ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ผู้ต้องหาฆ่าปาดคอครูสาว รับสารภาพ ไม่ได้ลงมือข่มขืนเหยื่อ อ้างแค่ต้องการทรัพย์สิน

265.91K 50.74K
ผู้ต้องหาฆ่าปาดคอครูสาว รับสารภาพ ไม่ได้ลงมือข่มขืนเหยื่อ อ้างแค่ต้องการทรัพย์สิน

ที่ห้องประชุมกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1(บช.ภ.1) - เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่4 กรกฎาคม 2559 พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1พร้อมด้วย พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ภ1 พ.ต.อ.ไพโรจน์ ตรีโสภณ ผกก.สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายชาตรี ร่วมสูงเนิน อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ิ56 หมู่7 ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี อาชีพนักงานโรงงานปูน และเป็น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 316/2559 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมของกลางมีดยาว 5-6 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม เสื้อที่ใช้ก่อเหตุ 1 ตัว หลังก่อเหตุฆ่าปาดคอ น.ส.จุฬารัตน์ โทวรรณา หรืออิ๋ว อายุ 27 ปี ครูอัตราจ้างโรงเรียนแสงวิทยา สอนชั้น ป.5 เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเวลา 10.30 น.วันที่ 2 กรกฎาคม พนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย ได้รับแจ้งว่าพบศพ น.ส.จุฬารัตน์ ถูกฆ่า เสื้อนอนถูกถลกขึ้นมีผ้าคลุมถึงหน้าอก โดยลำคอมีบาดแผลฉกรรจ์ถูกของมีคมปาดเกือบขาด มือซ้ายมีบาดแผลยาว 2-3 นิ้ว ข้างศพพบมีดยาวประมาณ 5-6 นิ้ว ตกอยู่บนกองเลือด เหตุเกิดภายในบ้านเช่าเลขที่ 17/5 ถ.สุดบรรทัด ซอย6 ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อตรวจสอบพบว่า ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวหันหน้าเข้าหากัน จำนวน 10 ห้อง มีรั้วรอบขอบชิด เมื่อตรวจสอบพฤติการณ์ เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนรู้จัก และอยู่ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบประวัติผู้อยู่อาศัยบ้านเช่าดังกล่าวย้อนหลัง จนพบว่านายชาตรี เคยข่มขืนภรรยาเพื่อน เมื่อปี2556 ก่อนจะถูกตัดสินใจจำคุก 1 ปี 8 เดือน และเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงให้นายอาร์ม (สาวประเภท2) ซึ่งเป็นแฟนของนายชาตรี ติดต่อให้นายชาตรี กลับมายังบ้านเช่าดังกล่าว เมื่อพบตัวนายชาตรี ตำรวจสังเกตพบว่า หลังมือซ้ายมีบาดแผลคล้ายถูกมีดบาด และเลือดยังไหลไม่หยุด ประกอบกับเมื่อสอบปากคำ ก็พบพิรุธ โดยนายชาตรี อ้างว่า แผลดังกล่าวเกิดจากห้างร้านตกใส่ แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ จึงได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียด กระทั่งผู้ต้องหารับสารภาพ ว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ จึงได้จับกุมตัวเอาไว้

อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าว ถือว่าเป็นคดีอุฉกรรจ์สะเทือนขวัญมาก เนื่องจากเหตุเกิดจากคนใกล้ตัว บ้านใกล้เรือนเคียง โดยปกติบ้านเช่าดังกล่าวนั้น จะมีแต่พวกครู ซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกันอาศัยอยู่ จึงรู้จักกันดี มีเพียงไม่กี่ห้องที่มีคนนอกอยู่ ทั้งนี้ จากการสอบถามทราบว่า ในวันเกิดเหตุช่วงหัวค่ำ มีเพื่อนครูมาร่วมรับประทานอาหารที่ห้องของผู้ตาย และยังชวนนายชาตรี ร่วมรับประทานอาหารด้วย แต่นายชาตรี ได้ตอบปฏิเสธ โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อความชัดเจนทางคดีต่อไป

ด้านนายชาตรี รับสารภาพว่า บ้านเช่าหลังที่อยู่เดิมนั้น นายอาร์ม(สาวประเภท2)เช่าเพียงคนเดียว ก่อนที่ตนจะมาขออาศัย และขอช่วยหารค่าห้อง ซึ่งอยู่ด้วยกันประมาณ 6 เดือน และตนก็ได้รู้จักกับผู้ตายได้ 4 เดือน โดยทุกครั้งที่เจอ ก็จะทักทายพูดคุยกันเสมอ เนื่องจากผู้ตายเป็นคนอัธยาศัยดี ทำให้ตนเองเริ่มรู้สึกชอบผู้ตาย โดยวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 22.00 น. ตนได้ออกไปซื้อของข้างนอก และเครียดที่เงินเดือนยังไม่ออก ทั้งนี้ เมื่อเดินผ่านห้องผู้ตายพบว่า ประตูไม้หน้าห้องเปิดอ้าอยู่ เหลือเพียงประตูเหล็กที่มีมุ้งลวดติดอยู่ จึงลองผลักเข้าไป หวังจะลักทรัพย์ ปรากฏว่าประตูไม่ได้ล็อค ตนจึงเดินเข้าไปภายใน เพื่อหวังจะข่มขืน แต่กลับสะดุดสายไฟทำให้ผู้ตายรู้ตัว สะดุ้งตื่น และร้องกรี๊ด ให้คนช่วย ตนหันไปเห็นมีดวางอยู่บนชั้นวางของ จึงวิ่งไปหยิบก่อนจะนำมาปาดคอผู้ตายจนแน่นิ่งไป

นายชาตรี กล่าวอีกว่า หลังจากนั้น จึงเดินออกจากห้องผู้ตายทางประตูหน้า และเดินอ้อมไปเข้าห้องเช่าตัวเองทางประตูหลัง เพื่ออาบน้ำชำระคราบเลือดที่ติดอยู่ ซึ่งเพิ่งเห็นว่ามีบาดแผลที่มือและเลือดไหลไม่หยุด จึงนำเสื้อตัวที่ใส่ก่อเหตุพันไว้ จากนั้นก็นอนหลับไป กระทั่งรุ่งเช้าก็ไปทำงานตามปกติ ก่อนจะได้รับการติดต่อจาก นายอาร์ม (สาวประเภทสอง) ซึ่งเป็นแฟนกันให้กลับมาที่ห้อง และพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าตนยังไม่ได้ข่มขืนผู้ตาย แต่ที่เสื้อนอนถลกขึ้นนั้น เกิดจากขณะต่อสู้ และอยากจะขอโทษผู้ตายและครอบครัวผู้ตายกับสิ่งที่ทำลงไป ที่ตนใช้ชีวิตปกติ เพราะคิดว่าจะไปมอบตัวภายหลัง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น มอบหมายให้ พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง ผบก.ภ.จว.สระบุรี เป็นผู้ประเมินสถานการณ์ เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้ต้องหา


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend