ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ฟ้องแล้ว "6 โจ๋ – แฟนสาว" ร่วมกันฆ่าชายพิการ ทนายค้านประกันตัว

1.12K 0
ฟ้องแล้ว 6 โจ๋ – แฟนสาวร่วมกันฆ่าชายพิการ ทนายค้านประกันตัว

ฟ้องแล้ว "6 โจ๋ แฟนสาว" ร่วมกันฆ่าชายพิการ โชคชัย 4 ขณะที่อัยการให้เป็นดุลยพินิจของศาลเรื่องประกันตัว ด้าน มารดาผู้ตาย ควงทนาย ร้องศาลขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม พร้อมยื่นค้านประกัน ชี้หลังเกิดเหตุมีข่มขู่ญาติ-คนเห็นเหตุการณ์-ทนาย คดีมีโทษสูง หากปล่อยตัวกลัวหนี ศาลเตรียมเบิกตัว 7 โจ๋ สอบคำให้การเช้า พรุ่งนี้ 14 ก.ค.

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 13 ก.ค.59 เวลา 10.00 น. พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพีรพล หรือเปา ยศพงศ์อนันต์ อายุ 21 ปี , นายอัครเดช หรืออั๋น ทัศนะ อายุ 22 ปี , นายมนต์มนัส หรือเต้ย แสงโพธิ์ อายุ 21 ปี , นายจตุพร หรือเบียร์ จันทร์โสภา อายุ 18 ปีเศษ , นายเมฆ พลไกรษร อายุ 19 ปีเศษ , นายอรินทร์ หรือเตอร์ ยศพงศ์อนันต์ อายุ 19 ปีเศษ และน.ส.ณัฐณิชา หรือเกมส์ ฤทธิ์ล้ำเลิศ อายุ 18 ปีเศษ เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความเป็นผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่น , ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ และร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 , 362 , 364 , 365 , 371

ตามฟ้องอัยการโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค.59 จำเลยทั้งเจ็ด ร่วมกันพาอาวุธมีดปลายแหลม ใบมีดกว้าง 1 นิ้ว ยาวประมาณ 27 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม , มีดหัวตัดยาว 21 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม และมีดปลายแหลม ยาว 6 นิ้วอีก 1 เล่ม ติดตัวไปที่บริเวณ ซ.โชคชัย 4 แยก 69 แขวง - เขตลาดพร้าว กทม. แล้วจำเลยที่ 2 ,4-6 ได้บุกรุกเข้าไป บ้านเลขที่ 5 ของนางธันยชนก ศรีจันทร์ ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นภรรยาของนายสมเกียรติ ผู้ตาย โดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วร่วมกันใช้กำลังและอาวุธมีดประทุษร้ายนายสมเกียรติ โดยจำเลยทั้งเจ็ดมีเจตนาฆ่า ร่วมกันใช้อาวุธมีดที่ติดตัวมา และก้อนอิฐบล็อกสีแดง หลายก้อนเป็นอาวุธ แทงและฟันซึ่งนายสมเกียรติ ใช้มีดปลายแหลม ยาว 32 นิ้วเข้าต่อสู้ป้องกันตัว แต่นายสมเกียรติ ถูกทำร้ายที่บริเวณใบหน้า ศีรษะ ลำคอ ไหล่ซ้าย แขนซ้าย ข้อมือซ้าย สะบักขวา ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ โดยคมมีดถูกสมองและเส้นเลือดใหญ่บริเวณลำคอ เป็นเหตุให้นายสมเกียรติ ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย

ภายหลังกระทำความผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมจำเลยที่ 1-5 ได้ พร้อมมีดปลายแหลม 2 เล่ม , อิฐบล็อก 1 ก้อนที่ใช้ทำผิด และเสื้อเชิ้ตที่จำเลยที่ 2 ใส่กระทำผิด และมีดยาว 32 นิ้ว ที่นายสมเกียรติใช้ต่อสู้ป้องกันตัว

ส่วนจำเลยที่ 6 ได้เข้ามอบตัว และจำเลยที่ 7 ถูกจับกุมตัวได้ตามหมายจับเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธชั้นสอบสวนท้ายฟ้อง อัยการโจทก์ ระบุด้วยว่า หากจำเลยทั้งเจ็ด ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล และหากจำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์ขอสืบพยานประกอบคำรับสารภาพด้วย

ทั้งนี้ ศาลได้ประทับรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2186/2559 โดยศาลจะเบิกตัวจำเลยทั้งเจ็ดจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อนัดสอบถามคำให้การ ในวันที่ 14 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

ขณะที่วันเดียวกันนี้ เมื่อเวลา 10.25 น. นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เดินทางมาพร้อมกับ นางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ ผู้ตาย เพื่อยื่นคำร้องต่อศาล ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ และยื่นคำร้องขอคัดค้านการให้ประกันตัวจำเลยทั้งเจ็ดด้วย เนื่องจากพฤติการณ์จำเลยที่ร่วมกันใช้อาวุธมีดฟันนายสมเกียรติ ชายพิการ จนถึงแก่ความตายนั้น ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ทารุณโหดร้าย และเป็นการกระทำอุจฉกรรจ์กลางวันแสกๆ หลังจากที่รุมฆ่านายสมเกียรติแล้วยังมีพฤติการณ์ข่มขู่ญาติผู้ตายและผู้เห็นเหตุการณ์ รวมทั้งทนายความอีกด้วย ซึ่งคดีมีอัตราโทษสูง หากศาลอนุญาตปล่อยชั่วคราวอาจหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

โดยนายอนันต์ชัย ทนายความ กล่าวว่า แม้อัยการจะไม่สั่งฟ้องจำเลย ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนซึ่งมีอัตราโทษประหารชีวิต ตนในฐานะทนายความโจทก์ร่วมก็จะนำหลักฐานและแสดงพฤติกรรมที่ร้ายแรงของผู้ต้องหาทั้งหมดแสดงให้ศาลได้เห็น โดยทางนำสืบ ถ้าศาลเห็นว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมร้ายแรง ก็อาจจะลงโทษในอัตราโทษสูงสุดได้ อย่างไรก็ดีสำหรับการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งนั้น ครอบครัวศรีจันทร์ จะพิจารณาฟ้องเรียกค่าเสียหายอีกครั้ง

ด้านนางทองคำ มารดาผู้ตาย กล่าวเพียงสั้นๆว่า จะรอความยุติธรรมและความเป็นธรรมจากศาล


เรื่องโดย เกศินี แตงเขียว | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend