ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

คาดปมชู้สาว! ฆ่าปาดคอสาวเปลือย เลิกงานซ้อนท้ายเพื่อนชาวเมียนมาร์กลับ ก่อนพบเป็นศพ

74.21K 6.70K

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8ก.ค. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง ผบก.ภ.จว.สระบุรี พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ร่วมแถลงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับนายชาตรี ร่วมสูงเนิน ผู้ต้องหาคดีฆ่าปาดคอน.ส.จุฬารัตน์ หรืออิ๋ว โทวรรณา อายุ 26 ปี ครูอัตราจ้างที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี ภายในบ้านเช่าเลขที่ 17/5 ถ.สุดบรรทัด ซอย8 ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ท้องที่ สภ.แก่งคอย เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 1 กรกฎาคม ต่อเนื่องวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตำรวจท้องที่สภ.แก่งคอย ได้ประสานเจ้าหน้าที่พฐ.เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญในที่เกิดเหตุทันที ไม่ว่าจะเป็นมีดที่ใช้ในการก่อเหตุ ผ้าปูที่นอน ฯลฯ รวมถึงที่ตัวของผู้ตาย นอกจากนี้ได้ไปตรวจหาพยานหลักฐานภายในบ้านเช่าหลังที่นายชาตรี ผู้ต้องหาอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งผลการตรวจปรากฏว่าพบดีเอ็นเอที่พบบริเวณทรวงอกและซอกเล็บของผู้ตายตรงกันกับดีเอ็นเอของนายชาตรี และจากการตรวจสอบคราบเลือดที่ติดบริเวณประตูลูกกรงด้านหลังบ้านของนายชาตรี ก็พบว่าดีเอ็นเอตรงกับของผู้ตาย

นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบสภาพบาดแผลบนตัวของนายชาตรี พบมีรอยถูกของมีคมบาดบริเวณมือซ้าย มีรอยฟันกัดบริเวณมือซ้าย และมีรอยขีดข่วนที่แขน ซึ่งสอดคล้องกับผลการชันสูตรศพ ที่พล.ต.ต.พรชัย ระบุว่า จากการตรวจสอบสภาพศพของผู้ตายนั้น พบว่ามีบาดแผลถูกของมีคมฟันหลายจุด สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเกิดจากการต่อสู้ เนื่องจากผู้ตายไม่ยินยอม แต่บาดแผลที่ฉกรรจ์ที่สุดที่นำไปสู่การเสียชีวิตคือร่องรอยของมีคมบาดที่คอ ที่เป็นลักษณะการเฉือนถึง 4 ครั้ง จนตัดเส้นเลือดใหญ่ทำให้เสียเลือดมาก ทั้งนี้จากการตรวจภายในของผู้ตายไม่พบอสุจิ จึงสามารถยืนยันได้ว่าผู้ตายไม่ได้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ขณะที่ พล.ต.ต.ธิติ กล่าวถึงการดำเนินคดีกับนายชาตรีนั้น ขณะนี้สอบปากคำพยานบุคคลไปแล้ว 18 ปาก จากทั้งหมดที่มี 24 ปาก ซึ่งเมื่อรวมคำให้การและพยานหลักฐานที่ได้ทางนิติวิทยาศาสตร์ และผลชันสูตรศพสามารถยืนยันได้ว่านายชาตรีเป็นผู้กระทำความผิดจริง และจุดประสงค์ในการก่อเหตุนั้นก็เพราะต้องการล่วงละเมิดทางเพศ และประสงค์ต่อทรัพย์ เนื่องจากคำให้การของนายชาตรีรับสารภาพว่า แอบชอบผู้ตาย ประกอบกับเจอดีเอ็นเอของนายชาตรีในจุดที่ไม่น่าจะเจอ หากไม่ได้มีเจตนาจะล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมทั้งยังมีพยานบุคคลยืนยันได้ว่านายชาตรีมีปัญหาด้านการเงิน

รวมไปถึงจากการตรวจสอบประวัติภูมิหลังของนายชาตรีที่พบว่ามีพฤติการณ์สอดคล้องว่าก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งทุกอย่างสามารถนำมาประกอบสำนวน เพื่อพิจารณาเพิ่มบทลงโทษจากข้อหาที่แจ้งไปครั้งแรกคือ "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 เป็น "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ซึ่งมีอัตราโทษที่รุนแรงกว่า ถึงขั้นประหารชีวิต อย่างไรก็ตามยืนยันว่าตำรวจชุดทำงานไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะหลังจากเกิดเหตุผ่านมาแล้ว 6 วัน ก็ได้ประชุมหารือ เดินหน้าหาพยานหลักฐาน พร้อมทั้งสอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งหารือกับอัยการในการตั้งข้อหา เพื่อให้คดีมีความรัดกุมและครบถ้วน ปราศจากข้อกังขาของสังคมให้มากที่สุด

ด้านพล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า นายชาตรีถูกนำส่งศาลฝากขังไปแล้ว ขณะนี้ในส่วนของนายอาร์ม (สาวประเภทสอง) ซึ่งเป็นแฟนของนายชาตรี ผู้ต้องหานั้น เบื้องต้นไม่พบว่ามีส่วนรู้เห็นในการก่อเหตุ จึงสอบปากคำในฐานะพยานเท่านั้น และจากการตรวจสอบสำนวนพบว่าคดีมีความคืบหน้าไปมาก เหลือในส่วนของเอกสารสำคัญ จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประกอบสำนวนให้ชัดเจน และยืนยันตัวผู้กระทำความผิด อย่างไรก็ตามจากพยานหลักฐานที่มีในตอนนี้ทั้งจากนิติวิทยาศาสตร์และผลชันสูตร จึงเชื่อได้ว่านายชาตรีเป็นผู้ก่อเหตุสังหารผู้ตาย และถือว่าแน่นหนาพอที่จะใช้ลงโทษกับผู้กระทำความผิดได้แน่นอน

แนวทางการสืบสวนทราบว่า หลังจากที่ผู้เสียชีวิตเลิกงาน ได้มีนายมิน สัญชาติพม่า ที่เป็นคนงานแผนกเดียวกันกับผู้ตาย ซึ่งพักย่านบางบอน ได้เดินขี่จยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขี่ออกไปโดยมีคนผู้ตาย ซ้อนท้าย ออกไปจากโรงงาน เวลาประมาณ 20.10 น. ทั้งที่เพื่อนร่วมงานไม่เคยเห็นทั้งคู่สุงสิงกัน ก่อนมาทราบข่าวว่าน.ส.ทุเรียนเสียชีวิตแล้ว

สำหรับนายมินทำงานโรงงานนี้มากว่า 3 ปี และมีภรรยาสาวชื่อ น.ส.เซน สัญชาติเช่นเดียวกัน ซึ่งกำลังท้องแก่ประมาณ 8 เดือน แล้วเคยมีปากเสียงกับผู้ตาย เกี่ยวกับผู้ตายยุยงให้นายมินเลิกกับภรรยาสาว โดยหลังจากเกิดเหตุทั้ง 2 ได้หายตัวไป

ทั้งนี้ทางตำรวจสันนิษฐานว่าปมสังหารครั้งนี้เกิดจากเรื่องชู้สาว และเรื่องส่วนตัว แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นอื่นๆ ทิ้งได้ ต้องทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 15.30น พล.ต ท ศานิตย์ มหถาวร รรท ผบช .น. พร้อมด้วย พล.ต ต สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช .น .ได้เดิน มาที่ สน.แสมดำ เพื่อติดตามคดี

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่านายเน มิน เป็นคนลงมือก่อเหตุ แต่ทั้งนี้ก็อาจจะเป็นคนอื่นก็เหตุก็ได้ ส่วนปมสังหารนั้นตั้งไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องชู้สาว ฆ่าชิงทรัพย์ และปัญหาส่วน ปัญหาส่วนตัว การส่วนเรื่องจะข่มขืนหรือไม่นั้นจากการตรวจสอบเบื้องต้นนั้นไม่พบร่องรอยการข่มขืน จากนี้ต้องรอผลตรวจจากแพทย์ รพ.ศิริราช อย่างละเอียดอีกครั้ง จากนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 16.55น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.น.9 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นที่ดินจัดสรรเนื้อประมาณ20ไร่ ภายในซอยสระแกงาม26 แยก1 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. โดยมีการนำชี้จุดที่คาดว่าจะเป็นจุดที่คนร้ายปาดคอของผู้ตายเนื่องจากที่พื้นมีกองเลือดขนาดใหญ่ และมีร่องรอยของเลือดที่หยดเป็นทางไปจนถึงที่พบศพโดยใช้เวลาประมาณ15นาที

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากการสอบถามทีมงานพอจะรู้ตัวว่าเป็นใคร เนื่องจากมีพยานหลักฐานชี้ชัดพอสมควร ส่วนสถานที่เกิดเหตุคาดว่าจะเป็นที่บริเวณนี้เพราะพบรอยเลือดขนาดใหญ่ ส่วนความสัมพันธ์นั้นผู้หญิงกับผู้ชายทุกคนก็น่าจะคาดได้ว่าเป็นประเด็นอะไร ส่วนเรื่องการตรวจสอบกล้องวงจรปิดนั้นกำลังดำเนินการคาดว่าจะออกหมายได้ในวันนี้

หลังจานั้นพล.ต.ท.ศานิตย์ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่ร้านขายของชำ เลขที่ 47 ซอยสระแกงาม30แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ซึ่งเป็นร้านที่นายมิน ผู้ต้องสงสัยชาวพม่า และน.ส.ทุเรียน รอดคำทุย ผู้ตาย มานั่งดื่มเบียร์กันช่วงตั้งแต่เวลา20.00-22.00น.ของวันที่ 7กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะพบผู้ตายกลายเป็นศพในสถานที่ดังกล่าว ซึ่งมีนายสาย ดวงบังเกิด อายุ76ปี เจ้าของร้าน โดยเจ้าหน้าที่ได้นำรูปภาพของนายมินและน.ส.ทุเรียน ให้นายสายดู ผลปรากฎว่า นายสายยืนยันว่าทั้งสองคนมาที่ร้านเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น.ของวานนี้ โดยนายมินขี่จยย.ไม่ทราบยี่ห้อสีและทะเบียน มีน.ส.ทุเรียนซ้อนท้าย พากันมาซื้อเบียร์ แล้วนั่งดื่มกัน 2 คนที่ร้าน จำนวน 6 ขวด ทั้งที่ทั้ง2คนไม่เคยมากินที่ร้านเลย ขณะที่นั่งดื่มกันอยู่ผู้ตายก็นั่งเล่นโทรศัพท์ไม่ได้มีปากเสียง หรือ ทะเลาะกันให้เห็น ก่อนที่ในเวลา 22.30 น. นายมินจะขึ้นจยย.ที่ขี่มาแล้วเรียกให้น.ส.ทุเรียนขึ้นรถ แต่ผู้ตายมีท่าทีไม่อยากขึ้น จนทั้งคู่มีปากเสียงกันเล็กน้อย ก่อนที่น.ส.ทุเรียนจะยอมขึ้นจยย. นายมินจึงขี่รถออกไป ทิศทางถนนเลียบด่วนสุขสวัสด์-บางนา แล้วไม่กลับเข้ามาอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการสืบสวนทราบว่าผู้ตายแอบคบกันได้สักระยะ โดยในวันเกิดเหตุทั้ง2ได้ไปทานข้าวที่หน้าปากซอยสระแกงาม30 ก่อนจะมานั่งดื่มเบียร์ ในขณะที่นั่งดื่มอยู่นั้นผู้ตายก็นั่งเล่นโทรศัพท์ ทำให้ผู้ต้องส่งสัยเกิดอาการหึงหวงและมีปากเสียงกันเล็กน้อยก่อนจะออกไปจากร้านดังกล่าว ในเบื้องต้นคาดว่าผู้ต้องสงสัยจะใช้เส้นทางในการหลบหนีโดยใช้เส้นเรียบด่วนสุขสวัสดิ์-บางนา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ขึ้นสะพานข้ามแยกหัวกระบือ แล้วกลับรถเข้าเส้นพระราม2 มุ่งหน้าเข้าจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นพื้นที่ที่ติดต่อกับชายแดนประเทศเมียร์ม่า โดยจะมีด่านสิงขรซึ่งใช่เป็นทางเข้าออก แต่เนื่องจากรอยต่อชายแดนเป็นพื้นดิน ซึ่งจะมีช่องทางธรรมชาติเข้าออกได้หลายทาง ทั้งนี้เชื้อว่าผู้ต้องสงสัยยังอยู่ในประเทศไทยยเพราะยังไม่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ ตม. ว่าผู้ต้องสงสัยได้ข้ามผ่านแดนไปแล้ว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend