ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564

ศิษย์ธรรมกาย บุกดีเอสไอ ทวงถามคดี"พุทธะอิสระ"

21.41K 3.68K
ศิษย์ธรรมกาย บุกดีเอสไอ ทวงถามคดีพุทธะอิสระ

ดีเอสไอเซ็ง ...ศิษย์ธรรมกายมาหาถึงที่แต่ไม่ฟังชี้แจง ทั้งที่เตรียมเปิดห้องต้อนรับพร้อมแจงทุกประเด็นข้อสงสัยคดีคลองจั่น แต่ศิษย์ธรรมกายสวมหมวก ใส่หน้ากาก อำพรางใบหน้า ระบุต้องการแค่รวมตัวยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดี "พุทธะอิสระ" ไม่ประสงค์รับฟังการชี้แจงใดๆ ด้านรองโฆษกดีเอสไอ ตั้งข้อสังเกตหนังสือกลุ่มศิษย์ แท้จริงเขียนที่ปัตตานีหรือวัดธรรมกาย

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) -28 มิ.ย.59 นายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย นำตัวแทนศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายประมาณ 100 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ เพื่อทวงถามความคืบหน้าการดำเนินคดีพิเศษที่ 261/2556 ข้อหากบฎกรณีชัต ดาวน์ กรุงเทพฯ กับพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน

ทั้งนี้ ในส่วนของดีเอสไอได้จัดเตรียมสถานที่ติดตั้งเครื่องขยายเสียง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและความคืบหน้าในคดี ขณะที่พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เตรียมข้อมูลประกอบการชี้แจง รวมทั้งแผนผังคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น อย่างไรก็ตาม หลังการรวมตัวที่ด้านหน้าอาคารดีเอสไอเพื่ออ่านแถลงข่าวของกลุ่มศิษย์ธรรมกายแล้ว ได้ส่งนายพัฐจักรเป็นผู้ยื่นหนังสือ โดยพ.ต.ต.วรณัน ขอให้ส่งตัวแทนเข้ารับฟังรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีเพื่อทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายของดีเอสไอ และจะเปิดโอกาสให้ตัวแทนซักถามทุกประเด็นสงสัย ซึ่งจะเปิดเครื่องขยายเสียงออกมาให้มวลชนภายนอกรับฟังไปพร้อมกัน

แต่นายพัฐจักร อ้างว่ามวลชนมาจำนวนมาก ไม่ต้องการฟังแต่จะขอให้ชี้แจงเป็นเพียงลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และขอไปหารือกับมวลชนว่าจะมีผู้ใดสมัครใจเป็นตัวแทนเข้ารับฟังหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินทางกลับทันทีโดยไม่เข้ารับฟังการชี้แจงจากดีเอสไอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มศิษย์ธรรมกายส่วนใหญ่ยังคงสวมหมวก แว่นกันแดด และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ขณะถือป้ายข้อความเรียกร้องขอความเป็นธรรม และกดดันให้มีการดำเนินคดีกับพระพุทธะอิสระและนายไพบูลอย่างเด็ดขาด โดยขณะที่ยื่นหนังสือได้ส่งเพียงตัวแทนที่เป็นผู้ลงชื่อในเอกสารแถลงข่าวเป็นผู้ยื่นและไม่ขอส่งตัวแทนเข้าไปภายในอาคารของดีเอสไอ กลุ่มศิษย์ทั้งหมดจึงได้ปักหลักอยู่บริเวณบันไดหน้าอาคาร สำหรับนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกกลุ่มศิษย์ฯที่ระบุว่าจะเดินทางมายื่นหนังสือที่ดีเอสไอด้วยตนเองนั้น แตไม่พบนายองอาจเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มศิษย์ในครั้งนี้

ด้านพ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ประเด็นที่กลุ่มศิษย์ยื่นให้ดีเอสไอตรวจสอบมีหลายประเด็นทั้งกรณีดำเนินคดีซ้ำซ้อน การเลือกปฏิบัติ และกรณีที่วัดพระธรรมกายคืนเงินให้สหกรณ์แล้วแต่ยังถูกดีเอสไอดำเนินคดี ในส่วนของการดำเนินคดีย้ำว่าไม่ได้ซ้ำซ้อนในคดียักยอกทรัพย์ที่อัยการสั่งฟ้องเฉพาะนายศุภชัย แต่อัยการสั่งสอบเพิ่มเติมถึงรายละเอียดในการรับเช็คทุกฉบับจากนายศุภชัย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีชื่อพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นผู้รับเช็ค ซึ่งดีเอสไอต้องสอบปากคำผู้รับเช็คทุกคนเพื่อส่งให้อัยการ

แต่ระหว่างนี้มีสมาชิกสหกรณ์มาร้องเพิ่มเติม ว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ฉ้อโกงประชาชนด้วยการนำเข้าข้อมูลเป็นเท็จว่าสหกรณ์มีกำไรดีทำให้คนหลงเชื่อนำเงินมาฝาก ในการสอบสวนเมื่อนายศุภชัยได้เงินไปแล้ว ได้นำเงินไปที่ใด ผู้รับเช็คจากนายศุภชัยจึงมี 2ข้อหาหลัก คือรับของโจรหรือฟอกเงิน แต่ในคดีฉ้อโกงประชาชนจะสอบสวนเป็นคดีรับของโจรไม่ได้ จึงต้องสอบเป็นคดีฟอกเงิน

ขณะที่พ.ต.ท.ชลภัทร ปานสกุล รองผอ.ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนอาชญากรรมพิเศษ กล่าวว่า สำหรับคดีกบฎที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธะอิสระกับนายไพบูลย์ซึ่งเป็นคดีพิเศษที่ 61/2556 นั้นเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2557 ดีเอสไอได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องส่งอัยการพิจารณาแล้วรวม 51 คน ซึ่งรวมถึงบุคคลทั้งสองด้วย และอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องทั้งสองคน พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายจับ และพระพุทธะอิสระอยู่ระหว่างได้รับการประกันตัวในชั้นอัยการ ส่วนนายไพบูลย์ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพราะอัยการสั่งให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็น พนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม

ด้านพ.ต.ต.วรณัน ตั้งข้อสังเกตกรณีได้รับแจ้งจากวัดพระธรรมกายว่าจะเดินทางเข้ายื่นหนังสือกับดีเอสไอ แต่หนังสือที่ยื่นในวันนี้(28 มิ.ย.) ลงชื่อโดยนายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษย์ฯ ระบุว่าเขียนหนังสือฉบับดังกล่าวที่ปัตตานี ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวเขียนที่วัดพระธรรมกายหรือที่ปัตตานี ทั้งนี้ เพื่อชี้แจงกรณีที่ดีเอสไอต้องการให้ส่งตัวแทนเข้ารับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงเพราะเห็นว่ากลุ่มศิษย์ได้เดินทางมาถึงที่แล้ว จึงต้องการให้รับฟังข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน แต่มีการแจ้งว่าไม่ประสงค์จะรับฟัง และได้แยกย้ายกันอย่างฉับพลัน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย ชาลินี ถิระศุภะ / Nation Photo
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend