ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

น้องสาวเศรษฐีนีเชื่อ "หญิงไก่"เสี้ยมพี่น้องทะเลาะกัน ส่วนการตายไม่ติดใจ ที่ดินซื้อขายหลังเสียชีวิต

40.18K 1.17K

(14 ก.ค.59)น้องสาวเชื่อหญิงไก่เสี่ยมพี่น้องทะเลาะกัน ส่วนการตายไม่ติดใจเชื่อเสียชีวิตจากมะเร็ง ส่วนที่ดินมีการซื้อขายหลังเศรษฐีนีเสียชีวิตแล้ว

จากที่ตำรวจกองปราบปรามติดตามเศรษฐีชาวอุดรธานี ชื่อนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล ที่มีข้อมูลว่ารู้จักกับหญิงไก่ จากการติดตามสอบถามเพื่อขอทราบข้อเท็จจริงกับญาติของนางฉวีวรรณ ว่าเกี่ยวข้องกับ หญิงไก่หรือไม่

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ก.ค. 59 จากการสอบถาม นางบี(นามสมมุติ) วัย 75 ปี น้องสาวของนางฉวีวรรณ ทราบว่า นางบี เป็นน้องสาวของนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล ที่มีข่าวว่าเป็นเศรษฐีนีเมืองอุดรธานี ขายที่ดินให้กับนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ โดยนางฉวีวรรณ เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2546 สำหรับกรณีที่ดินนั้น พ่อแม่ได้ขายและแบ่งที่ดินให้กับลูกทั้ง 5 คน รวมทั้งนางฉวีวรรณที่ได้รับส่วนแบ่งทั้งบ้านและที่ดินประมาณ 2 งาน ซึ่งได้มากกว่าพี่น้องคนอื่นๆ เนื่องจากเป็นผู้ดูแลแม่ ทรัพย์สิน มีสิทธิ์เบิกจ่ายเงินในธนาคารของแม่ได้ เพราะช่วงนั้นแม่แก่มากแล้ว โดยนางบีอ้างว่า ในขณะนั้นหากมีการเบิกจ่ายเงินในธนาคาร พี่สาวมักจะเบิกเงินเกิน หลอกเอาเงินแม่ จนมีความขัดแย้งกันพี่สาวให้แม่ออกจากบ้าน จนต้องตัดขาดความเป็นแม่ลูกกัน ช่วงที่มีการขายที่ดิน พี่สาวได้เสียชีวิตแล้ว ส่วนผู้ที่ขายที่ดินให้กับนางไก่ คือนายปิติ สามีพี่สาว

"เคยเห็นหญิงไก่ มาอยู่ที่บ้านพี่สาว มีข้าทาสบริวารชายฉกรรจ์แห่กันมาอยู่ด้วย เราก็ได้แต่มองดู เพราะว่าเข้าบ้านพี่สาวไม่ได้ ครั้งแรกที่หญิงไก่มาที่นี่ เขามารถฮอนด้าซีอาร์วี ทะเบียน จ.พิษณุโลก โดยพี่สาวบอกว่าหญิงไก่เป็นบุตรบุญธรรมของเขากับนายปิติ ซึ่งก็ไม่เคยเห็นเขามาก่อน ช่วงนั้นเขาเทียวไปกลับกรุงเทพ อุดรบ่อย เพื่อมาดูแลนางฉวีวรรณที่ป่วย โดยช่วงนั้นครอบครัวเราตัดแม่ตัดลูกกับพี่สาวแล้ว เราก็ได้แต่มองดูไม่กล้าเข้าไป ช่วงที่พี่สาวหายไป ทราบว่าเขานำตัวไปรักษาโรค ซึ่งพาไปไหนก็ไม่ทราบ แต่มาเห็นครั้งสุดท้ายตอนที่หญิงไก่ เอาตู้เซฟของแม่ออกไปด้วย บอกจะเอาไปเก็บรักษาให้" นางบี น้องสาว กล่าว

นางบี กล่าวว่า ทรัพย์สินในตู้เซฟมีสร้อยทองคำหนัก 5 บาท 2 เส้น สร้อยแขน แหวนทองคำ พระเลี่ยมทอง หลังจากที่เห็นนางไก่ นำตู้เซฟของแม่ไปด้วย จึงพาแม่ไปแจ้งความ ทำบันทึกไว้ที่ สภ.เมือง จากนั้นนางไก่ นายปิติ นางฉวีวรรณ และลูกน้องของนางไก่ นำตู้เซฟมาคืน แต่ทรัพย์สินไม่ครบ ได้คืนเพียงสร้อยคอทองคำเส้น แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าเป็นทองปลอม แต่ไม่ได้ดำเนินคดี เพราะแม่ไม่ต้องการแจ้งความ จึงปล่อยให้เรื่องผ่านไป

ในช่วงที่นางไก่มาพักที่บ้านพี่สาว จะเดินทางมาเป็นคณะใหญ่ มีรถตำรวจนำ มีลูกน้องติดตามมากมาย ทำให้คนละแวกนี้คิดว่านางไก่เป็นคุณหญิงจริง ระยะแรกที่ได้พูดคุยกัน จะอ้างตัวว่าเป็นคุณหญิง เป็นผู้วิเศษนุ่งขาวห่มขาว ทั้งยังบอกว่ามองเห็นเลขเด็ด พร้อมกับชวนให้ซื้อหวย แต่นางบีได้ปฏิเสธ ไม่มีใครทราบว่านางฉวีวรรณ พี่สาวไปรู้จักกับนางไก่ได้อย่างไร

"ก่อนที่พี่สาวจะเสียชีวิต ช่วงวันที่ 26 พ.ย. เคยเห็นพวกหญิงไก่นำตัวพี่สาวขึ้นรถ ในลักษณะการประคองปีกพี่สาว คาดว่าเพราะอาการป่วย แต่ไม่ได้ถามว่าจะไปไหน ทราบเพียงว่าเขาจะพาพี่สาวไปรักษามะเร็งตับ หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้พบพี่สาวอีก จนเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. นางไก่ โทรศัพท์มาบอกน้องชายว่าพี่สาวเสียชีวิตแล้ว แต่ก็ไม่มีใครไปร่วมงาน เพราะกลัวอิทธิพลของนางไก่ กังวลว่าหากไปเผาศพเราจะไม่ปลอดภัย รู้แต่ว่าเขาเอาไปเผาที่อื่น ไม่มาเผาที่บ้านเรา ทั้งที่ญาติพี่น้องก็อยู่ที่อุดรธานี โดยหญิงไก่เขาเป็นคนจัดการเองทั้งหมด ตอนนั้นแม่ก็รู้ ก็บอกไม่ไปเผาก็ไม่เป็นไร เพราะเลือดในอกก้อนเดียวตัดได้ ไม่ต้องไปเผา และกลัวว่าหากไปกลัวจะถูกฆ่าตาย จึงไม่มีญาติพี่น้องไปร่วมงาน" นางบี กล่าว

นางบี เพิ่มเติมว่า หลังจากที่มีข่าวของนางไก่ตามสื่อ สามารถจำหน้าตาได้แม่นยำ เรียกให้ลูกหลานมาดู เพราะเชื่อว่าเขาไปหลอกคนอื่น เหมือนที่เคยหลอกพี่สาว จนทำให้คนในครอบครัวต้องทะเลาะกัน ต่างฝ่ายต่างสูญเสียทั้งชีวิต เสียทั้งที่ดิน มีคดีความสู้กันมาถึง 3 ปี ที่สุดครอบครัวแพ้คดี เพราะเขามีทะเบียนสมรสของพี่สาวกับนายปิติ ส่วนที่ดินที่มีการซื้อขายนั้นมีเนื้อที่กว่า 2 งานเท่านั้น ไม่ใช่เนื้อที่ 8 ไร่อย่างที่เป็นข่าว หลังจากที่พี่สาวตกเป็นข่าว ทางตำรวจกองปราบได้มาพูดคุยด้วยแล้ว รู้สึกกังวลว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากเกรงว่า นางไก่เป็นผู้มีอิทธิพล


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend