ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2564

จับมือฆ่าชิงทรัพย์แท็กซี่ อ้างทะเลาะค่ารถแพง

824 39

ตร.ฉะเชิงเทรา จับมือปืนยิงแท็กซี่พร้อมของกลาง อ้างทะเลาะกับผู้ตาย เรื่องค่าโดยสาร ที่เรียกเก็บสูงจากเดิม จึงชักปืนจนเกิดการยื้อแย่ง ทำให้ปืนลั่นเข้าท้ายทอยเสียชีวิต

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 มิถุนายน ที่ห้องแถลงข่าวสำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบช.ภ.2 พ.ต.อ.ยงยุทธ จันตะบุตร รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.กิตติพัฒน์ พงษ์พนัส ผกก.สภ.บางปะกง ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายเทพพนม อาคม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 ม.6 ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาชิงทรัพย์ และใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยอำพรางซ่อนเร้นศพ พร้อมของกลาง รถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีแดง ทะเบียน ทส 9621 กรุงเทพฯ อาวุธปืนกึ่งออโตเมติกยี่ห้อนอริงโก้ ขนาด 7.62 มม.ไม่มีทะเบียน ซองบรรจุกระสุนปืน 1 อัน กระสุนขนาดเดียวกัน 13 นัด ซองปืนสีดำ พร้อมสายคาดลำตัว เครื่องช๊อตไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ พร้อมซิมโทรศัพท์ของผู้ตาย

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.บางปะกง ได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตบริเวณสะพานข้ามคลองอินทรนิน ม.1 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ทราบชื่อต่อมาคือ นายเอกราช ธาราโรจน์ มีร่องรอยถูกยิงที่บริเวณท้ายทอยด้านซ้ายทะลุโหนกแก้มด้านขวา 1 นัด จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ตายมีอาชีพขับรถแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทส 9621 กรุงเทพฯ และรถคันดังกล่าวได้หายไป พร้อมทรัพย์สินหลายรายการ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางปะกง และชุดสืบสืบสวน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ได้ออกติดตามและพบว่ารถแท็กซี่ของผู้ตายถูกนำมาจอดที่ลานจอดรถของโรงแรมปัญจะรีสอร์ทในเขต อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ตำรวจจึงวางกำลังรอ กระทั่งเวลา 05.00 น.วันที่ 15 มิ.ย. ผู้ต้องหาได้เดินมาที่รถพร้อมทั้งใช้กุญแจไขรถ ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากการตรวจค้นพบของกลางดังกล่าว

จากการสอบสวน นายเทพพนม ให้การรับสารภาพว่า ได้โบกรถแท็กซี่ของผู้ตายมาจาก อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อจะมาที่ ต.บางวัว อ.บางปะกง แต่เมื่อถึงปรากฏว่าราคามิเตอร์สงถึง 150 บาท จากที่เคยเสียค่าโดยสารประมาณ 70-80 บาท จนได้ทะเลาะกับผู้ตาย จึงชักปืนออกมาจนเกิดการยื้อแย่งกัน ทำให้ปืนลั่นถูกท้ายทอยของผู้ตาย หลังจากนั้นได้ขับแท็กซี่นำศพผู้ตายมาทิ้งบริเวณที่พบศพแล้วขับรถหลบหนีไป จนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

แนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาเคยมีอาชีพขับรถแท็กซี่มาก่อน และมีประวัติการก่อคดีมาแล้ว 3 คดี คือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ข่มขืนโดยใช้กำลังประทุษร้าย ในพื้นที่ สภ.เมืองชลบุรี และคดียักยอกทรัพย์ สภ.คลองด่านหลังจากนั้นตำรวจได้ตรวจดีเอ็นเอ รวมทั้งลายนิ้วมือของผู้ต้องหาภายในรถแท็กซี่ เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี และควบคุมผู้ต้องหาไว้ดำเนินคดีต่อไป


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend