ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ทายาท ตระกูล "ตัณฑประภา" ร้องกองปราบถูกเครือญาติโกงมรดกที่ดิน

18.80K 870
ทายาท ตระกูล ตัณฑประภา ร้องกองปราบถูกเครือญาติโกงมรดกที่ดิน

กองปราบ - วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 นายสมพล และนางดวงพร ตัณฑประภา สองพี่น้อง พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กรณีที่นายสมพล และนางดวงพร ถูกลูกพี่ลูกน้อง คือ น.ส.เจนสุนันท์ นภัสกรพงษ์ ปลอมพินัยกรรมเพื่อยักยอกมรดกของตระกูล ซึ่งประกอบด้วย ที่ดินย่านทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ กทม.จำนวน 16 ไร่ มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท และที่ดินพร้อมอพาร์ทเม้นท์ย่านบางรัก กทม.อีกกว่า 4 ไร่ มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 700 ล้านบาท ไปแต่เพียงผู้เดียว

นายสมพล กล่าวว่า ทรัพย์สินที่เป็นกองมรดกของตระกูล "ตัณฑประภา" นั้น สืบทอดมาจากรุ่นปู่และย่า คือ ขุนสิทธ์ และนางลูกอินพร ตัณฑประภา ซึ่งมีลูกด้วยกัน 7 คน หนึ่งในนั้น คือ น.ส.พูลสวัสดิ์ ตัณฑประภา ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของตนเป็นผู้จัดการมรดก แต่ต่อมา น.ส.พูลสวัสดิ์ อาของตนได้เสียชีวิตลง ทาง น.ส.เจนสุนันท์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2554 ขอเป็นผู้จัดการมรดก โดยมีการนำพินัยกรรมของ น.ส.พูลสวัสดิ์ ซึ่งเชื่อว่ามีการปลอมแปลงขึ้น ระบุชื่อ น.ส.เจนสุนันท์ เป็นผู้รับมรดกแต่เพียงผู้เดียว มายื่นต่อศาล กระทั่งศาลเห็นควรอนุญาตเพราะเห็นว่าผู้ร้องเป็นทายาทโดยชอบธรรม จึงมีการโอนทรัพย์สินทุกอย่างเป็นชื่อของ น.ส.เจนสุนันท์

นายสมพล กล่าวอีกว่า กรณีดังกล่าว ฝ่ายตนรวมทั้งญาติพี่น้องทุกคนของตระกูล ซึ่งเป็นทายาทโดยตรง ไม่เคยทราบว่า มีการยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกของ น.ส.เจนสุนันท์ โดยมาทราบภายหลัง จึงได้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังไป จนพบว่าเมื่อปี 2529 มีการปลอมแปลงสูติบัตรของ น.ส.เจนสุนันท์ ซึ่งออกโดยสำนักงานเขตพญาไท ลบชื่อมารดาที่แท้จริงออก นำชื่อของ น.ส.พูลสวัสดิ์ มาสวมเป็นมารดาแทน ทั้งที่ น.ส.พูลสวัสดิ์ เป็นโสด ไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีสามี หรือไม่เคยมีบุตร แต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีการปลอมแปลงทะเบียนบ้านที่ออกโดยสำนักงานเขตยานนาวา โดยมีการขีดฆ่าชื่อมารดาจริง แล้วเขียนชื่อ น.ส.พูลสวัสดิ์ เป็นมารดาของ น.ส.เจนสุนันท์ แทน

"ส่วนพินัยกรรมมีการจัดทำขึ้นในขณะที่ น.ส.พูลสวัสดิ์ เข้ารักษาอาการป่วยอยู่ที่ รพ.สมิติเวช เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 ระบุข้อความว่า หาก น.ส.พูลสวัสดิ์ ถึงแก่กรรม ขอมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ น.ส.เจนสุนันท์ บุตรของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว และขอให้เป็นผู้จัดการมรดกด้วยนั้น ข้อเท็จจริงแล้ว น.ส.พูลสวัสดิ์ ไม่มีสามีและบุตร-ธิดา และไม่ได้มีการจดทะเบียนรับรอง น.ส.เจนสุนันท์ เป็นบุตรบุญธรรม พินัยกรรมฉบับดังกล่าว จึงผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย" นายสุรพล กล่าว

นายสุรพล กล่าวด้วยว่า สาเหตุที่เคลือบแคลงสงสัยพินัยกรรมฉบับดังกล่าว ว่าอาจมีการปลอมแปลงขึ้นมา เพราะแพทย์ที่รักษาตัว น.ส.พูลสวัสดิ์ ยืนยันว่า ขณะที่ น.ส.พูลสวัสดิ์ เข้ารักษาตัว ที่ รพ.สมิติเวชนั้น น.ส.พูลสวัสดิ์ ใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ไม่น่าจะมีสติสัมปชัญญะพอที่จะสามารถลงชื่อในพินัยกรรมได้

ด้าน พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมาร้องทุกข์ในเบื้องต้น น่าจะเข้าข่ายความผิดใน 3 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ใช้เอกสารราชการปลอม ,นำสืบพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ และเบิกความเท็จ ส่วนกรณีแจ้งความดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์ รวมถึงข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องนั้น คงต้องใช้เวลาตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อน เนื่องจากมีการกล่าวพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยหลังจากนี้ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.เร่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนพิจารณาดำเนินการต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend