด์ซ้ำ เพื่อความถูกต้องในการรักษา โดยตน ภรรยา และแม่ของตน เสียใจเป็นที่สุดเพราะการผ่าตัดรอบที่ 2 เท่ากับว่า การผ่าตัดในครั้งแรกกับปีกมดลูกด้านซ้ายเป็นการกระที่ผิดพลาด

"หมอผ่าตัดไปเฉยๆ โอกาสในการมีลูกก็น้อยลง และต้องมาผ่าตัดซ้ำปีกมดลูกด้านขวา เพราะเด็กยังอยู่ และอยู่ภาวะเสี่ยงเป็นอันตรายกับแม่ เท่ากับทำให้ครอบครัวผมหมดสิทธิมีลูกไปเลยตลอดชีวิต โดยหลังจากนี้จะทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานสาธารณสุข ที่กระทรวงสาธารณสุข และจะร้องแพทยสภา เพื่อเอาเรื่องให้ถึงที่สุด" นายเอกพงษ์ กล่าว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend