ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ผู้ต้องหาข่มขืน น.ศ.สาว สารภาพ ทำเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

8.17K 1.22K
ผู้ต้องหาข่มขืน น.ศ.สาว สารภาพ ทำเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 7 ก.ค. พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม รองผบก.น.5 พ.ต.อ.อุดม ธุระงาน ผกก.สน.บางนา พ.ต.ท.ภาสกร รัตนปนัดดา รอง ผกก.สส.สน.บางนา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางนา นำตัวนายเอกพล แซ่เตียว อายุ 31 ปีมาชี้จุดเกิดเหตุภายในห้องน้ำหยอดเหรียญเสียค่าบริการครั้งละ 3 พร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ห้องน้ำหยอดเหรียญสาธารณะ สี่แยกบางนา แขวงและเขตบางนา กทม. โดยมี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมด้วย ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดมีประชาชนที่ทราบข่าวมามุงดูเป็นจำนวนมากพร้อมตะโกนสาปแช่งเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำแผงเหล็กมากั้นไว้และให้คนร้ายสวมเสื้อเกราะอ่อน หมวกกันน็อคป้องกันอันตราย ใช้เวลาทำแผนประมาณ 30 นาทีจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปที่สน.บางนา เตรียมฝากขังในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ค.)

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า คดีนี้คนร้ายแสดงท่าทางสอดคล้องกับคำรับสารภาพและสอดคล้องกับคำให้การของผู้เสียหาย จึงยืนยันว่าตำรวจจับกุมได้ถูกต้อง โดยขอขอบคุณตำรวจที่ทำงาน 2 สัปดาห์ คดีนี้ต้องรีบจับกุมให้ได้เพราะชาวบ้านอาจหวาดกลัว เรื่องแบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ สำหรับคนร้ายหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปอยู่กับญาติที่ย่านบางนา สำโรงเหนือ และบางซื่อ แล้วออกไปพักโรงแรม ไปอยู่ตามที่สาธารณะ ครั้งสุดท้ายไปอยู่ที่หลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ แถวสนามหลวง เขตพระนคร กทม. เจ้าหน้าที่จับกุมได้ขณะโทรศัพท์ที่ตู้สาธารณะด้านหลังโรงแรมดังกล่าว

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า คนร้ายรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง เดิมมีภูมิลำเนาอยู่อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป จึงต้องตระเวนไปตามที่ต่างๆ ในครั้งนี้มาย่านบางนาและมาเข้าห้องน้ำที่เกิดเหตุได้เห็นเหยื่อมาเข้าห้องน้ำด้วยพอดี จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ส่วนทองที่ชิงมาได้เอาไปจำนำย่านสำโรง จ.สมุทรปราการ ไม่พบประวัติก่อเหตุอาชญากร พบเพียงประวัติยาเสพติดหลายครั้ง เคยถูกจับมา 4 ครั้ง ในคดีครอบครองยาเสพติด ในพื้นที่บางพลี สำโรงเหนือ สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ และในพื้นที่สน.ประเวศ ตั้งแต่ปี 55-57 เคยทำงานขายตัวให้กับกลุ่มนิยมชายรักชาย

พล.ต.ท. กล่าวอีกว่า คดีนี้ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหาคือข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา มีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี ปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาทและข้อหาชิงทรัพย์มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี อีกทั้งตนยังมั่นใจในหลักฐานที่รอผลการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อไม่ให้ประชาชนหวาดกลัวการใช้ห้องน้ำสาธารณะจึงให้ 250 ป้อมจราจรเป็นโครงการห้องน้ำ ตำรวจนครบาลเพื่อประชาชน ตนได้สั่งการให้ตู้ยาม ตู้จราจรให้สามารถเข้าห้องน้ำได้ ไม่ต้องเกรงใจตำรวจ เป็นมาตรการหนึ่งที่ช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้จะทำหนังสือถึงผู้ประกอบการห้องน้ำสาธารณะด้วย เพราะห้องน้ำรวมอาจเป็นเหตุให้เกิดอาชญากรรมเกิดขึ้นได้


เรื่องโดย กรกมล อักษรเดช - สำนักข่าวเนชั่น | ภาพโดย กิตติพงษ์ มณีฤทธิ์, คณาธิศ ศรีหิรัญเดช
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend